สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย เมื่อวันที่ 26 มี.ค. โดยอ้างข้อมูลจากแหล่งข่าวในองค์การกลุ่มประเทศผู้ส่งน้ำมันออก (โอเปก) เกี่ยวกับความวิตกกังวล ต่อความเป็นไปได้ที่สหภาพยุโรป (อียู) จะระงับการนำเข้าน้ำมันจากรัสเซีย โดยให้เหตุผลว่า จะส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของตลาด เนื่องจากราคาน้ำมันในตลาดโลก อาจแตะระดับสูงสุดในแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
ทั้งนี้ นายโมฮัมหมัด บาร์คินโด เลขาธิการโอเปก พบหารือกับนางคาดรี ซิมสัน ข้าหลวงด้านพลังงานของคณะกรรมาธิการยุโรป (อีซี) เมื่อวันที่ 16 มี.ค. ที่ผ่านมา เกี่ยวกับ “ช่วงเวลาสำคัญ” ของตลาดพลังงานโลก โดยนับตั้งแต่กองทัพรัสเซียปฏิบัติการทางทหารในยูเครน เมื่อวันที่ 24 ก.พ. ที่ผ่านมา โอเปกซึ่งจับมือเป็นพันธมิตรกับรัสเซีย ในนาม “โอเปกพลัส” เมื่อปลายปี 2559 เผชิญกับแรงเสียดทานอย่างหนักจากตะวันตก ให้เพิ่มเพดานการผลิต เพื่อบรรเทาผลกระทบจากการที่ตะวันตกคว่ำบาตรพลังงานของรัสเซีย
From @SPGCI: OPEC has told the EU that global energy markets would be destabilized if European countries follow through with a threat to ban imports of Russian oil, with traders warning of massive price spikes beyond the surge already seen: https://t.co/Q9Ip6X9ht9 pic.twitter.com/TXLlWvpUUx
— S&P Global (@SPGlobal) March 25, 2022
อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ โอเปกยังคงยืนกรานว่า ความปั่นป่วนที่เกิดขึ้นกับตลาดพลังงานโลกในเวลานี้ “ไม่ใช่ความรับผิดชอบ” ของโอเปก ในการต้องเป็นผู้บรรเทาสถานการณ์ และยังไม่มีนโยบายปรับเปลี่ยนโควตาการผลิตของสมาชิกแต่ละประเทศในเวลานี้ แต่จะมีการประชุมร่วมกับรัสเซีย และพันธมิตรโอเปกพลัส ในวันที่ มี.ค. ที่จะถึง เพื่อหารือเกี่ยวกับแผนการผลิตในเดือน พ.ค.นี้
#OPEC officials believe a possible #EuropeanUnion ban on oil from its partner #Russia over the invasion of #Ukraine would hurt consumers, OPEC sources say.https://t.co/BPZzauxKkL
— Al Arabiya English (@AlArabiya_Eng) March 24, 2022
ขณะที่แหล่งข่าวให้ข้อมูลด้วยว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูงของโอเปกกล่าวอย่างตรงไปตรงมากับอียู ว่ายังไม่มีใครแทนที่การส่งออกพลังงานให้เท่ากับที่รัสเซียทำได้เพียงประเทศเดียว สอดคล้องกับคำกล่าวของนายซาอัด อัล-คาบี รมว.พลังงานของกาตาร์ ว่า 30-40% ของก๊าซธรรมชาติที่ใช้กันอยู่บนโลกตอนนี้ มาจากรัสเซียเพียงแห่งเดียว.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



