กระแสการใช้งานเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์หรือ ‘เอไอ’ (Artificail Intelligence : AI) ที่กำลังมาแรงทำให้การพัฒนาเอไอในด้านต่าง ๆ เป็นไปอย่างรวดเร็ว และสิ่งนี้ทำให้มีคนเชื่อว่า อีกไม่นานก็จะเข้าสู่ยุคที่เอไอเป็นใหญ่และหลุดพ้นจากการควบคุมของมนุษย์ได้สำเร็จ
เบน เกิร์ตเซล ซีอีโอของ ซิงกูลาริตีเน็ต (SingularityNET) บริษัทพัฒนาแพลตฟอร์มสื่อกลางระหว่างผู้ใช้งานกับผู้พัฒนาระบบเอไอ เชื่อว่า สังคมแบบ ‘เอจีไอ’ (Aritificial General Intelligence : AGI) กำลังจะเกิดขึ้นในไม่ช้า โดยใช้เวลาประมาณ 3-8 ปี หลังจากนี้
คงต้องอธิบายกันก่อนว่า เอจีไอ คือคำที่ใช้เรียก ‘เอไอ’ ขั้นสูงที่สามารถทำงานได้ดี เทียบเท่ามนุษย์และมันคือสัญญานบ่งบอกว่า ยุคสมัยของซิงกูลาริตี (Singularity) หรือยุคที่เอไอหลุดจากการควบคุมของมนุษย์ กำลังจะมาถึงในไม่ช้า
ไม่ว่าความเชื่อของ เกิร์ตเซล จะเป็นจริงหรือไม่ เราก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า ณ เวลานี้ เทคโนโลยีของเอไอในแพลตฟอร์มต่าง ๆ ได้รับการผลักดันให้พัฒนาอย่างรวดเร็ว เช่น โมเดลเอไอด้านภาษาขนาดใหญ่ในความดูแลของบริษัทเมตา, โอเพนเอไอ และ เอ็กซ์เอไอ ของ อีลอน มัสก์
เกิร์ตเซล มีความเห็นว่าระบบเอไอเหล่านี้ไปกระตุ้นให้คนทั่วโลกอยากใช้งาน เอจีไอ มากขึ้น โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ ๆ ดังนั้นจึงมีคนพร้อมจะทุ่มเททั้งแหล่งทรัพยากรและเงินทองเพื่อพัฒนาระบบที่รองรับความต้องการได้หลากหลาย ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพื่อนำไปใช้ต่อยอดและสร้างผลกำไรกลับคืนมาให้บริษัทนั่นเอง
แต่การจะได้ถึงยุคซิงกูลาริตีได้นั้น ก็จะต้องผ่านจุดที่สามารถพัฒนาเอไอได้สูงสุดซึ่งตอนนี้ยังไปไม่ถึง ระบบเอไอในปัจจุบันถูกนำไปใช้งานเฉพาะด้าน ไม่ใช่ครอบคลุมทุกด้าน แต่ก็เริ่มขยายขอบเขตการทำความเข้าใจและค่อย ๆ ขยับเข้าใกล้ความเป็น เอจีไอ ซึ่งก็คือเทคโนโลยีเอไอที่รู้จักคิดและทำความเข้าใจแบบมนุษย์ และมีศักยภาพที่สามารถทำงานในแทบจะทุกด้าน
ตรงจุดนี้เองที่มีทั้งกลุ่มผู้เชี่ยวชาญที่เชื่อว่า เอไอ จะใช้เวลาไม่นานก็พัฒนาไปสู่ขั้น เอจีไอ ได้ และกลุ่มที่เชื่อว่ายังต้องใช้เวลาอีกยาวนาน กว่าเอไอจะ “คิดเองได้”
แม้ว่าจะยังไม่มีความแน่นอนเรื่องระยะเวลาที่เอไอต้องใช้เพื่อพัฒนาตัวเองให้หลุดจากการควบคุมของมนุษย์ แต่สิ่งที่แน่นอนกว่าก็คือเทคโนโลยีนี้อยู่ในความสนใจของนักลงทุนใหญ่ระดับชั้นนำของโลก โดยเฉพาะมหาเศรษฐี อดีตคนเคยรวยที่สุดในโลกอย่าง อีลอน มัสก์ ผู้ซึ่งออกมาตั้งบริษัทน้องใหม่ที่ชื่อเอ็กซ์เอไอเมื่อไม่กี่เดือนมานี้เอง และปล่อยผลงานที่สะเทือนวงการชื่อว่า กร็อก (Grok) ระบบแชตบอตที่เขาอ้างว่า สามารถช่วยหาคำตอบให้มนุษย์พร้อมกับพัฒนาตัวเองเพื่อความเข้าใจที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
แน่นอนว่าการขยับของเจ้าพ่อสเปซเอ็กซ์ทำให้บริษัทยักษ์ใหญ่ทางเทคโนโลยีรายอื่น ๆ นั่งไม่ติด ซึ่งก็ต้องรอดูกันต่อไปว่า อัลฟาเบตอิงค์ (กูเกิล) และเมตาอิงค์ ของมาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก จะเร่งพัฒนาเอไอในความครอบครองของตัวเองไปทางไหน ซึ่งกระบวนการเหล่านี้ย่อมมีส่วนทำให้เอไอก้าวไปสู่เอจีไปได้เร็วยิ่งขึ้น
เมื่อใดก็ตามที่ เอจีไอ ปรากฏ ก็แปลว่าเราอยู่ไม่ไกลจากยุคซิงกูลาริตีและยุคสมัยที่มนุษย์อาจต้องปล่อยมือจากการกุมบังเหียนเอไอหรือเอจีไป ไม่ว่าเราจะเต็มใจหรือไม่ก็ตาม.
ที่มา : popularmechanics.com
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



