สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย เมื่อวันที่ 16 มี.ค. ว่านายวลาดิเมียร์ เมดินสกี ผู้ช่วยของประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนเจรจาระหว่างรัสเซียกับยูเครน กล่าวว่า การพบหารือระหว่างผู้แทนของทั้งสองประเทศ แม้ดำเนินไปอย่างล่าช้า แต่ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และย้ำว่า รัฐบาลมอสโกมีความจริงจัง พร้อมทั้งมุ่งหวังให้การเจรจาเกิดขึ้นโดยเร็วที่สุด
ขณะเดียวกัน เมดินสกีเผยด้วยว่า ยูเครนยื่นข้อเสนอเพิ่มเติมเกี่ยวกับ “การมีสถานะเป็นกลางทางทหาร” ด้วยการใช้รูปแบบเดียวกับออสเตรียและสวีเดน กล่าวคือ ยังมีกองทัพเป็นของตัวเอง แต่จะไม่เข้าร่วมเป็นสมาชิกองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) อย่างเด็ดขาด ซึ่งประเด็นที่จะต้องหารือสืบเนื่องนับจากนี้ คือ “ขนาดของกองทัพยูเครน”
อย่างไรก็ตาม ทำเนียบประธานาธิบดียูเครนออกแถลงการณ์ในเวลาต่อมา ว่าข้อเรียกร้องของรัฐบาลเคียฟมุ่งเน้นไปที่ การให้ความสำคัญกับ “หลักประกันด้านความมั่นคง” มากกว่า
Russia's lead negotiator says Ukraine is proposing to adopt neutral status on the model of Austria or Sweden- i.e. a country that is not part of NATO but has its own army and still able to pursue close ties with the West, including EU membership.
— Patrick Reevell (@Reevellp) March 16, 2022
นอกจากนี้ รัฐบาลมอสโกต้องการให้รัฐบาลเคียฟระบุเรื่อง “สถานะเป็นกลาง” อย่างชัดเจนในรัฐธรรมนูญ ยูเครน “ต้องยอมรับอย่างเป็นทางการ” ต่อสถานะของไครเมีย และอีกสองเขตในภูมิภาคดอนบาสที่อยู่ทางตะวันออก ได้แก่ เขตลูฮันสก์ และเขตโดเนตสก์ ตลอดจนการพิทักษ์สิทธิและเสรีภาพของพลเมืองเชื้อสายรัสเซีย และที่ใช้ภาษารัสเซีย และการที่ยูเครนต้องปราศจาก “กองกำลังนีโอนาซี”
ทั้งนี้ ออสเตรียประกาศสถานะเป็นกลางทางทหาร เมื่อปี 2498 ส่วนสวีเดนประกาศตัวเอง ว่าเป็น “ประเทศที่ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด” อย่างไรก็ตาม ทั้งสองประเทศเป็นสมาชิกของสหภาพยุโรป (อียู) และในระยะหลัง นาโตมักเชิญประเทศในยุโรปที่ไม่ได้เป็นสมาชิก ให้เข้าร่วมการประชุมด้วย.
เครดิตภาพ : REUTERS



