ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเสนา รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ และเหรียญจักรพรรดิมาลา
วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2566 แพทย์หญิงชนิญญา พัฒนศักดิ์ภิญโญ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเสนา เป็นประธานในพิธีรับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ และเหรียญจักรพรรดิมาลา ประจำปี 2563-2564 หน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมมอบทุนการศึกษาบุตรบุคลากรโรงพยาบาลเสนา และรางวัลคนดีศรีเสนา ประจำปี 2566 ร่วมรับฟังเรื่องเล่าความดี จากผู้ที่รับรางวัลคนดีศรีเสนา เนื่องในโอกาส “ครบรอบ 44 ปี โรงพยาบาลเสนา” ณ ห้องประชุม ศักดิ์ ด่านชัยวิจิตร ชั้น 3 โรงพยาบาลเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา (ชาญ ชูกลิ่น / อยุธยา)

องคมนตรี ติดตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าเขาซับแกงไก่ จังหวัดลพบุรี
พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี ประธานอนุกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่ภาคกลาง พร้อมด้วยนางพิชญดา หัศภาค รองเลขาธิการ กปร. และคณะอนุกรรมการ เดินทางมาติดตามการดำเนินงานโครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าเขาซับแกงไก่อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ต.เขาน้อย อ.ลำสนธิ จ.ลพบุรี พร้อมทั้งรับฟังการบรรยายสรุปผลการดำเนินงานโครงการฯ จากผู้แทนกรมป่าไม้ เยี่ยมชมนิทรรศการผลการดำเนินงานโครงการฯ และนิทรรศการวิสาหกิจชุมชนตำบลเขาน้อย
จากนั้นองคมนตรีและคณะลงพื้นที่สำรวจแหล่งน้ำซับวัดป่าชุมชน เขาซับแกงไก่ และร่วมปลูกต้นไม้ในพื้นที่โครงการฯ ซึ่งในการลงพื้นที่ดังกล่าว นายอำพล อังคภากรณ์กุล ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี พร้อมด้วย นายปรัชญา เปปะตัง รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี ผู้บริหารระดับสูงของกรมป่าไม้ หัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่และประชาชนในพื้นที่ร่วมให้การต้อนรับ (กฤษณพงศ์ อยู่รอด – ธนพล อาภรณ์พงษ์ / ลพบุรี)

โครงการพัฒนาผู้นำอาสาพัฒนาชุมชน ครบ 54 ปี ภายใต้แนวคิด “รวมพลังจิตอาสา ขับเคลื่อนสังคมไทย ด้วยใจพอเพียง” ณ ศูนย์เรียนรู้โฮมสเตย์ตำบลไทรน้อย อำเภอบางบาล
เวลา 09.00 น. ของวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2566 ณ ศูนย์เรียนรู้โฮมสเตย์ตำบลไทรน้อย อำเภอบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นประธานเปิดกิจกรรมเนื่องในวาระครบรอบ 54 ปี โครงการพัฒนาผู้นำอาสาพัฒนาชุมชน ภายใต้แนวคิด “รวมพลังจิตอาสา ขับเคลื่อนสังคมไทย ด้วยใจพอเพียง” โดยมี นายทินกร บุญเงิน พัฒนาการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา หัวหน้าส่วนราชการ พัฒนาการอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำอาสาพัฒนาชุมชน (ผู้นำ อช.) และองค์กรภาคีเครือข่ายในพื้นที่ เข้าร่วมกิจกรรม
โดยมีผู้นำอาสาพัฒนาชุมชน อ่านสารรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เนื่องในวันครบรอบ 54 ปี โครงการพัฒนาอาสาพัฒนาชุมชน กล่าวนำคำปฏิญาณตนของผู้นำอาสาพัฒนาชุมชน ในโอกาสนี้ ประธานฯ ได้มอบใบประกาศเกียรติคุณแก่ผู้นำอาสาพัฒนาชุมชน ที่มีผลงานดีเด่น ประจำปี 2565 และร่วมกันทำบุญถวายภัตตาหารแด่พระภิกษุสงฆ์ หลังจากนั้น ประธานฯ พร้อมคณะ ได้ร่วมกันปลูกต้นไม้ พืชผักสวนครัว ณ ศูนย์เรียนรู้ทฤษฎีใหม่รูปแบบ โคก หนอง นา ระดับครัวเรือนต้นแบบ (HLM) แปลงนายพนม ตรีธรรม เพื่อเป็นแหล่งสร้างความมั่นคงทางอาหารต่อไป (ศูนย์ข่าวภาคกลาง)

“อยุธยาเมืองสะอาด” ผู้ว่าฯ อยุธยา เดินหน้ารณรงค์จาก ”ผู้นำทำก่อน” จนถึง ”ปกครองช่วยทำ” ไปสู่ ”ประชาชนร่วมมือ” ให้เกิดความประทับใจแก่ผู้มาเยือน
ช่วงเช้าของวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2566 ที่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วย นายไพรัตน์ เพชรยวน รองผู้ว่าราชการจังหวัด นายประพันธ์ ตรีบุปผา ปลัดจังหวัด นางพิศมัย เลิศอิทธิบาท ประชาสัมพันธ์จังหวัด ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจกำลังพล อส. เจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองอโยธยา และพนักงานภายในศูนย์ราชการจังหวัดฯ ซึ่งดำเนินการจัดเก็บขยะ ตัดหญ้า อยู่บริเวณโดยรอบศูนย์ราชการฯ และตลอดแนวสองฝั่งถนนก่อนเข้าถนนสายเอเชียกว่า 1 กิโลเมตร รวมทั้งตรวจสอบสายสื่อสารที่มีการตัดเอาไว้บริเวณเสาไฟฟ้าก่อนหน้านี้ โดย ผู้ว่าราชการจังหวัดฯ ได้นำคณะเดินเก็บขยะด้วยตนเอง ก่อนที่จะออกเดินทางไปปฏิบัติภารกิจตามพื้นที่ต่างๆ
นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า ตนเองมีความสุขกับการที่ทำงานให้กับบ้านเมือง โดยเฉพาะจังหวัดพระนครศรีอยุธยา หรือแม้กระทั่งจังหวัดที่ตนเองเคยไปอยู่ สิ่งที่อยากให้ทุกคนได้ยึดถือและทำตามคือการรักษาความสะอาดของบ้านเมือง ซึ่งถือว่าเป็นบ้านของตนเอง พร้อมที่จะต้อนรับทุกคนที่มาเยือน แล้วมีความสุขและประทับใจกับการเห็นบ้านเมืองเราสะอาดน่ามอง ดังนั้น ทุกเช้าหากตนออกจากบ้านพักมาทำงาน หากเห็นว่าตรงไหนมีขยะจำนวนมาก ก็จะชักชวน อส. และเจ้าหน้าที่ไปช่วยกันเก็บกวาด เพื่อสร้างจิตสำนึก และช่วยกันรณรงค์ให้อยุธยาเป็นเมืองสะอาดให้ได้ สิ่งที่อยากฝาก คือสายสื่อสารที่อยู่ระหว่างการจัดระเบียบ มีจำนวนมากที่ถูกทิ้งเอาไว้ตามสถานที่ต่างๆ ซึ่งหากปล่อยทิ้งไว้ก็จะกลายเป็นขยะ จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยกันดูแลให้เรียบร้อยด้วย (วุฒิภัทร ไทยสม / อยุธยา)

พ่อเมืองสิงห์บุรี หิ้วปิ่นโต ร่วมมื้อสามัคคีชาวบ้าน รณรงค์ “ถังขยะเปียก ทุกครัวเรือน”
ช่วงเย็นของวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2566 นายสุพจน์ ยศสิงห์คำ ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี ร่วมกิจกรรมหิ้วปิ่นโต เอามื้อสามัคคี รณรงค์การจัดทำถังขยะเปียก ในโครงการ “ผู้ว่าฯ ชวนคิด ชวนทำ ผู้นำต้องทำก่อน” ณ ศูนย์โคกหนองนา โรงเรียนพรหมบุรีรัชดาภิเษก อำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี พร้อมด้วย หัวหน้าส่วนราชการระดับจังหวัด/อำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้บริหาร อปท. เพื่อขับเคลื่อนการทำถังขยะเปียกในครัวเรือน และร่วมกันบูรณาการแก้ไข ติดตาม หาทางออกและดำเนินการ ตามกิจกรรม “ถังขยะอินทรีย์ทุกครัวเรือน”
โดยภายในงาน ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้นำอาหารที่ทำกันเองของแต่ละคน ใส่ปิ่นโตคนละ 1 ปิ่นโต มาร่วมรับประทานอาหารมื้อเย็นด้วยกัน ซึ่งมีกับข้าวพื้นบ้านมากมายหลากหลาย แสดงให้เห็นถึงความรัก การเป็นกันเอง และความสามัคคีกันระหว่างส่วนราชการ ผู้นำชุมชนและประชาชนในพื้นที่ ซึ่งหลังจากรับประทานอาหารเสร็จ ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี ได้มีการสาธิตคัดแยกเศษอาหาร เป็นแบบอย่าง ลงในถังขยะเปียก รวมทั้งได้มีการเสวนาแลกเปลี่ยนรู้การลดการงดใช้ถุงพลาสติก/ประโยชน์ของการแยกขยะอินทรีย์ ที่มีในทุกครัวเรือน เพื่อคัดแยกเศษอาหารนำมาทำเป็นปุ๋ยบำรุงดิน อีกทั้งยังเป็นการลดโลกร้อนอีกด้วย ซึ่ง อำเภอพรหมบุรี มีจำนวนครัวเรือนทั้งหมด 6,444 ครัวเรือน ช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาได้มีการดำเนินการจัดทำถังขยะเปียกแล้ว 6,315 ครัวเรือน คิดเป็น 98% ซึ่งการจัดโครงการนี้ มีแนวคิดว่า “ผู้นำต้องทำก่อน” โดยเป็น กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน ของแต่ละตำบล โดยในขณะนี้มีการขยายวงรอบที่ 3 ที่ 4 ของกลุ่มเป้าหมายเป็นครัวเรือนใกล้เคียงแล้ว ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี และจะขยายวงรอบต่อๆ ไป จนพื้นที่ของอำเภอพรหมบุรี มีการคัดแยกขยะอินทรีย์และถังขยะเปียก จนครบ 100% ทั้งนี้ จังหวัดสิงห์บุรี ได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเป็นอย่างดี ทั้งส่วนราชการ/ภาคเอกชน ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำท้องที่ และภาคประชาชน (อำนาจ สุขเย็น / สิงห์บุรี)

จังหวัดสิงห์บุรีร่วมกับหน่วยแพทย์อาสา พอ.สว.ออกหน่วยบำบัดทุกข์บำรุงสุขสร้างรอยยิ้มให้ประชาชนตำบลโรงช้าง
วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา 9.00 น. นายสุพจน์ ยศสิงห์คำ ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี พร้อมหน่วยแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (พอ.สว.) ร่วมกับหน่วยงานราชการออกให้บริการประชาชนโครงการหน่วยบำบัดทุกข์บำรุงสุขสร้างรอยยิ้มให้ประชาชนจังหวัดสิงห์บุรี ณ วัดพรหมเทพาวาส ตำบลหัวป่า อำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี โดยมี นายสัมฤทธิ์ กองเงิน พร้อมนายสมชาย ลีหล้าน้อย รองผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดสิงห์บุรี นายอำเภอพรหมบุรี หัวหน้าส่วนราชการ ตำรวจ ทหาร อบต.โรงช้าง และกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ร่วมดำเนินกิจกรรมเชิงรุกด้วยการนำส่วนราชการหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ออกมาให้บริการแก่ประชาชน เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน ที่จะต้องเดินทางเข้าไปติดต่อราชการในตัวจังหวัด เพื่อสนองความต้องการของประชาชน ให้เข้าถึงบริการภาครัฐได้ง่ายขึ้น จากนโยบายสำคัญประการหนึ่งของรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทย คือการปรับปรุงระบบบริการประชาชนให้เป็นเชิงรุก อันนำไปสู่การแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน ให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
โดยภายในงานมีกิจกรรมมอบทุนการศึกษาให้นักเรียนและมอบถุงยังชีพ เครื่องอุปโภค บริโภคให้แก่ประชาชน ผู้สูงอายุ ในพื้นที่ตำบลโรงช้าง หน่วยแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (พอ.สว.) ให้บริการปรึกษาด้านสุขภาพ ทันตกรรม และให้คำแนะนำ ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด รับฟังปัญหา การร้องทุกข์ เหล่ากาชาดจังหวัดแจกแว่นสายตาผู้สูงอายุ สำนักงานขนส่งจังหวัด ให้บริการต่อภาษีรถ สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัด ให้คำปรึกษาด้านงานช่างแจกแบบบ้านเพื่อประชาชน หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สนับสนุนเมล็ดพันธุ์พืชและสารชีวภัณฑ์ป้องกันและกำจัดศัตรูพืช ให้คำแนะนำโครงการที่มีประโยชน์ต่อเกษตรกร การจัดสรรและพัฒนาที่ดินทำกิน การจัดทำบัญชีครัวเรือน การจัดตั้งสหกรณ์ให้คำแนะนำการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ปศุสัตว์ ทำหมันให้สุนัขและแมวฟรี พาณิชย์จัดโครงการธงฟ้าลดค่าครองชีพของประชาชนหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงาน รับปรึกษาปัญหาด้านแรงงานสาธิตการฝึกอาชีพรับสมัครผู้ประกันตนตามมาตรา 40 กศน.สิงห์บุรี ออกบริการห้องสมุดเคลื่อนที่พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ แจกของใช้ที่จำเป็นให้กับผู้สูงอายุและผู้พิการฟรี และอีกหลายหน่วยงานในจังหวัดสิงห์บุรี ออกมาบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชนจังหวัดสิงห์บุรีเป็นประจำทุกเดือน (อำนาจ สุขเย็น / สิงห์บุรี)

พระนครศรีอยุธยา หลายหน่วยงาน ร่วมผลักดันโครงการรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด TO BE NUMBER ONE
วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2566 แพทย์หญิงชนิญญา พัฒนศักดิ์ภิญโญ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเสนา เข้าประชุมคณะกรรมการวางแผนและประเมินผล (กวป.) และร่วมพิธีบันทึกข้อตกลงว่าด้วยการประสานความร่วมมือ การดำเนินงานโครงการรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด TO BE NUMBER ONE จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อร่วมขับเคลื่อนการดำเนินงานตามนโยบายจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ให้บรรลุเป้าประสงค์ของโครงการคือ เยาวชนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นหนึ่งโดยไม่พึ่งยาเสพติด โดยมีนายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายแพทย์ยุทธนา วรรณโพธิ์กลาง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพระนครศรีอยุธยา หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง นายอำเภอทั้ง 16 อำเภอ เข้าร่วมลงนาม MOU ณ ห้องประชุมอโยธยา ศูนย์ราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา (วุฒิภัทร ไทยสม / อยุธยา)

พระนครศรีอยุธยา จัดประชุมชี้แจงแนวทางเตรียมการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้งในพื้นที่ สั่งจัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ทุกอำเภอ
วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา 13.30 น. นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มอบหมายให้ นายไพรัตน์ เพชรยวน รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นประธานการประชุมฯ พร้อมด้วย คณะกรรมการ เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมอโยธยา ชั้น 3 อาคาร 4 ชั้น ศาลากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมี นายกฤษณ์ แก้วทองหลาง หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ชี้แจงแนวทางการดำเนินงานการเตรียมการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้งในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
โดยที่ประชุมได้รับทราบรายงานสถานการณ์น้ำจากทุกอำเภอ และติดตามการดำเนินงานตรวจสอบพื้นที่เสี่ยงขาดน้ำ เพื่อการอุปโภคบริโภคให้ครอบคลุมถึงระดับหมู่บ้าน/ชุมชน พร้อมทั้งประสานการปฏิบัติร่วมกับโครงการชลประทาน การประปาส่วนภูมิภาค และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการกำหนดแผนรองรับ อาทิ จัดทำแหล่งสำรองน้ำดิบ แผนการวางท่อน้ำประปา แผนรับน้ำดินจากอ่างเก็บน้ำโดยตรง และแผนจัดสรรน้ำดิบ เพื่อให้การผลิตน้ำประปาเพียงพอต่อความต้องการของประชาชนในพื้นที่ ทั้งนี้ ประธานฯ ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อำเภอทุกอำเภอ จัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ในแต่ละพื้นที่ ให้อำเภอปฏิบัติตามคำสั่งของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ และสำรวจอุปกรณ์เครื่องมือต่างๆ ให้พร้อมใช้งานทันที (เผอิญ – วุฒิภัทร ไทยสม / อยุธยา)

โครงการ Unseen New Chapter คัดเลือกแหล่งท่องเที่ยว “มิวเซียมสิงห์บุรี”
ช่วงบ่ายของวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2566 ณ ห้องประชุมมิวเซียมสิงห์บุรี (อาคาร ร.ศ. 130) อำเภอเมือง จังหวัดสิงห์บุรี การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานลพบุรี นำโดย นางสาวพิมพกานต์ พิพิธธนานันท์ ผู้อำนวยการสำนักงาน ททท.สำนักงานลพบุรี จัดประชุมเพื่อพิจารณาคัดเลือกแหล่งท่องเที่ยว “มิวเซียมสิงห์บุรี” เข้าสู่ โครงการ Unseen New Chapter ของ ททท. โดยมี นายศุภวัฒน์ เทียนถาวร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสิงห์บุรี ให้เกียรติเป็นประธานฯ พร้อมด้วย ส่วนราชการ และภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมการประชุมดังกล่าว
ททท. ได้กำหนดจัดทำโครงการ Unseen New Chapter ภายใต้กลยุทธ์กระตุ้นการเดินทาง และการใช้จ่ายของกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพ โดยการคัดเลือกแหล่งท่องเที่ยวที่มีความสวยงามและมีการบริหารจัดการด้านการท่องเที่ยวที่ดี แต่ยังไม่เป็นที่รู้จักในวงกว้าง และมีคุณสมบัติตามที่กำหนด จังหวัดละ 1 แห่ง รวมทั้งสิ้น 77 แห่ง จาก 77 จังหวัด
ทั้งนี้ เพื่อนำมาเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ด้านการตลาดท่องเที่ยว ก่อให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวเข้าสู่พื้นที่ในปีท่องเที่ยวไทย 2566 และ “Visit Thailand Year 2023 : Amazing New Chapters” ซึ่งมีหลักเกณฑ์การคัดเลือกแหล่งท่องเที่ยวเป็น Unseen New Chapter คือ มีเรื่องราวที่น่าสนใจ ยังไม่เป็นที่รู้จักในวงกว้าง การเดินทางเข้าถึงได้สะดวก มีมุมมองในการถ่ายภาพที่หลากหลายและสวยงาม ไม่เคยได้รับการคัดเลือกเป็น Unseen Unseen New Series และมีการบริหารจัดการด้านการท่องเที่ยวที่ดี หรือเชื่อมโยงกับ Responsible Tourism /BCG Model
โดยมีเงื่อนไขในการส่งแหล่งท่องเที่ยว กำหนดให้ 1 จังหวัด ส่งได้ 1 แหล่งท่องเที่ยว เมื่อได้ชื่อ 1 แหล่งท่องเที่ยว ททท.ส่วนกลาง จะรวบรวมแหล่งท่องเที่ยวทั้งหมด จากนั้น ททท. จะเปิดให้นักท่องเที่ยว สาธารณชน ประชาชน มีส่วนร่วมในการโหวตผ่านช่องทางออนไลน์ ในวงกว้าง ทั้ง 77 แหล่งท่องเที่ยว จะเหลือเพียง 20 แหล่งท่องเที่ยว และอีก 5 แหล่งท่องเที่ยวจะขอสงวนสิทธิ์คัดเลือก โดย ผู้ทรงคุณวุฒิ รวมทั้งหมดเป็น “25 Unseen New Chapters” ส่วนแหล่งท่องเที่ยวที่เหลือ ที่ไม่ได้รับการโหวต 52 แหล่งท่องเที่ยว ททท. ยังให้ความสำคัญและจะเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ทางการตลาดต่อไป (อำนาจ สุขเย็น / สิงห์บุรี)

สระบุรี เตรียมเลือกตั้งสมาชิกสภาเกษตรกรจังหวัด วันอาทิตย์ที่ 19 มีนาคม 2566
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ห้องประชุมปลัดจังหวัด ศาลากลางจังหวัดสระบุรี นายดุรงค์ฤทธิ์ ศิริวัฒนพันธ์ ปลัดจังหวัดสระบุรี ประชุมคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการปฏิบัติงานของคณะกรรมการการเลือกตั้งสมาชิกสภาเกษตรกรจังหวัด ประจำจังหวัดสระบุรี เพื่อร่วมกันพิจารณาแนวทางการขับเคลื่อนการประชาสัมพันธ์การเลือกตั้งสมาชิกสภาเกษตรกรจังหวัด ประเภทผู้แทนเกษตรกรประจำจังหวัด นางสาวอรอนง ขำวงษ์ หัวหน้าสำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดสระบุรี กล่าวว่า ขณะนี้ได้เตรียมจัดการเลือกตั้งตามแผน มีการประกาศหน่วยเลือกตั้ง ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ รับสมัครเลือกตั้ง ตรวจสอบสิทธิผู้สมัคร ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิสมัคร แต่งตั้ง กปน. จปภ. เรียบร้อยแล้ว พร้อมที่จะทำการเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 19 มีนาคม 2566 เวลา 08.00-17.00 น. สำหรับจังหวัดสระบุรี มีสมาชิกสภาเกษตรกร ได้ 16 เขต 16 คน เกษตรกรผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งสิ้น 86,004 คน เขตที่มีผู้สมัคร 1 คน ไม่ต้องมีการลงคะแนนเลือกตั้ง ได้แก่ อำเภอพระพุทธบาท หนองโดน ดอนพุด บ้านหมอ เสาไห้ หนองแซง วังม่วง มวกเหล็ก เขต 2 แก่งคอย ทั้ง 2 เขต ที่ต้องทำการลงคะแนนเลือกตั้ง ได้แก่ หนองแค เขต 1 วิหารแดง เมืองสระบุรี มวกเหล็ก เขต 1 และอำเภอเฉลิมพระเกียรติ (สมนึก สุขีรัตน์ / สระบุรี)

ทีมศูนย์อนามัยที่ 4 ร่วม สาธารณสุขชำนาญการ รพ.เสนา ติดตามตรวจเยี่ยมดูแลผู้สูงอายุ แบบไร้รอยต่อ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายแพทย์ณัฏฐพล เผด็จสุวันนุกูล รองผู้อำนวยการกลุ่มภารกิจด้านปฐมภูมิ โรงพยาบาลเสนา พร้อมบุคลากรสาธารณสุขเครือข่ายสุขภาพอำเภอเสนา เข้าร่วมการนิเทศติดตามและเยี่ยมเสริมพลังการปฏิบัติงานในระบบการดูแลผู้สูงอายุแบบไร้รอยต่อ นำทีมโดย คุณจิตติณัฏฐ์ จูมไธสง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ และทีมจากศูนย์อนามัยที่ 4 สระบุรี ณ ห้องประชุม ศักดิ์ ด่านชัยวิจิตร โรงพยาบาลเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา (ชาญ ชูกลิ่น / อยุธยา)

อุทัยธานี เตรียมจัดงาน “เทศกาลควายไทยอุทัยธานี” ครั้งที่ 11 และการประกวด กระบือ ชิงถ้วยพระราชทาน กรมสมเด็จพระทพฯ ในวันที่ 4-5 มีนาคม 2566 นี้
วันที่ 27 ก.พ. 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ เขื่อนวังร่มเกล้า อำเภอเมืองอุทัยธานี จังหวัดอุทัยธานี นายอลงกต วรกี รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี นายเผด็จ นุ้ยปรี นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุทัยธานี นายสมพล ไวปัญญา ปศุสัตว์จังหวัดอุทัยธานี นายกฤษฎา ซักเซ็ค นายกสมาคมพัฒนาพันธุ์ควายไทย ร่วมกันแถลงข่าวการจัดงาน “เทศกาลควายไทยอุทัยธานี” ครั้งที่ 11 ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 4-5 มีนาคม 2566 ณ บริเวณเขื่อนวังร่มเกล้า จังหวัดอุทัยธานี โดยมี ส่วนราชการ สมาคมพัฒนาพันธุ์ควายไทย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน เข้าร่วมงาน
ควายเป็นสัตว์ที่อยู่คู่กับสังคมเกษตรกรรมของไทยมาตั้งแต่บรรพบุรุษ ผนวกกับจังหวัดอุทัยธานี ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการอนุรักษ์ควายพันธุ์ดี จึงกำหนดให้จัดงานเทศกาลควายไทยอุทัยธานี ต่อเนื่องมาครั้งนี้เป็นครั้งที่ 11 เพื่อประชาสัมพันธ์ศักยภาพทางด้านอนุรักษ์และพัฒนาปรับปรุงกระบือสายพันธุ์ดี ส่งเสริมการเลี้ยงกระบือ และการเพิ่มมูลค่าผลผลิตทางการเกษตรของจังหวัดให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง กระตุ้นให้ทุกภาคส่วนเห็นความสำคัญของอาชีพเกษตรกร
งาน “เทศกาลควายไทยอุทัยธานี” ครั้งที่ 11 ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 4-5 มีนาคม 2566 ณ บริเวณเขื่อนวังร่มเกล้า จังหวัดอุทัยธานี จะมีกิจกรรมภายในงานประกอบด้วย การประกวดกระบือ ประกอบด้วยการประกวดกระบือลุ่มน้ำสะแกกรัง (เฉพาะกระบือในพื้นที่จังหวัดอุทัยธานี) จำนวน 20 รุ่น การประกวดกระบือทั่วไป จำนวน 20 รุ่น และการประกวดกระบือแกรนด์แชมป์ (Grand Champion) ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จำนวน 4 ถ้วย ประกอบด้วย กระบือลุ่มน้ำสะแกกรัง เพศผู้ เพศเมีย และกระบือทั่วไป เพศผู้ เพศเมีย ตามลำดับ นอกจากนั้นภายในงานยังจัดให้มีการแสดงนิทรรศการที่เกี่ยวข้องกับกระบือ การจำหน่ายสินค้าปศุสัตว์ สินค้า OTOP และในภาคกลางคืนจัดให้มีงาน “Buffalo Night” อีกด้วย (ชนม์สวัสดิ์ ทองโพธิ์งาม / อุทัยธานี)

ชัยนาท ร่วมกับหลายหน่วยงาน ร่วมรณรงค์กวดขันวินัยจราจร เน้นย้ำผู้ขับขี่และซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ ต้องสวมหมวกนิรภัย 100%
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณแยกถนนวงษ์โต หลังศาลากลางจังหวัดชัยนาท อำเภอเมืองชัยนาท จังหวัดชัยนาท โดยสำนักงาน ปภ.จังหวัดชัยนาท ร่วมกับตำรวจภูธรจังหวัดชัยนาท ประชาสัมพันธ์จังหวัดชัยนาท และสำนักงานขนส่งจังหวัดชัยนาท ร่วมกันรณรงค์กวดขันวินัยจราจร เพื่อให้ประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนสร้างวินัยจราจร โดยเน้นย้ำผู้ขับขี่และซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ต้องสวมหมวกนิรภัย 100% และรณรงค์หยุดรถให้คนข้ามทางม้าลายเพื่อลดความสูญเสีย
ทั้งนี้ จังหวัดชัยนาท ได้มีการประชาสัมพันธ์และรณรงค์การบังคับใช้กฎหมายการจราจรมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความตระหนักในการใช้รถใช้ถนน สร้างความปลอดภัย พร้อมทั้งขอความร่วมมือประชาชนปฏิบัติตามกฎจราจร เพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง (สุรพล บำรุงศรี – วรชล ฟักขาว / ชัยนาท)

นายอำเภอวิหารแดง พร้อมข้าราชการฝ่ายปกครอง ร่วมมอบถุงยังชีพผู้สูงอายุและติดเตียง
นางสาวอศิรวรรณ เพาะพืช นายอำเภอวิหารแดง นำคณะข้าราชการฝ่ายปกครองและเจ้าหน้าที่สาธารณสุข พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านและจิตอาสาฯ นำเครื่องอุปโภค-บริโภค และข้าวสารอาหารแห้งยารักษาโรค ออกเยี่ยมเยียนและดูแลสภาพความเป็นอยู่สร้างขวัญกำลังใจผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดเตียงในชุมชนต่างๆ ในพื้นที่อำเภอวิหารแดง จังหวัดสระบุรี (สมชาติ มานะยิ่งเมต / สระบุรี)

จังหวัดลพบุรี จัดโครงการประกวดบรรยายธรรม ประจำปี พ.ศ. 2566 ระดับจังหวัด
นางเพชรรัตน์ เลิศรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการประกวดบรรยายธรรม ประจำปี พ.ศ. 2566 ระดับจังหวัด ณ วัดเมืองใหม่ อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี
โครงการประกวดบรรยายธรรม ประจำปี พ.ศ. 2566 ระดับจังหวัด ดำเนินการโดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดลพบุรี เพื่อส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนมีความรู้ความเข้าใจในหลักธรรมทางศาสนาผ่านกระบวนการบรรยายธรรมเป็นแบบอย่างด้านคุณธรรมใช้สติปัญญาในการดำเนินชีวิต ตลอดจนได้ฝึกฝนทักษะการพูดต่อที่ชุมชน เป็นการปลูกฝังคุณธรรมวัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมประเพณีของไทยให้เด็ก เยาวชน มีจิตใจอ่อนโยน มีความประพฤติดี มีความอดทน เป็นคนดีในสังคม นอกจากนี้ยังเป็นการเสริมสร้างสมาธิให้แก่นักเรียน ทั้งนี้การประกวดบรรยายธรรม ประจำปี พ.ศ. 2566 ระดับจังหวัด แบ่งการประกวดออกเป็น 4 ช่วงชั้น ได้แก่ ระดับประถมศึกษาตอนต้น ระดับประถมศึกษาตอนปลาย ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น และระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (กฤษณพงศ์ อยู่รอด – ธนพล อาภรณ์พงษ์ / ลพบุรี)

บพท. สถาบันวิทยาลัยชุมชนเดินหน้าฟื้นฟูครัวเรือนคนจนล้มแล้วลุกไวในพื้นที่ภัยพิบัติ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โครงการวิจัยเพื่อพัฒนาเพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนแบบเบ็ดเสร็จและแม่นยำในพื้นที่จังหวัดชัยนาท ภายใต้การสนับสนุนของ บพท. และสถาบันวิทยาลัยชุมชน ร่วมกับ ศูนย์เพาะชำกล้าไม้ชัยนาท ผู้นำท้องที่ ท้องถิ่น และนักจัดการข้อมูลชุมชน ตำบลโพนางดำออก อำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท สนับสนุนการพัฒนาอาชีพเพาะพันธุ์กล้าไม้ป่า ให้กับครัวเรือนคนจน ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา พื้นที่ชุมชนส่วนใหญ่ของ ตำบลโพนางดำออก อำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท เป็นพื้นที่น้ำท่วมสูงตั้งแต่ปลายเดือนกันยายนจนถึงกลางเดือนพฤศจิกายน มีบ้านเรือนของคนจนถูกน้ำท่วมถึง 150 ครัวเรือน บ้านเรือน ทรัพย์สิน พืชผลเสียหายเป็นส่วนใหญ่ จากที่จนอยู่แล้ว กลับยิ่งจนลงไปอีก ในระหว่างน้ำท่วม คนจนแทบไม่มีรายได้ ซ้ำยังมีรายจ่ายในการดำรงชีพเพิ่มขึ้นจำนวนมาก
สำหรับการเพาะกล้าไม้ป่าของครัวเรือนคนจนที่โพนางดำออกนี้ จะเป็นแหล่งรายได้เสริมและอาชีพใหม่ให้กับครัวเรือนเหล่านี้ได้ในระยะสั้น เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากภาวะน้ำท่วมที่อาจเกิดขึ้นในปีต่อไป เป็นการฟื้นฟูรายได้ ความเป็นอยู่ และการสะสมทุน หรือภูมิต้านทานของครัวเรือนต่อความเสี่ยงอื่นๆ ที่ครัวเรือนคนจนมักมีมากกว่าคนทั่วไป (สุรพล บำรุงศรี – วรชล ฟักขาว / ชัยนาท)



