พบกันเป็นประจำทุกวันเสาร์ กับ “ข่าวสังคมออนไลน์ภาคกลาง” นำเสนอข่าวสารรอบตัว รวมทั้งกิจกรรมตามแต่ละพื้นที่ต่างๆ อีกมากมาย เพื่อให้ประชาชนได้รับรู้ทุกเหตุการณ์……………

เริ่มต้นกันที่เรื่องร้อนๆก่อนเลย..ฝากเรียนถึงท่าน ผบก.ภ.จว.นนทบุรี และ ท่าน ผบ.ตร.คนใหม่ เพราะไม่รู้จะพึ่งใครแล้ว คดี “สาวออฟฟิศ” เข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.รัตนาธิเบศร์ จ.นนทบุรี ตั้งแต่กลางเดือนมีนาคม 2566 ที่ผ่านมา ว่าถูกแก๊งมิจฉาชีพแสบ หลอกให้ลงทุนเทรดผ่านแอปฯดัง หลังโอนเงินไปหลักพันจนถึงหลักหมื่นหลักแสนบาท เบ็ดเสร็จโดนหลอกไปเกือบ 6 แสนบาท นี่ผ่านไปนานเกือบ 8 เดือนคดีแทบไม่คืบหน้า ทั้งที่ผู้เสียหายหาเอกสารหลักฐานและข้อมูลต่างๆ ที่เป็นประโยชน์มามอบให้ตำรวจเยอะแยะ จนท่านผู้กำกับโรงพักยังเอ่ยปากชม ที่ผ่านมาพ่อของผู้เสียหายก็ทั้งโทรศัพท์และแวะเวียนไปตามความคืบหน้าของคดีที่โรงพัก ก็ไม่ได้รับคำตอบเป็นชิ้นเป็นอัน

ล่าสุดพ่อผู้เสียหายโทรศัพท์ไปสอบถามพนักงานสอบสวนเจ้าของคดีเมื่อประมาณวันที่ 8 ตุลาคม 2566 ที่ผ่านมา ได้รับคำตอบแบบอึกๆ อักๆ ว่าออกหมายเรียกเจ้าของบัญชีที่รับโอนเงินไปซึ่งน่าจะเป็นบัญชีม้าไปแล้ว 1 ครั้ง พ่อผู้เสียหายฟังแล้วแทบช็อก อะไรกันผ่านมาจะ 8 เดือนเพิ่งออกหมายไปเรียกไปแค่ครั้งเดียว คดีช้ายิ่งกว่าเต่าป่วยเดินต้วมเตี้ยม ป่านนี้พวกมิจฉาชีพคงเบิกบานกับเงินของเหยื่อไปไหนต่อไหนแล้ว

อยากเรียนด้วยความเคารพว่า ไม่ว่าผู้เสียหายจะเป็นใคร คนธรรมดา พนักงานบริษัท หรือคนเด่นคนดัง(ที่พอเป็นข่าวก็ไล่จับกันได้ปุ๊บปั๊บ) ตำรวจในฐานะผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ก็ควรทำหน้าที่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข รับใช้ประชาชนอย่างเต็มที่ …จะคดีเยอะหรือน้อย ทั้งพนักงานสอบสวน และผู้บังคับบัญชาต้องบริหารจัดการให้ดีไม่ให้กระทบกับประชาชน …ถ้ามัวแต่ขอให้เข้าใจตำรวจ ก็คงต้องถามกลับไปบ้างว่า แล้วตำรวจล่ะเข้าใจหัวอกประชาชนคนเดือดร้อนมากน้อยแค่ไหน หรือต้องให้ประชาชนไปสืบหาไปไล่จับผู้ร้ายกันเอง จะเอาแบบนั้นเหรอครับ!?

“ชาดา” รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และคณะ ลงพื้นที่จังหวัดชัยนาท ติดตามสถานการณ์น้ำและภัยแล้ง ผู้ว่าฯ เตรียมพร่องน้ำรองรับ

                ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ห้องประชุมทรงบาดาล วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี ชัยนาท นายชาดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และคณะ ลงพื้นที่จังหวัดชัยนาท ตรวจเยี่ยมสถานการณ์น้ำและภัยแล้ง โดยมีนายนที มนตริวัต ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท ปลัดจังหวัด คณะข้าราชการ นายอำเภอ ผู้บริหารองค์กรส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ให้การต้อนรับ จากนั้นได้ลงพื้นที่ตรวจสอบปริมาณน้ำที่เขื่อนเจ้าพระยา อำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท

              นายนที มนตริวัต ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท กล่าวว่า จังหวัดชัยนาทมีพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม หากที่เหนือเขื่อนเจ้าพระยามีระดับน้ำมากกว่า 17.00 เมตร จะเกิดน้ำท่วมตลิ่งพื้นที่ลุ่มต่ำ และท้ายเขื่อนจะกระทบเมื่อมีการระบายน้ำเกิน 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เป็นต้นไป ซึ่งขณะนี้ พื้นที่จังหวัดชัยนาทยังไม่มีผลกระทบจากการบริหารจัดการน้ำทั้งเหนือเขื่อนและท้ายเขื่อน  ส่วนการเตรียมการแก้ไขปัญหาภัยแล้งได้มีการสูบน้ำเข้าไปเก็บยังสระต่างๆรวมถึงปิดกั้นลำน้ำสาธารณะในพื้นที่เพื่อเก็บน้ำไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้งแทนที่จะปล่อยให้น้ำสูญเสียไปแบบเดิม

                นายวัชระ ไกรสัย ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 12 กล่าวรายงานสถานการณ์น้ำว่า กรมชลประทานได้มีการคาดการณ์และเฝ้าติดตามสถานการณ์ โดยจากการคาดการณ์ของสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ช่วงวันที่ 9-15 ตุลาคมนี้ จะมีฝนตกหนักมากถึงหนัก อยู่ในเขตภาคเหนือและภาคกลางจะทำให้ปริมาณน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มขึ้น  ทางสำนักงานชลประทานที่ 12 ได้คาดการณ์ล่วงหน้า 3 วัน ว่าในแม่น้ำน่านจะมีแนวโน้มสูงขึ้น ส่วนแม่น้ำปิง มีแนวโน้มลดลง และที่สถานีวัดน้ำ C.2 จ.นครสวรรค์จะมีปริมาณน้ำไหลผ่าน 1,800-1,900 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และคาดว่าจะมีการระบายน้ำออกท้ายเขื่อนเจ้าพระยาอยู่ที่  1,600-1,800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที 

                ด้าน นายชาดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า จากการลงพื้นที่วันนี้ ทราบว่าสถานการณ์น้ำคงไม่หนัก ทางผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาทได้ทำการพร่องน้ำไปเก็บในพื้นที่แล้ว เพื่อไว้ใช้ในหน้าแล้ง ซึ่งลักษณะปัญหาสิ่งแวดล้อมปัจจุบันมักเกิดน้ำท่วมและแล้งในพื้นที่เดียวกัน เชื่อว่าอีกไม่กี่วันก็แล้ง เพราะปัจจุบันปริมาณน้ำมีเหลือใช้เพียง 20% ในส่วนของจังหวัดชัยนาทได้ดำเนินการได้ดีเยี่ยมอยู่แล้ว วันนี้จึงมามอบนโยบายว่าต่อไปจะไม่เจอแบบน้ำท่วมทุกพื้นที่ แต่จะเจอแบบท่วม และแล้งในพื้นที่เดียวกัน ซึ่งทางท้องถิ่น และจังหวัดต้องรับบทหนักหน่อย   (สุรพล บำรุงศรี – วรชล ฟักขาว / ชัยนาท)

ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมรองผู้ว่าฯ ปลัดจังหวัดฯ ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนเยาวชน “สานใจไทย สู่ใจใต้” รุ่นที่ 41 และครอบครัวอุปถัมภ์

วันที่ 9 ตุลาคม 2566 นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เดินทางไปเยี่ยมเยียนเยาวชนในโครงการ “สานใจไทย สู่ใจใต้ ” รุ่นที่ 41 ครูพี่เลี้ยง และครอบครัวอุปถัมภ์ ที่ มัสยิดกุฎีช่อฟ้า ตำบลคลองตะเคียน อำเภอพระนครศรีอยุธยา ซึ่งมีเยาวชนศาสนาอิสลามมาพักอาศัยกับครอบครัวอุปถัมภ์ในพื้นที่อำเภอพระนครศรีอยุธยา จำนวน 11 ครอบครัว รวม 22 ราย มีกำหนดระยะเวลา 15 วัน ระหว่างวันที่ 4 – 15 ตุลาคม 2566 โดยมี นายไพรัตน์ เพชรยวน รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายประพันธ์ ตรีบุบผา ปลัดจังหวัด นายเดชาธร เชาว์เลขา นายอำเภอพระนครศรีอยุธยา นายประดิษฐ์ รัตนโกมล ประธานอิสลามจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายธวัชชัย นิมา ประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านประจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ครอบครัวอุปถัมภ์ และผู้เกี่ยวข้อง ให้การต้อนรับ จากนั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดฯ ได้พบปะพูดคุยกับเยาวชนและครอบครัวด้วยความเป็นกันเอง ทำให้เด็กๆเยาวชนต่างเล่าถึงประสบการณ์ที่ผ่านมา 5 วัน ซึ่งครอบครัวอุปถัมภ์ และพี่เลี้ยงทุกคน ได้ต้อนรับอย่างอบอุ่นและสนุกสนานอีกด้วย

นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวความในใจว่า มีความรู้สึกยินดีที่ได้ต้อนรับเยาวชนในโครงการ “สานใจไทย สู่ใจใต้” รุ่นที่ 41 ซึ่งจัดขึ้นเพื่อให้เยาวชนจาก 5 จังหวัดชายแดนใต้ ได้ศึกษาเรียนรู้วิถีชีวิต ขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรม และการอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรม ระหว่างครอบครัวมุสลิมและครอบครัวพุทธในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ก่อให้เกิดการเชื่อมโยงความสัมพันธ์เป็นครอบครัวเดียวกันของครอบครัวภาคกลางกับครอบครัวภาคใต้ รวมทั้งทัศนศึกษาตามสถานที่สำคัญต่างๆ แหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์ เชื่อมโยงกับสังคมวัฒนธรรมในอดีตสู่ปัจจุบัน โดยทางครอบครัวจะสอนให้เยาวชน ได้ทราบถึงประเพณีวัฒนธรรมของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา รวมถึงพาไปทัศนศึกษาและทำกิจกรรมทางศาสนาร่วมกัน ตามแนวคิดเกิดมาทั้งที ทำดีเพื่อแผ่นดิน (เผอิญ – วุฒิภัทร ไทยสม / อยุธยา)

ผู้ว่าฯสระบุรี “บัญชา” พร้อมข้าราชการและหน่วยงาน ลงพื้นที่ประสบภัยเร่งแก้ปัญหาน้ำท่วม

วันที่ 6 ตุลาคม 2566 นายบัญชา เชาวรินทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี พร้อมด้วยนายสันทัศน์ รันดาเว นายอำเภอเฉลิมพระเกียรติ นายชินอาชว์ รสิอัครศักดิ์ นายอำเภอเสาไห้ ปลัดอำเภอเมืองสระบุรี นางสาวรุ่งลาวัลย์ มาแก้ว  สจ.เขต อำเภอเฉลิมพระเกียรติ นายจำรัส คัตตพันธ์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยบง กำนัน ผู้ใหญ่บ้านตำบลห้วยบง  นายสมชาย เศวตพันธ์นายกองค์การบริหารส่วนตำบลดาวเรือง กำนัน ผู้ใหญ่บ้านตำบลดาวเรือง ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อุทกภัยเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับประชาชน โดยตั้งเครื่องสูบน้ำจากบริเวณคลองพหลโยธิน อำเภอเฉลิมพระเกียรติ ไปสู่คลองห้วยแร่ เพื่อระบายน้ำท่วมขังในพื้นที่ พร้อมนี้ได้สั่งการให้สำนักงานป้องกันบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสระบุรี ขอรับการสนับสนุนเครื่องสูบน้ำท่วมขัง จาก ศูนย์ ปภ เขต 3 ปราจีนบุรี  ซึ่งจะมาถึงพื้นที่ในวันพรุ่งนี้เช้าเร่งสูบระบายน้ำ เพื่อช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ต่อไป ณ คลองพหลโยธิน หมู่ที่ 2 ตำบลห้วยบง อำเภอเฉลิมพระเกียรติ สระบุรี จังหวัดสระบุรี  (สมนึก สุขีรัตน์ / สระบุรี)

กอปภ.อยุธยา แจ้งเตือนฉบับที่ 4 ขอให้ หน่วยงาน ผู้ประกอบการ และประชาชน ที่อยู่ในพื้นที่ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา และแม่น้ำน้อย เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ในช่วงวันที่ 9 – 15 ตุลาคม หลังกรมชลฯ แจ้งระบายน้ำท้ายเขื่อน

นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ผู้อำนวยการกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งจากกรมชลประทานว่า ตามประกาศ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ฉบับที่ 2/2566 เรื่อง เฝ้าระวังน้ำหลาก และน้ำล้น ตสิ่ง ซึ่งสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้ติดตามสถานการณ์น้ำในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ร่องมรสุมทำให้เกิดฝนตกหนักสะสมทั้งประเทศไทย ทำให้มีน้ำในลำน้ำเพิ่มมากขึ้น โดยคาดการณ์ในช่วงวันที่ 8 -11 ตุลาคม 2566 จะมีฝนตกหนักถึงหนักมาก ในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ สทนช. ได้วิเคราะห์คาดการณ์จะมีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้น ซึ่งส่งผลให้น้ำลันตลิ่งบริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำริมลำน้ำ ในช่วงวันที่ 9 – 15 ตุลาคม 2566 โดยเฉพาะแม่น้ำเจ้าพระยา คาดการณ์จะมีน้ำหลากจากพื้นที่ ตอนบนของลุ่มน้ำ ซึ่งเขื่อนเจ้าพระยาต้องเพิ่มการระบายน้ำในอัตรามากกว่า 1,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที นั้น

        กรมชลประทานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้คาดการณ์ปริมาณน้ำที่สถานีวัดน้ำท่า C.2 อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ จะมีปริมาณน้ำไหลผ่านประมาณ 1,800 – 1,900 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และคาดการณ์ปริมาณน้ำจากแม่น้ำสะแกกรัง และลำน้ำสาขามีปริมาณประมาณ 200 – 300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งทำให้ปริมาณน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยา มีปริมาณระหว่าง 2,000 – 2,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที บริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ บริเวณคลองบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และตำบลหัวเวียง อำเภอเสนา ตำบลลาดชิด ตำบลท่าดินแดง อำเภอผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา (แม่น้ำน้อย) อาจส่งผลกระทบต่อพื้นที่ชุมชน หากมีปริมาณน้ำเหนือเพิ่มขึ้นที่จะส่งผลให้มีปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยามากกว่า 1,800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จะแจ้งให้ทราบต่อไป

ทั้งนี้ กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จึงขอให้นายอำเภอทุกอำเภอ นายกเทศมนตรีนครพระนครศรีอยุธยา และนายกเทศมนตรีเมืองทุกแห่ง ประกาศประชาสัมพันธ์แจ้งเตือน หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บริษัท ห้างร้าน ที่ประกอบกิจการในแม่น้ำเจ้าพระยา อาทิ งานก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง แพร้านอาหาร เป็นต้น รวมทั้งประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา และแม่น้ำน้อย ขอให้เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด  (วุฒิภัทร ไทยสม / อยุธยา)

พ่อเมืองลพบุรี “อำพล” เน้นย้ำเจ้าหน้าที่ให้ความสำคัญกับพี่น้องประชาชน ทำงานเชิงรุก เพื่อแก้ไขปัญหาด้านคุณภาพชีวิต ในพื้นที่อำเภอโคกเจริญและอำเภอสระโบสถ์ จังหวัดลพบุรี

นายอำพล อังคภากรณ์กุล ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี นำหัวหน้าส่วนราชการกระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ ประชุมถ่ายทอดแนวทางการปฏิบัติงานตามนโยบายของรัฐบาล และกระทรวงมหาดไทยให้กับผู้ปฏิบัติงานระดับอำเภอของอำเภอโคกเจริญและอำเภอสระโบสถ์ เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานในพื้นที่ให้สอดคล้องในการบำบัดทุกข์ บำรุงสุขบรรเทาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชน

สำหรับแนวทางการปฏิบัติงานตามนโยบายของรัฐบาล และกระทรวงมหาดไทยในการขับเคลื่อนภายในพื้นที่ครั้งนี้ประกอบด้วย การพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ การรักษาความสงบเรียบร้อย และการปราบปรามยาเสพติดพื้นที่ การขับเคลื่อนงานพระราชดำริในพื้นที่ งานด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเมื่อเกิดเหตุภัยพิบัติในพื้นที่ งานวางระบบผังเมืองและผังภูมิสังคม งานพัฒนาคุณภาพชีวิตและสร้างรายได้ในชุมชนในพื้นที่ การแก้ปัญหาที่ดินทำกิน การบริหารงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในเรื่องของงาน งบประมาณ ระบบการดำเนินงาน และงานบริหารบุคลากร งานด้านสาธารณูปโภคในพื้นที่ และ การพักชำระหนี้เกษตรกรเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้พี่น้องเกษตรกร เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายของกระทรวงมหาดไทยที่ว่า ทันโลก ทันสมัย ทันท่วงที   (กฤษณพงศ์ อยู่รอด – ธนพล อาภรณ์พงษ์ / ลพบุรี) 

ลพบุรี จัดงานสินค้าเกษตร ผลิตภัณฑ์ และอาหารปลอดภัย ป้ายรับรองมาตรฐาน Q ครั้งที่ 2

นายวชิระ เกตุพันธุ์  รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี เป็นประธานเปิดงานประชาสัมพันธ์สินค้าเกษตร ผลิตภัณฑ์ และอาหารปลอดภัยจังหวัดลพบุรี ครั้งที่ 2 ประจำปี พ.ศ. 2566 ”และพิธีมอบป้ายรับรองมาตรฐาน Q  ให้แกสถานประกอบการ จำนวน 20 แห่ง  โดยมี ว่าที่ ร.ต.ทรงพล  แป้นแก้ว  ปลัดจังหวัดลพบุรี   นายศรัทธา  ศรีทิพงศ์ เกษตรและสหกรณ์จังหวัดลพบุรี  นางสวามินี   อิสระทะ ประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ  ผู้บริหารห้างสรรพสินค้า โรบินสัน ไลฟ์สไตล์ ลพบุรี ตัวแทนภาคเกษตรกร ภาคเอกชน ประชาชนและสื่อมวลชนร่วมงานที่บริเวณลานกิจกรรม ชั้น 1 ห้างสรรพสินค้า โรบินสัน ไลฟ์สไตล์ ลพบุรี  ตำบลกกโก อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี  (กฤษณพงศ์ อยู่รอด – ธนพล   อาภรณ์พงษ์ / ลพบุรี)

ชัยนาท จัดพิธีมอบทุนการศึกษามูลนิธิคุณพุ่ม โดยทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ประจำปีการศึกษา 2566

                ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ห้องประชุมศูนย์การศึกษาพิเศษ ประจำจังหวัดชัยนาท อำเภอเมืองชัยนาท จังหวัดชัยนาท นายศรณ์จักร์ชัย ชูวาพิทักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท เป็นประธานในพิธีมอบทุนการศึกษามูลนิธิคุณพุ่ม ประจำปีการศึกษา 2566 โดยมีนายวีระชัย สมบูรณ์ชัย ผู้อำนวยการศูนย์การศึกษาพิเศษ ประจำจังหวัดชัยนาท คณะครู และผู้ปกครอง เข้าร่วมพิธี รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท ประธานในพิธี ได้กล่าวพระดำรัสทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี องค์ประธานมูลนิธิคุณพุ่ม ซึ่งกล่าวถึงการแสดงความยินดีกับผู้ที่ได้รับทุนการศึกษา ขอให้นำทุนการศึกษาไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสด เพื่อให้เด็กได้รับการพัฒนาศักยภาพและสามารถช่วยเหลือตนเองได้ และขอให้กำลังใจ ให้ทุกคนมีความอดทน มุ่งมั่นในการพัฒนาบุตรหลาน เพื่อให้มีศักยภาพและอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข

               มูลนิธิคุณพุ่ม โดยทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี องค์ประธานมูลนิธิคุณพุ่ม ทรงประทานทุนสนับสนุนการศึกษาสำหรับเด็กออทิสติก และเด็กพิการทุกประเภท เพื่อให้ผู้ปกครองนำไปพัฒนา บุตร –หลาน ผู้พิการ ให้ได้รับการพัฒนาตามศักยภาพ และการศึกษาที่ตรงตามความต้องการจำเป็นพิเศษเฉพาะบุคคล โดยจัดสรรทุนการศึกษาให้แก่เด็กพิการทุกประเภทที่มีฐานะยากจน และขาดโอกาสในการพัฒนาคุณภาพชีวิตทั่วประเทศ จำนวน 10,633 ทุน ซึ่งเด็กพิการในเขตจังหวัดชัยนาท ได้รับอนุมัติทุนการศึกษา จำนวน 103 ทุน รวมเป็นเงิน 515,000 บาท  (สุรพล บำรุงศรี – วรชล ฟักขาว / ชัยนาท)

รอง ผอ.รมน.สห.จังหวัดสิงห์บุรี พร้อมคณะ ลงพื้นที่สำรวจพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม

พันเอก ชายธนัญชา วาจรัต รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสิงห์บุรี พร้อมคณะได้ลงพื้นที่สำรวจพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมหนักจากทุกครั้งที่ผ่านมา โดยพื้นที่แรกที่ลงคือ บ้านเกาะ หมู่ 1 ตำบลทับยา อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี มี นายเชนทร์ คนชาน ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 1 ให้การต้อนรับโดยพาไปดูภายในหมู่บ้านบ้านเกาะ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ถูกน้ำท่วมแทบทุกปี มีผู้อาศัยอยู่จำนวน 38 ครัวเรือน โดยรองชายธนัญชา  ได้เดินสำรวจและพบปะพร้อมให้กำลังพี่น้องประชาชน พร้อมสนับสนุนกำลังพลทหารช่วยขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง หากเขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำท้ายเขื่อนอยู่ที่ระดับ 2,100 ลบ.ม./วินาที ผู้ใหญ่เชนทร์ ได้กล่าวว่า ขณะนี้เขื่อนเจ้าพระยายังปล่อยน้ำที่ 1,498 ลบ.ม./วินาที ทำให้น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณ อ.เมืองสิงห์บุรีอยู่ในระดับ 9.28 เมตร เพิ่มสูงจากตลิ่งกว่า 22 ซม. ในพื้นที่บ้านเกาะปีนี้ก็จะพ้นเหตุน้ำท่วม แต่ถ้าเกิดเหตุที่ไม่คาดคิด เช่น พายุเข้าหลายลูก ฝนตกหนักติดต่อกันหลายวันเข้ามาซ้ำ ก็ต้องมาประเมินสถานการณ์กันอีกครั้ง

ต่อมา พันเอกชายธนัญชา พร้อมคณะ ได้ลงไปสำรวจพื้นที่ที่บริเวณใกล้เคียงวัดปราสาท หมู่ 4 ตำบลอินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี ตรงจุดช่องว่างระหว่างเขื่อนเพื่อให้ชาวบ้านเดินผ่านได้ จุดนี้เรียกว่าจุดฟันหลอ ทำให้ 2 ปีที่ผ่านมาไม่สามารถอุดน้ำจุดนี้ได้ ทำให้น้ำทะลักจนท่วมตลาดอินทร์บุรี แต่ในปีนี้ได้มีโครงการปรับปรุงและซ่อมแซมตรงจุดนี้อย่างถาวร คาดว่าน่าจะแล้วเสร็จภายในอาทิตย์นี้ ตรงจุดนี้จึงไม่น่าห่วง จุดที่ 3 เป็นจุดตรงระบายน้ำบางโฉมศรี ตำบลชีน้ำร้าย อำเภออินทร์บุรี ซึ่งเป็นจุดที่ต่ำที่สุดในจังหวัดสิงห์บุรี มีผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 2 ตำบลชีน้ำร้าย ได้เตรียมพร้อมเนื่องจากท่วมอยู่ทุกปี แต่ปีนี้ถ้าดูจากระดับฝนและการระบายน้ำของสำนักงานชลประทานก็คาดว่าน้ำไม่น่าจะท่วมในปีนี้ โดยรองชายธนัญชา  ได้บอกว่าถ้าท่วมก็ยินดีประสานกำลังพลทหารมาช่วยชาวบ้านในทันที  (อำนาจ สุขเย็น / สิงห์บุรี)       

งานมอบรางวัลท้องถิ่นดิจิทัล ประจำปี 2566

เทศบาลเมืองตาคลี อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ ได้รับรางวัลท้องถิ่นดิจิทัลประเภทดีเด่น ประจำปี 2566  โครงการพัฒนาระบบบริการประชาชนในรูปแบบเว็บแอปพลิเคชัน (Smart-Takhli) “แจ้งทุกข์/แจ้งเหตุ” 

วันที่ 10 ตุลาคม 2566 เวลา 13.30 น. นางเพลินพิศ ศรีภพ นายกเทศมนตรีเมืองตาคลี เข้ารับมอบรับรางวัลท้องถิ่นดิจิทัลประเภทดีเด่น ประจำปี 2566 จาก ดร.พวงเพ็ชร ชุนละเอียด รัฐมนตรีประจำสำนักนายรัฐมนตรี ซึ่งจัดโดย DGA หรือ สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) ณ ศูนย์การประชุม ซี อาเซียน พระราม 4 อาคารไทยเบฟควอเตอร์ กรุงเทพฯ  (กิตติ์ธเนศ  พัวพรพงษ์ / นครสวรรค์)

อำเภอดอนพุด ร่วมกิจกรรมจัดแสดง Live Action ในการจัดงานนิทรรศการนานาชาติ “การขับเคลื่อนเพื่อมุ่งสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน กระทรวงมหาดไทย”  หรือ Sustainability Expo 2023 

นายพัชรพัชร์ ศรีธัญญนนท์ นายอำเภอดอนพุด ร่วมกิจกรรมจัดแสดง Live Action ในการจัดงานนิทรรศการนานาชาติ “การขับเคลื่อนเพื่อมุ่งสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน กระทรวงมหาดไทย”  หรือ Sustainability Expo 2023  โครงการ Live Action ดอนพุดเพียงพอด้วยปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงอย่างยั่งยืน มีพระมหาวีระชัย ฐานิสฺสโร เลขานุการเจ้าคณะอำเภอดอนพุด นายไพศาล ขำวงษ์ นายกเทศมนตรีตำบลดอนพุด และภาคีเครือข่าย เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ อำเภอดอนพุดแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 4 ตำบล 28 หมู่บ้านประกอบด้วย ตำบลไผ่หลิ่ว ตำบลดอนพุด ตำบลบ้านหลวงและตำบลดงตะงาว มีพื้นที่ทั้งสิ้น 58.71 ตารางกิโลเมตร หรือ 35,901ไร่ มีประชากรรวมทั้งสิ้น 6,538 คน แบ่งเป็นประชากรชาย 3,202 คนและ ประชากรหญิง 3,336 คน มีครัวเรือนรวมทั้งสิ้น 2,555ครัวเรือน มีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 2 แห่ง ประกอบด้วยเทศบาลตำบลดอนพุด และองค์การบริหารส่วนตำบลดงตะงาว อำเภอดอนพุด ตั้งอยู่ในพื้นที่ทุ่งรับน้ำบางกุ่มอีกทั้งยังตั้งอยู่ตอนล่างของโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเริงรางและโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาโคกกะเทียมโดยในช่วง ฤดูมรสุมหรือฤดูน้ำหลาก จะเกิดอุทกภัย (น้ำท่วม) ในพื้นที่ในช่วงฤดูแล้ง น้ำไม่เพียงพอต่อการทำนาปรัง และนาปีซึ่งส่งผลกระทบต่อสภาพความเป็นอยู่ของประชากรในพื้นที่ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม คิดเป็นร้อยละ 92 เปอร์เซ็นต์  (สมนึก  สุขีรัตน์ / สระบุรี)

ปอเต็กตึ๊งร่วมสว่างรัตน์ฯสระบุรีแจกถุงยังชีพชาวบ้านในชุมชนเขตเทศบาลเมืองสระบุรี 1 พันชุด ”นายกคล้าย” นำทีมงานรักเมืองเพรียวขนน้ำดื่มร่วมแจกด้วย

                เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 10 ตุลาคม 2566 ณ.ที่บริเวณอาคารเรียน โรงเรียนเทศบาล 9 (วัดเขาคูบา) ตำบลปากเพรียว อำเภอเมือง จังหวัดสระบุรี มูลนิธิปอเต็กตึ๊ง (สำนักงานใหญ่) กทม. นำโดย นายรัชพร ประสงศ์ทรัพย์ หัวหน้าแผนกสายงานฝ่ายสังคมสงเคราะห์มูลนิธิปอเต็กตึ๊ง พร้อมเจ้าหน้าที่ และอาสาสมัครกู้ภัยฯ นำเครื่องอุปโภค บริโภค (ถุงยังชีพ) มามอบให้กับพี่น้องประชาชนที่พำนักอยู่ในชุมชนต่างๆในเขตเทศบาลเมืองสระบุรี จำนวน 1,000 ชุด โดยมีนางพัฒนิดา เพ็ญสุทธิชาติบุตร หน.ฝ่ายสงเคราะห์ ช่วยเหลือ ฟื้นฟู สนง ปภ. จังหวัดสระบุรี และนายวิบูลย์ สุขอนันตธรรม นายกสมาคมพุทธสมาคมสว่างรัตนตรัยธรรมสถาน สระบุรี มอบหมายให้ นายเรวัต แสงนิล รองนายกพุทธสมาคมสว่างฯ เจ้าหน้าที่ อาสากู้ภัยฯ พร้อมกำลัง ให้การต้อนรับ และประสานงานให้ความช่วยเหลือ จัดระเบียบ ประชาชน ที่เดินทางมารอรับสิ่งของที่จะนำมาแจกจ่าย

                ในโอกาสเดียวกันนี้ ดร.ภาณุพงศ์ ทิพยเศวต (นายกคล้าย) พร้อมทีมงาน”รักเมืองเพรียว และสหายเมืองเพรียว” นำน้ำดื่มบรรจุขวด จำนวน 1,200 ขวด (100 แพ็ก) มาสมทบ และร่วมสนธิกำลังกับเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ แจกจ่ายเครื่องอุปโภค บริโภค แก่พี่น้องประชาชน ในเขตเทศบาลเมืองสระบุรี ได้แก่ ชุมชนเขาคูบา 1 และ เขาคูบา  2 ชุมชนหลังวัดทอง ชุมชนเขายิงเป้า และชุมชนประปา ที่มีผู้สูงวัย ผู้ด้อยโอกาส พาครอบครัวมารอรับสิ่งของดังกล่าวเป็นจำนวนมากจนล้นออกมานอกตัวอาคาร

                นายรัชพร ประสงศ์ทรัพย์ ผู้แทนมูลนิธิปอเต้กตึ๊ง เปิดเผยว่า มูลนิธิปอเต็กตึ๊ง เป็นองค์กรสาธารณกุศล ตระหนักในหน้าที่ ที่พึงจะต้องให้การช่วยเหลือบรรเทาทุกข์บำรุงสุขแก่เพื่อนมนุษย์ ทั้งงานด้านบรรเทาสาธารณภัย ด้านสังคมสงเคราะห์ และในโอกาเทศกาลต่างๆของมูลนิธิฯ  ด้วยการนำเครื่องอุปโภคบริโภคให้แก่ประชาชนในภูมิภาค ซึ่งปีนี้ 2566 มูลนิธิปอเต็กตึ๊งได้นำเครื่องอุปโภคบริโภคไปแจกจ่ายมาแล้ว 4 จังหวัด คือ สระแก้ว,ประจีนบุรี,ราชบุรี,สุพรรณบุรี และ สระบุรี เป็นจังหวัดที่ 5 (จังหวัดละ 1,000 ชุด) รวม 5.000 ชุด มูลค่าทั้งสิ้น 2,000,000 บาท (สองล้านบาท)

                สำหรับเครื่องอุปโภค บริโภค ที่นำมาประกอบด้วย ข้าวสาร บะหมี่สำเร็จรูป, น้ำปลา,น้ำมันพืช และขนม เด็กๆ ในท้ายนี้ ในนามมูลนิธิปอเต็กตึ๊ง ใคร่ขอขอบคุณ คุณเรวัต แสงนิล รองนายกพุทธสมาคมสว่างรัตนตรัยธรรมสถานสระบุรี ,ดร.ภาณุพงศ์ ทิพยเศวต (นายกคล้าย) และทีมงาน ตลอดจนผู้มีส่วนเกี่ยวข้องให้การสนับสนุนช่วยเหลือการแจกจ่ายเครื่องอุปโภค บริโภคในครั้งนี้ประสบผลสำเร็จบรรลุวัตถุประสงค์ ด้วยดีทุกประการขอจงได้รับบุญกุศลโดยทั่วกัน  (วิรัตน์ เดชะวราฤทธิ์ / สระบุรี)

มูลนิธิเซียงเต็กตึ๊ง ทำพิธีถวายเครื่องสักกาบูชาปวงวิสุทธิเทพและเทวอาจารย์

นายชัยสิทธิ์ กังวาลไกลไพศาล ประธานมูลนิธิเชียงเต็กตึ๊ง ได้กล่าวถึงการจัดงาน ทิ้งกระจาด แจกทานข้าวสารและสิ่งของบำเพ็ญกุศลอุทิศให้บรรพบุรุษและวิญญาณไร้ญาติ โดยกราบอาราธนาพระสงฆ์จีนนิกายจากวัดเทพพุทธาราม จังหวัดชลบุรี ประจำปี 2566 ที่ผ่านมา ณ ศาลาบำเพ็ญกุศลสุสานสาธารณะวัดพนัญเชิง มูนิธิเซี่งเต็กตึ๊ง

ในงานประกอบพิธีถวายเครื่องสักการะบูชาแด่ปวงวิสุทธิเทพเทวอาจารย์ เปิดมณฑลบูชา ถวายพุทธบูชา (กังฮุก) ถวายภัตตาหารเพลพระภิกษุสงฆ์เสร็จร่วมรับประทานอาหารกลางวัน ประกอบพิธีโยคะคันตระอุทิศ (เอี่ยมข้าว) ปิดมณฑลบูชา หลังจากนั้นได้แจกทานข้าวสารอาหารแห้งและสิ่งของ  (เผอิญ ไทยสม / อยุธยา)

สิงห์บุรี สมาคมพัฒนาเศรษฐกิจเกษตรรักษ์โลก ออกรับฟังความคิดเห็นของเกษตรกรผู้ปลูกข้าวรักษ์โลก BCG Model ของรัฐบาล

สมาคมพัฒนาเศรษฐกิจเกษตรรักษ์โลก โดย น.ท.ดร.ภณ ทัพพินท์กร นายกสมาคมพัฒนาเศรษฐกิจเกษตรรักษ์โลกและ นายสานิตย์ จิตต์นุพงษ์ ประธานที่ปรึกษาสมาคมพัฒนาเศรษฐกิจเกษตรรักษ์โลก ตรวจเยี่ยมโครงการข้าวรักษ์โลก BCG Model ของรัฐบาล ณ แปลงนานางออกมสิน กุลรัตน์ หมู่ที่ 1 ตำบลน้ำตาล อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี  สมาคมพัฒนาเศรษฐกิจเกษตรรักษ์โลกได้พบปะรับฟังความคิดเห็นของเกษตรกรผู้ปลูกข้าวที่ร่วมโครงการข้าวรักษ์โลก BCG Model และแนะนำช่วยแก้ปัญหาให้เกษตรกร ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ ตั้งแต่ปลูกจนถึงการขายข้าว ทำนาแบบ เลิกใช้ปุ๋ยเคมี สารเคมี ยาฆ่าแมลง ทำให้ได้ข้าวที่ดีมีคุณภาพ ปลอดสารพิษ ดีต่อสุขภาพ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมพร้อมแนะนำให้ใช้จุลินทรีย์และสาหร่ายแกมเขียวมาผสมผสานในการเพาะปลูกเพื่อลดต้นทุนการผลิต

               อีกทั้งนำองค์ความรู้เกี่ยวกับการจัดการน้ำแบบเปียกสลับแห้ง มาถ่ายทอดให้กับชาวนา ซึ่งการทำนาแบบเปียกสลับแห้งนั้นจะช่วยลดก๊าซมีเทนในดินที่จะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ ที่เป็นการตระหนักถึงความสำคัญของการรณรงค์ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพื่อลดภาวะโลกร้อน เน้นย้ำการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสร้างคาร์บอนเครดิตให้ชาวนานำไปสร้างรายได้เสริม แต่ชาวนายังขาดความรู้จากการใช้เทคโนโลยีเข้าช่วย จึงต้องเสนอแนะนำนักวิชาการด้านการเกษตรมาให้คำปรึกษาการเพาะปลูก ข้าวรักษ์โลก BCG Model ปลอดสารพิษเพื่อสุขภาพของตัวเองและลูกหลาน ที่จะทำนารักษ์โลกได้อย่างยั่งยืนสืบไป  (อำนาจ สุขเย็น / สิงห์บุรี)

อยุธยาซิตี้พาร์ค ร่วมกับ ชมรมประกวดปลากัดสวยงาม ชมรมอนุรักษ์และพัฒนาปลากัดพื้นบ้าน และสมาคมอนุรักษ์และพัฒนาบอนสีแห่งประเทศไทย แถลงข่าวจัดประกวดปลากัด “จากอโยธยา สู่ Galaxy”  วันที่ 13-15 ตุลาคม 2566 ที่ศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค

เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2566 ณ ห้อง Meeting Room 4 ศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค ชมรมประกวดปลากัดสวยงาม (Betta Competition by BCC) ชมรมอนุรักษ์และพัฒนาปลากัดพื้นบ้าน และสมาคมอนุรักษ์และพัฒนาบอนสีแห่งประเทศไทย ร่วมกันแถลงข่าวจัดการประกวดปลากัด(สวยงาม) ปลากัด(พื้นบ้าน) บอนสี(แห่งประเทศไทย) “จากอโยธยา สู่ Galaxy” โดยมี ดร.สมพล รัชตพิมลชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการตลาด ศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค  คุณวงศพัทธ์ รังสรรค์ปรีชา ประธานชมรมประกวดปลากัดสวยงาม และกรรมการผู้จัดการผลิตภัณฑ์ซูม่า คุณมนูธรรม หาญณรงค์พาณิชย์ ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ชมรมประกวดปลากัดสวยงาม และเจ้าของกิจการธุรกิจฟาร์มลุงแดงปลากัดยักษ์ไทย คุณชาญชัย สุนันท์กิ่งเพชร ประธานชมรมอนุรักษ์และพัฒนาปลากัดพื้นบ้าน และบุคคล โครงการดีเด่นแห่งชาติปี 61 และคุณชัยวัฒน์ ลีเลียง นายกสมาคมอนุรักษ์และพัฒนาบอนสีแห่งประเทศไทย ร่วมแถลงข่าว

ดร.สมพล รัชตพิมลชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการตลาด ศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค กล่าวถึงการจัดงานประกวดปลากัด (สวยงาม) ปลากัด (พื้นบ้าน) บอนสี (แห่งประเทศไทย) “จากอโยธยา สู่ Galaxy” ว่า การจัดงานครั้งนี้จัดขึ้นที่ศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค ถือว่าเป็นการจัดงานครั้งแรก ที่ได้รับความร่วมมือจากทั้ง 3 องค์กร ได้แก่ ชมรมปลากัด (สวยงาม), ชมรมอนุรักษ์และพัฒนาปลากัดพื้นบ้าน และสมาคมอนุรักษ์และพัฒนาบอนสีแห่งประเทศไทย และที่ยิ่งไปกว่านั้นการมาจัดการประกวดปลากัด ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ราชธานีเก่า ซึ่งในสมัยนั้นเวลาว่างจากการศึกสงคราม ชาวบ้านมักจะเล่นกีฬาการกัดปลากันอย่างสนุกสนาน แต่ในการประกวดครั้งนี้ไม่ได้เน้นด้านกีฬา แต่เน้นเรื่องความสวยงามของสีสันและการพัฒนาสายพันธุ์ ให้เป็นที่ประจักษ์ระดับสากล ให้รู้จัก “ปลากัดไทย” มากขึ้น และการจัดงานครั้งนี้ยังได้มาจัดใน “ดินแดนอโยธยา” เป็นความลงตัวที่สวยงามอย่างมาก  (วุฒิภัทร ไทยสม / อยุธยา)

เปิดบ้าน….ราชมงคลสุวรรณภูมิ รับบุคคลเข้าศึกษาต่อ ปีการศึกษา 2567

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ เปิดรับสมัครนักศึกษาใหม่ ประจำปีการศึกษา 2567 ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2566 ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2567 สมัครตั้งแต่วันนี้ – 20 ธันวาคม 2566 จะได้รับสิทธิพิเศษ คือ 1.ฟรีค่าสมัคร และ 2. ได้ส่วนลด% ค่าเทอมด้วย ซึ่งมหาลัยมีการจัดการเรียนการสอนในระดับ ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.)  ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวส.) ปริญญาตรี (ป.ตรี) ประกาศนียบัตรบัณฑิต สาขาวิชาชีพครู (ป.บัณฑิต) ปริญญาโท (ป.โท) ปริญญาตรี (ป.เอก) เปิดการสอนทั้งหมด 6 คณะ ได้แก่ คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม คณะเทคโนโลยีการเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร คณะบริหารธุรกิจและเทคโนโลยีสารสนเทศ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คณะวิศวกรรมศาสตร์และสถาปัตยกรรมศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ สนใจติดต่อสอบถามข้อมูลโดยตรงได้ที่ สำนักส่งเสริมวิชาการและงานทะเบียน โทรศัพท์ 0 3570 9085 / 08 1780 6996 หรือ งานสื่อสารองค์กรและกิจการระหว่างประเทศ โทรศัพท์ 0 3570 9101-3

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่https://drive.google.com/file/d/1VCw1SYEeQd-JALdxhKzfkiD8FmCck-X-/view ลิงก์เข้าระบบรับสมัครhttps://admissions.rmutsb.ac.th/web_admis/  (เผอิญ ไทยสม / ศูนย์ข่าวภาคกลาง)

อดีตบิ๊ก “กพร.”ปลื้มมหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชน จัดอบรมเพิ่มทักษะบุคลากรด้านเทคโนโลยีชั้นสูง นำค่าใช้จ่ายลดหย่อนภาษีได้”ร้อยละร้อย”สนองนโยบายรัฐบาล

นายธีรพล ขุนเมือง อดีตอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน(กพร.) เปิดเผยว่าจากคำแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ 11 กันยายน 66 มุ่งเน้น ส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจใหม่ อาทิ การพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล อุตสาหกรรมเทคโนโลยีชั้นสูง เพื่อให้เป็นเครื่องยนต์ใหม่ ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และยกระดับศักยภาพการแข่งขันของประเทศ ดังนั้น เพื่อตอบสนองนโยบายข้างต้นมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ร่วมกับ บริษัท USE FLO-Line  จำกัด จึงจัดให้มีการอบรมหลักสูตร “การควบคุมไฮโดรลิคและนิวแมติกไฟฟ้าด้วย PLC – HMI”  ซึ่งเป็นการควบคุมเครื่องจักรอัตโนมัติที่ใช้ระบบไฮดรอลิคและนิวแมติกในการทำงาน มีความสะดวกและง่ายกว่าระบบเดิมที่มีความยุ่งยากซับซ้อน จึงทำให้ PLC และ HMI เข้ามามีบทบาทที่สำคัญในการควบคุมเครื่องจักรอัตโนมัติที่ใช้ในกระบวนการผลิต

นายธีรพล กล่าวต่อไปว่า การจัดอบรมครั้งนี้จะเป็นการเพิ่มทักษะแก่ผู้ปฏิบัติงานในสถานประกอบการที่ทำงานเกี่ยวกับระบบควบคุมอัตโนมัติ รวมทั้งผู้สนใจทั่วไปด้วย ซึ่งจะสามารถเข้าใจโครงสร้างการทำงานของ PLC และ HMI และการประยุกต์ใช้งาน ตลอดจนเข้าใจการใช้คำสั่งพื้นฐานและคำสั่งพิเศษในการเขียนโปรแกรม PLC ควบคุมเครื่องจักร รวมทั้งสามารถนำความรู้ที่ได้จากการฝึกอบรมไปออกแบบระบบ Automation ควบคุมเครื่องจักรอัตโนมัติได้ด้วย โดยกำหนดอบรม 3 วัน ระหว่างวันที่ 8-10 พฤศจิกายน 2566 ณ.มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ ตำบลศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐมโดยวิทยากรชั้นนำ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เด่น คอกพิมาย อาจารย์ประจำสาขาวิชาวิศวกรรมเมคคาทรอนิกส์ คณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.คมสัน งามขำ อาจารย์ประจำสาขาวิศวกรรมเครื่องกล คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ ทั้งนี้หากสถานประกอบการส่งบุคลากรเข้ารับการอบรมสามารถนำค่าใช้จ่ายจากการอบรม คนละ 3,000 บาท ไปลดหย่อนภาษีได้ “ร้อยละร้อย”ด้วยซึ่งเป็นไปตาม พรบ.ส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน พ.ศ. 2545 หลักสูตรนี้รับผู้เข้าอบรมเพียง 20 คน จบหลักสูตรจะได้รับ certificate ด้วย ผู้สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่ 080-612-885 และ 082-781-7931 หรือ WWW. USEFLOLINE.COM ซึ่งการจัดอบรมในครั้งนี้นับเป็นนิมิตหมายที่ดี และขอชื่นชมที่ภาคเอกชน ร่วมกับภาครัฐโดยเฉพาะมหาวิทยาลัยร่วมกันพัฒนาทักษะกำลังแรงงานของประเทศให้เป็นแรงงานที่มีคุณภาพ มีความพร้อมที่จะแข่งขันกับนานาประเทศได้ (เผอิญ ไทยสม / ศูนย์ข่าวภาคกลาง)

ชาวบ้านข้องใจโรงงานนำวัตถุดิบ (ขี้เถ้า) ผลิตวัสดุก่อสร้าง / เร่งให้ซ่อมถนนที่ชำรุด

                ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเร็วๆนี้ ที่บริเวณถนนทางเข้าหมู่บ้านที่ตั้ง บริษัท ไทยกรีน เอนไวรอนเมนท์ อินเตอร์เนชั่นแนล กรุ๊ป จำกัด ในพื้นที่ หมู่ 3 ตำบลทับกวาง อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี มีชาวบ้านโดยรอบโรงงาน มารวมตัวเพื่อเรียกร้องให้โรงงานปรับปรุงซ่อมแซม และทำความสะอาด ถนนที่ชำรุดและมีดินโคลน จากการที่ทางโรงงานมีรถบรรทุกวิ่งเข้าออกโรงงาน ขอให้เร่งทำการซ่อมแซมให้กลับคืนสภาพปกติเพื่อให้ชาวบ้านใช้สัญจรไป-มาได้ ด้วยความสะดวกเหมือนเดิมด้วย

                และอีกประการหนึ่งที่สำคัญมากคือ ชาวบ้านยังคงมีความคลางแคลงใจ ในการที่โรงงาน “บริษัท ไทยกรีน รอยเมนท์ฯ” จะมาตั้งโรงงานทำอะไร มีกระบวนการผลิตอย่างไร ใช้วัตคุดิบอะไร จะมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านหรือไม่ ขอให้โรงงานช่วยชี้แจงให้ชาวบ้านเข้าใจด้วย ซึ่งมีนายศักดิ์ชัย ภาษี กำนัน ตำบลทับกวาง และนายประดิษฐ์ เวียงสิงขร ผญบ. หมู่ 3 เดินทางมาร่วมสังเกตุการณ์

ตัวแทนโรงงาน อธิบายชี้แจงในเรื่องดังกล่าวว่า ต้องขอโทษ พ่อ แม่ พี่น้อง ชาว หมู่ 3 ทับกวางด้วย ที่ทางโรงงานไม่ได้ออกมาทำความเข้าใจกับชาวทับกวางตั้งแรก ซึ่งความเข้าใจของพวกท่านคิดว่าโรงงานจะนำ “ขยะพิษ” มาทิ้ง เหมือนโรงงาน (บางแห่ง) นั้น ข้อเท็จจริง “ไม่ใช่”  ความจริงคือ บริษัท ไทยกรีน รอยเมนท์ฯ จะซื้อวัตถุดิบที่เป็น “ขี้เถ้า” จากการที่ โรงปูน tpi นำขยะครัวเรือน และทั่วไป นำมาเผาเป็นเชื้อเพลิงใช้ในกระบวนการผลิตปูนซีเมนต์ด้วยการนำขี้เถ้าดังกล่าว มาผ่านกระบวนการผลิตที่ทันสมัยเป็น”ขี้เถ้าอัดแน่น” เหมือนกระเบื้องมีสีสันสวยงาม ไร้มลพิษ และกลิ่นตามขนาดที่ต้องการเพื่อนำไปเป็นวัสดุก่อสร้าง (แทนซีเมนต์) ส่วนที่ชาวบ้านวิตกกังวลมากคือ “ฝุ่น” จากขี้เถ้าจะฟุ้งกระจายระหว่างขนส่ง และช่วงการผลิต จะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะใน ช่วงฤดูหนาวที่มีกระแสลมแรง

                ผู้แทนโรงงานฯ ชี้แจงว่า เรื่อง”ฝุ่น” กระบวนการผลิตของบริษัทฯ จะเป็นระบบปิด และ บริษัทฯ ยังจะมี เครื่องวัด”ปริมาณฝุ่น” มาติดตั้งที่หน้าโรงงาน เพื่อสร้างความมั่นใจให้ ชาวทับกวางได้ตรวจสอบได้ทุกเวลา ซึ่งการชี้แจงทำความเข้าใจระหว่าง ผู้แทนโรงงานฯ กับชาวบ้าน เบื้องต้นจะมีการ ตั้งคณะกรรมการขึ้น  ระหว่าง โรงงาน-ชาวบ้าน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้ามาตรวจสอบ การดำเนินการของบริษัทฯ ให้เป็นไปตามมาตรฐานทั่วไปโดยเน้นความปลอดภัยของชาวบ้านเป็นสำคัญ จากนั้น ผู้แทนโรงงานฯได้เปิดให้ ชาวบ้านได้เข้าชมการก่อสร้าง และ ทางบริษัทฯ จะนำวิศวกร ผู้ควบคุมการก่อสร้าง และกระบวนการผลิตสินค้า มาพบชาวบ้านเพื่อชี้แจงทำความเข้าใจกับชาวบ้านเป็นการเพิ่มเติมอีกครั้งหนึ่งในเร็วๆนี้  (วิรัตน์ เดชะวราฤทธิ์ / สระบุรี)