การพัฒนากำลังคนที่มีทักษะตรงกับความต้องการของอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เป็นอีกปัจจัยในการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ โดยเฉพาะในช่วงที่หลายประเทศเร่งลงทุนด้านเทคโนโลยี วิจัย และนวัตกรรม ส่งผลให้ความร่วมมือด้านการศึกษาระหว่างประเทศมีบทบาทมากขึ้นในการยกระดับคุณภาพการอุดมศึกษาและการผลิตบุคลากร

บริติช เคานซิล ประเทศไทย ร่วมกับ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จึงจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ ‘จุดประกายอนาคตประเทศไทย: พลิกโฉมการอุดมศึกษาและบุคลากรแห่งอนาคตผ่านความร่วมมือด้านการจัดการศึกษาข้ามพรมแดนระหว่างไทย-สหราชอาณาจักร’ เพื่อผลักดันความร่วมมือด้านการจัดการศึกษาข้ามพรมแดน (Transnational Education) ผ่านการพัฒนาหลักสูตรร่วมระหว่างมหาวิทยาลัยของไทยและสหราชอาณาจักร พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้เรียนเข้าถึงการศึกษาระดับนานาชาติได้มากขึ้น

‘มร.แดนนี่ ไวท์เฮด’ ผู้อำนวยการ บริติช เคานซิล ประเทศไทย กล่าวว่า ความร่วมมือด้านการศึกษาระหว่างไทยและสหราชอาณาจักรดำเนินต่อเนื่องมากว่า 170 ปี และยังมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาบุคลากรให้มีทักษะตรงกับความต้องการของตลาดแรงงานโลก ภายใต้ความร่วมมือระหว่างบริติช เคานซิล และ อว. ได้มีการสนับสนุนโครงการส่งเสริมการจัดการศึกษาข้ามพรมแดน หรือ ทีเอ็นอี (TNE) เพื่อพัฒนาหลักสูตรปริญญาร่วม ปริญญาสองสถาบัน หลักสูตรระยะสั้น และความร่วมมือทางวิชาการในรูปแบบต่างๆ

การสนับสนุนในปีนี้มุ่งเน้นสาขาที่เป็นยุทธศาสตร์ของประเทศ ได้แก่ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) เซมิคอนดักเตอร์ (Semiconductor) เทคโนโลยีดาวเทียมและอวกาศ (Satellite Technologies) และสุขภาพและการบริการการแพทย์ (Health and Wellness) ด้วยทุน ‘Thailand-UK TNE Exploratory Grants 2026’ วงเงินสนับสนุนสูงสุดประมาณ 1.1 ล้านบาทต่อโครงการ ซึ่งดำเนินการต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 เพื่อเปิดโอกาสให้มหาวิทยาลัยของทั้งสองประเทศร่วมพัฒนาหลักสูตรและต่อยอดความร่วมมือด้านการเรียนการสอนและการวิจัย

มร.แดนนี่ กล่าวว่า การเพิ่มผลิตภาพของประเทศจำเป็นต้องอาศัยกำลังคนที่มีทักษะตรงกับความต้องการของภาคเศรษฐกิจ การพัฒนาหลักสูตรร่วมกับมหาวิทยาลัยต่างประเทศช่วยให้ผู้เรียนเข้าถึงองค์ความรู้ เทคโนโลยี และประสบการณ์ระดับนานาชาติได้รวดเร็วขึ้น ขณะเดียวกันยังช่วยขยายเครือข่ายความร่วมมือด้านการวิจัยในประเด็นที่ทั่วโลกให้ความสำคัญ อาทิ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เกษตรกรรมยั่งยืน และระบบสาธารณสุข

ประเทศไทยมีศักยภาพในการก้าวสู่ศูนย์กลางด้านการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมของภูมิภาค จากความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน การสนับสนุนจากภาครัฐ รวมถึงเครือข่ายโรงเรียนนานาชาติหลักสูตรอังกฤษกว่า 250 แห่ง และนักเรียนนานาชาติมากกว่า 200,000 คน ซึ่งเป็นปัจจัยเอื้อต่อการพัฒนาระบบการศึกษานานาชาติในระยะยาว

ด้าน ‘ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี’ รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวว่า ความร่วมมือด้านการจัดการศึกษาข้ามพรมแดนจะช่วยยกระดับการพัฒนาหลักสูตร การวิจัย และการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างมหาวิทยาลัยของไทยและสหราชอาณาจักร โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาทั้งทักษะเฉพาะทางและทักษะทางสังคม เพื่อเตรียมความพร้อมให้ผู้เรียนรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของโลกการทำงาน และสนับสนุนเป้าหมายการผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการศึกษาระดับอุดมศึกษาของภูมิภาค

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการเสวนาเกี่ยวกับความร่วมมือด้านการพัฒนาบุคลากรระหว่างไทยและสหราชอาณาจักร การแนะนำรายละเอียดทุน Thailand-UK TNE Exploratory Grants 2026 และการจัดแสดงผลงานจาก 5 โครงการความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยไทย ได้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ที่ดำเนินงานร่วมกับมหาวิทยาลัยในสหราชอาณาจักร เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์และต่อยอดความร่วมมือด้านการศึกษาในอนาคต