มลพิษทางอากาศที่เลวร้ายกว่าเดิม เป็นปัญหาประจำปีสำหรับประเทศต่าง ๆ ในเอเชียใต้ เมื่อเข้าสู่ฤดูหนาว เนื่องจากอากาศเย็นที่มีอุณหภูมิต่ำ และความกดอากาศสูง จะดักจับมลพิษในหมอกควันหนาทึบ

อนึ่ง งานศึกษาหลายชิ้นพบว่า 4 ประเทศ ซึ่งมีมลพิษมากที่สุดในโลก และ 9 ใน 10 เมืองมีมลพิษมากที่สุดในโลก อยู่ในเอเชียใต้ นั่นจึงทำให้ภูมิภาคนี้กลายเป็น “จุดรวมมลพิษทางอากาศระดับโลก”

สาเหตุที่ทำให้ปัญหามลพิษในเอเชียใต้ รุนแรงกว่าที่อื่นในโลกนั้น เป็นเพราะว่า ประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคนี้ มีการพัฒนาทางอุตสาหกรรม การพัฒนาเศรษฐกิจ และการเติบโตของประชากร เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ความต้องการพลังงานและเชื้อเพลิงฟอสซิล สูงขึ้นตามไปด้วย

แม้ประเทศส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบ จากแหล่งปล่อยมลพิษอย่างอุตสาหกรรม และยานพาหนะ แต่เอเชียใต้มีผู้ปล่อยมลพิษหลักบางประเทศที่มีลักษณะเฉพาะ เช่น การเผาไหม้เชื้อเพลิงแข็งสำหรับการปรุงอาหารและการทำความร้อน, การเผาศพ และการเผาขยะทางการเกษตร

นอกจากนี้ จำนวนยานพาหนะบนท้องถนนที่เพิ่มขึ้น อันเป็นผลมาจากการพัฒนาในภูมิภาค ก็มีส่วนทำให้ปัญหามลพิษเลวร้ายยิ่งขึ้นเช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น อินเดีย และปากีสถาน มีจำนวนยานพาหนะในประเทศเพิ่มขึ้น 4 เท่า นับตั้งแต่ช่วงต้นทศวรรษที่ 2000

ตามข้อมูลของรัฐบาลอินเดีย กรุงนิวเดลี ซึ่งได้รับการจัดอันดับโดย “ไอคิวแอร์” ให้เป็นเมืองหลวงที่มีมลพิษมากที่สุดในโลก 4 ปีติดต่อกัน มียานพาหนะ 472 คันต่อประชากร 1,000 คน และมียานพาหนะเกือบ 8 ล้านคัน สัญจรบนถนนเมื่อปี 2565 อีกทั้งในปีนี้ มลพิษในกรุงนิวเดลีประมาณ 38% มาจากการเผาตอซังในรัฐใกล้เคียงเมืองหลวง ได้แก่ รัฐปัญจาบ และรัฐหรยาณา

แม้หลายประเทศในเอเชียใต้ เริ่มดำเนินความพยายามในการควบคุมมลพิษ ทั้งการใช้แผนการจัดการคุณภาพอากาศ, การติดตั้งเครื่องตรวจวัดมลพิษเพิ่มขึ้น และการผลักดันให้เปลี่ยนไปใช้เชื้อเพลิงที่สะอาดกว่า ทว่าสิ่งเหล่านี้ยังไม่แสดงผลลัพธ์ที่มีนัยสำคัญแต่อย่างใด

บรรดาผู้สันทัดกรณีกล่าวว่า ปัญหามลพิษในเอเชียใต้ มีสาเหตุจาก การขาดการประสานงานในการควบคุมมลพิษภายในภูมิภาค อีกทั้งมีงานศึกษาที่ระบุว่า อนุภาคฝุ่นละอองสามารถเดินทางได้ไกลหลายร้อยกิโลเมตร ซึ่งเกินขอบเขตของประเทศ และส่งผลกระทบต่อประเทศอื่น นอกเหนือจากประเทศที่ปล่อยมลพิษ นั่นหมายความว่า มาตรการทั่วเมืองหรือทั่วประเทศ ในการควบคุมอากาศที่เป็นพิษ จึงมีประสิทธิผลที่จำกัด

ทั้งนี้ ประเทศในเอเชียใต้ จะต้องประสานความพยายาม หากพวกเขาต้องการแก้ปัญหามลภาวะในภูมิภาค โดยร่วมมือกันยกระดับการติดตาม และการตัดสินใจเชิงนโยบาย ซึ่งในขณะเดียวกัน ความพยายามทั่วภูมิภาคเหล่านี้ จะต้องมีความสมดุล ด้วยการสร้างโซลูชั่นให้เหมาะสมกับสภาพในพื้นที่ที่ต้องการ

ยิ่งไปกว่านั้น ทุกประเทศจะต้องขยายการมุ่งเน้นให้ครอบคลุมภาคส่วนต่าง ๆ ที่ได้รับความสนใจอย่างจำกัดมาจนถึงขณะนี้ เช่น เกษตรกรรม และการจัดการขยะ.

เลนซ์ซูม

เครดิตภาพ : AFP