นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รักษาการแทนเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (รักษาการแทน เลขาธิการ กสทช.) เปิดเผยว่า สำนักงาน กสทช.ได้จัด สาธิตการประมูลคลื่นความถี่ในระบบเอฟเอ็ม สำหรับการให้บริการกระจายเสียง ประเภทกิจการบริการทางธุรกิจ เพื่อซักซ้อมทำความเข้าใจขั้นตอนการประมูลให้แก่ผู้เข้าร่วมประมูล ก่อนการประมูลจริงในวันที่ 21 ก.พ.นี้ โดยจะนำคลื่นความถี่มาประมูล 71 คลื่นความถี่ จากที่ประกาศ 74 คลื่นความถี่ โดยอีก 3 คลื่นความถี่ คือ 99.5 เมกะเฮิรตซ์ ที่ จ.สตูล ไม่มีผู้ยื่นประมูล และ 91.75 เมกะเฮิรตซ์ ที่ จ.พังงา และ 97.5 เมกะเฮิรตซ์ ที่กรุงเทพฯ ผู้ยื่นไม่ได้นำหลักทรัพย์วางค้ำประกัน
สำหรับการประมูลแบ่งเป็นกรุงเทพฯ และปริมลฑล จำนวน 8 คลื่นความถี่ ภาคเหนือ จำนวน 16 คลื่นความถี่ ภาคกลาง จำนวน 6 คลื่นความถี่ ขณะที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 21 คลื่นความถี่ และภาคใต้ จำนวน 20 คลื่นความถี่ รวมแล้วมีผู้ประกอบการที่เป็นนิติบุคคลเข้าร่วมประมูลจำนวน 30 ราย โดย บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) เข้าร่วมประมูลมากสุดจำนวน 55 คลื่น แบ่งเป็น กทม. 6 คลื่น ต่างจังหวัด 49 คลื่น ซึ่งคาดว่าจะได้เงินประมูลเข้ารัฐครั้งนี้ไม่น้อยกว่า 500 ล้านบาท

โดยราคาเริ่มต้นพื้นที่ต่างจังหวัดอยู่ที่ 105,000-3.19 ล้านบาท ส่วนราคาเริ่มต้น กทม.และปริมณฑล อยู่ที่ 36.38-54.83 ล้านบาท ส่วนการเคาะราคาในแต่ละครั้ง แบ่งเป็น ราคา 1-3.99 แสนบาท เคาะครั้งละ 4,000 บาท, ราคา 4-9.99 แสนบาท เคาะราคาครั้งละ 20,000 บาท, ราคา 1-9.99 ล้านบาท เคาะ 50,000 บาท, ราคา 10-19.99 ล้านบาท เคาะ 200,000 บาท, ราคา 20-29.99 ล้านบาท เคาะ 300,000 บาท, ราคา 30-33.99 ล้านบาท เคาะครั้งละ 400,000 บาท และ ราคา 40-60 ล้านบาท เคาะครั้งละ 500,000 บาท

นายไตรรัตน์ กล่าวต่อว่า สำหรับขั้นตอนการประมูล มีระยะเวลา 60 นาทีต่อคลื่นความถี่ แบ่งผู้ประมูลเป็น 4 รอบ หลังได้ผู้ชนะจะมีการประชุม กรรมการ กสทช. เพื่อรับรองผลการประมูล โดยผู้ชนะการประมูล จะต้องชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่เท่ากับราคาที่ชนะ รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภายใน 30 วัน หรือภายในวันที่ 24 มี.ค.2565 หากไม่ชำระให้ครบถ้วนตาม จะถูกริบหลักประกันและห้ามเข้าร่วมการประมูล 2 ปี พร้อมทั้งชดใช้ค่าเสียหาย ในกรณีที่ต้องจัดประมูลใหม่ ซึ่งการจัดประมูลครั้งนี้ ถือเป็นการเปลี่ยนระบบกิจการ กระจายเสียงจากคลื่น ของหน่วยงานรัฐเป็นระบบใบอนุญาต จะเริ่มมีผลวันที่ 4 เม.ย.65 ระยะเวลาใบอนุญาต 7 ปี




