เออร์โดกัน ให้คำมั่นว่าจะสร้างเขตภัยพิบัติทางตอนใต้ขึ้นใหม่ภายใน 1 ปี ซึ่งประเมินว่า อาจใช้งบประมาณราว 25,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 873,000 ล้านบาท) ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์ ต่อแผนการตอบสนองต่อแผ่นดินไหว และสิ่งที่ชาวตุรกีจำนวนมากเรียกว่า เป็นนโยบายหลายปีที่ทำให้อาคารนับหมื่นหลังถูกทำลายได้อย่างง่ายดาย
“มันไม่ใช่แค่การเปลี่ยนอาคารที่พังยับเยินเท่านั้น แต่ยังต้องวางผังเมืองใหม่โดยอิงตามข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ เช่น ไม่สร้างบนรอยเลื่อน และเรียนรู้จากความผิดพลาดในอดีต” นางเอซิน คอยเมน อดีตหัวหน้าสภาสถาปนิกเมืองอิสตันบูล กล่าว “สิ่งสำคัญอันดับแรก คือ การวางผังเมืองใหม่ ไม่ใช่การสร้างอาคารใหม่”
เหตุแผ่นดินใหญ่ครั้งนี้ เผยให้เห็นถึงความเปราะบางในโครงสร้างพื้นฐานของตุรกี เนื่องจากสิ่งปลูกสร้างที่ถูกทำลายเสียหาย มีทั้งอาคารสมัยใหม่และสมัยโบราณ ไม่ว่าจะเป็น โรงพยาบาล, มัสยิด, โบสถ์ และโรงเรียน อีกทั้งบางคนยังแสดงความกังวลว่า กรอบเวลาที่ทะเยอทะยานของรัฐบาล ทำให้มีเวลาแก้ไขความผิดพลาดในอดีตน้อยมาก
“เมื่อพวกเขาบอกว่า ‘เราเริ่มการก่อสร้างใน 1 เดือน และเราจะทำเสร็จใน 1 ปี’ โดยไม่มีงานผังเมืองนั้น ถ้าให้พูดตามตรง นั่นหมายความว่า พวกเขาไม่ได้ใส่ใจกับภัยพิบัติที่เรากำลังประสบอยู่เลย” นายนูสเรต ซูนา รองหัวหน้าสภาวิศวกรโยธา กล่าวเสริมว่า การทำผังเมืองต้องใช้เวลานานหลายเดือน และการไม่สนใจแผนเหล่านี้เป็นสิ่งที่ผิดมหันต์
ขณะที่นายมูรัต คูรัม รมว.ความเป็นเมืองของตุรกี กล่าวว่า รัฐบาลจะพิจารณาการสำรวจทางธรณีวิทยาอย่างละเอียด ในแผนการก่อสร้างเมืองใหม่ และจะมีการจัดประกวดราคาเช่นกัน
ในช่วงเวลากว่า 20 ปีที่เออร์โดกันอยู่ในอำนาจ เขาใช้โครงการอสังหาริมทรัพย์สำคัญ เพื่อแสดงถึงความเจริญรุ่งเรืองที่เพิ่มขึ้นของตุรกี อีกทั้งการสร้างอาคารภาครัฐและเอกชน ยังเพิ่มตำแหน่งงานและสต๊อกที่อยู่อาศัยใหม่ รวมถึงช่วยเพิ่มคะแนนความนิยมของเขาด้วย
อย่างไรก็ตาม การเลือกตั้งประธานาธิบดีและรัฐสภาที่กำลังจะเกิดขึ้น ซึ่งอาจเลื่อนออกไปเพราะเหตุแผ่นดินไหว เป็นความท้าทายทางการเมืองครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาของเออร์โดกัน เนื่องจากวิกฤติค่าครองชีพส่งผลกระทบอย่างมากต่อชาวตุรกี ก่อนที่จะเกิดภัยพิบัตินี้เสียอีก
ยิ่งไปกว่านั้น การที่รัฐบาลเออร์โดกันประกาศมอบสัญญาการก่อสร้าง ซึ่งให้ผลกำไรแก่บริษัท “ที่เป็นมิตร” ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เพื่อแลกกับการสนับสนุนทางการเมือง และการเงิน อาจยิ่งทำให้สถานการณ์ที่เลวร้ายอยู่แล้ว ยิ่งทวีความรุนแรง
แม้ยังไม่มีข้อมูลแน่ชัดเกี่ยวกับอาคารมากกว่า 20 ล้านหลังในประเทศ แต่นายเมห์เมต โอซาเซกิ อดีต รมว.ความเป็นเมืองของตุรกี กล่าวเมื่อตอนเข้ารับตำแหน่ง เมื่อช่วงกลางปี 2561 ว่า อาคารที่ฝ่าฝืนกฎระเบียบเกี่ยวกับที่อยู่อาศัย อาจมีมากกว่า 50% ของอาคารทั้งหมดในตุรกี.
เลนซ์ซูม
เครดิตภาพ : REUTERS



