โดยมีการ พบชาวรัสเซียเชื่อมโยงกับคดีครึกโครมหลายคดี อย่างเมื่อเร็ว ๆ นี้ทางตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) กับกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ ก็ได้มีการ จับกุม “ชายสัญชาติรัสเซีย” ในความผิดเกี่ยวกับการ ทำธุรกรรมการเงินผิดกฎหมาย โดยมีเหยื่อเข้าแจ้งความเอาผิดหลังถูก หลอกให้ลงทุนในระบบ Bill Payment จนสูญเงินไปกว่า 20 ล้านบาท!!…
นี่ก็อาจสะท้อนถึง ’มาเฟียรัสเซีย“
ยังไม่หมดไป?? ’ยังมีอยู่ในไทย??“
คดีดังกล่าวข้างต้นที่มีชายสัญชาติรัสเซียเกี่ยวโยงกับคดีนั้น ก็ไม่ใช่คดีแรกในปี 2567 นี้ โดยก่อนหน้านี้เมื่อ เดือนมกราคม นั้น ก็ได้มีการ จับกุมผู้ต้องหา “ชาวรัสเซีย” จำนวน 5 คน ซึ่งก่อเหตุอุ้มนักท่องเที่ยวชาวรัสเซียด้วยกัน โดยอุ้มขึ้นรถตู้และบังคับข่มขู่ให้โอนเงินสกุลคริปโตให้ ซึ่งคิดเป็นเงินไทยกว่า 30 ล้านบาท!! และต่อมาใน เดือนมีนาคม เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบภาค 8 ก็บุก จับกุม “ชาวรัสเซีย” 3 คน ข้อหาลักลอบทำธุรกิจเช่ารถยนต์-จักรยานยนต์ ในพื้นที่ จ.ภูเก็ต
เหล่านี้เป็นบางส่วนของ ’คดี“ ต่าง ๆ…
คดีที่มี ’คนสัญชาติรัสเซียกระทำผิด“

ทั้งนี้ คดีที่เกิดขึ้นหลัง ๆ จะถึงขั้นเป็นกลุ่มองค์กรหรือไม่??…นั่นก็ว่าไป อย่างไรก็ตาม หากจะดูกันถึงกลุ่ม ’มาเฟียสัญชาติรัสเซียในไทย“ ที่จริงก็ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ เพราะกลุ่มนี้ก็มีการ ’ฝังตัวในไทยมานาน“ ก่อนที่ระยะหลัง ๆ กระแสดูจะเงียบ ๆ ไป โดยมีมาเฟียสัญชาติอื่น ๆ แย่งพื้นที่ข่าว เป็นกระแสใหญ่ อาทิ กลุ่มมาเฟียมังกรเทา กลุ่มมาเฟียอินเดีย เป็นต้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็หาได้หมายความว่า…ชื่อมาเฟียรัสเซียจะสิ้นมนต์ร้าย…หรือหมดฤทธิ์ร้าย หากแต่ อาจจะ ’มีพัฒนาการก้าวไกลไปจากเดิมในการก่อเหตุ??“ ในประเทศไทย โดยที่… ไทยยังจำเป็นต้องจับตามาเฟียรัสเซียข้ามชาติ!!
อนึ่ง นอกจากต้องจับตาต่างชาติกลุ่มนี้ในแง่ “ปัญหาอาชญา กรรม” แล้ว ในทางวิชาการก็มองมาเฟียกลุ่มนี้ในแง่ “ปรากฏการณ์” ด้วย ดังที่ “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” จะสะท้อนต่อข้อมูล ซึ่งมีวิทยานิพนธ์ปี 2561 ที่ชื่อว่า ’มองผ่านสายตามาเฟียรัสเซีย : การวิเคราะห์รูปแบบองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติในบริบทสังคมไทย“ ที่จัดทำไว้โดย แสงโสม กออุดม ในฐานะนิสิตหลักสูตรปริญญาศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาอาชญาวิทยาและงานยุติธรรม คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่มี ผศ.ดร.สุมนทิพย์ จิตสว่าง เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา ซึ่งวิเคราะห์-สะท้อนปรากฏการณ์มาเฟียกลุ่มนี้ไว้น่าสนใจ
ในช่วงต้นของงานวิชาการชิ้นนี้ ผู้จัดทำได้ระบุถึงวัตถุประสงค์ไว้ว่า… เพื่อศึกษาพฤติกรรมและรูปแบบการประกอบอาชญากรรมของมาเฟียรัสเซียในประเทศไทย ตลอดจนมูลเหตุจูงใจและมุมมองของมาเฟียรัสเซียที่มีผลต่อการตัดสินใจเข้ามาประกอบอาชญากรรม เพื่อจะนำไปสู่แนวทางในการป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหาการเข้ามาประกอบอาชญากรรมของ ’มาเฟียรัสเซีย“ โดยได้วิจัยเชิงคุณภาพด้วยการวิเคราะห์-สังเคราะห์ข้อมูลจากการสัมภาษณ์เชิงลึกเจ้าหน้าที่ไทยและตำรวจสากล รวมถึงผู้ต้องขังสัญชาติรัสเซียที่ถูกจับกุมในประเทศไทย …นี่เป็นเป้าหมายและวิธีศึกษาวิจัยของงานวิชาการชิ้นนี้
และกับ “นิยาม” ของ “มาเฟียสัญชาติรัสเซีย” นั้น… ก็ได้มีการให้คำอธิบายไว้ว่า… มาเฟียรัสเซียถือเป็น ’องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ (Transnational Organized crime)“ ประเภทหนึ่ง ที่ได้เข้ามาประกอบอาชญากรรมรูปแบบต่าง ๆ ในประเทศไทย โดยพบว่า…รูปแบบและความรุนแรงในการก่ออาชาญกรรมนั้น ยิ่งนานวันไปยิ่งรุนแรงและซับซ้อนมากยิ่งขึ้น โดยมักจะมีเป้าหมายสำคัญคือการ ขยายเครือข่ายที่ผิดกฎหมาย และการ พัฒนาการก่อเหตุให้มีความหลากหลายมากขึ้น ทั้งด้านรูปแบบและด้านพฤติกรรมกระทำผิด โดยที่ “ปัจจัย” ซึ่งทำให้มุ่งเป้าไปที่เรื่องของการขยายเครือข่ายนั้น ก็เพราะ มองเห็นช่องทางขยายเครือข่ายข้ามพรมแดน เพื่อสร้างฐานะทางเศรษฐกิจให้กับองค์กรของตน นั่นเอง โดย…

’ไทย“ เป็น ’หนึ่งในประเทศเป้าหมาย“
นอกจากนั้น ในงานวิชาการดังกล่าวยังได้สะท้อนไว้อีกถึงผลการศึกษาที่พบ-ที่น่าสนใจ ได้แก่… ประวัติขององค์กรอาชญากรรมรัสเซีย ซึ่งกลุ่มอาชญากรกลุ่มนี้มีปรัชญาร่วมกัน มาจากคำว่า… “Bratva” หรือ “Brotherhood” ซึ่งแสดงถึงความ เป็นพวกพ้อง หรือภราดรภาพร่วมกัน ที่สะท้อนถึง ความเหนียวแน่นเป็นหนึ่งเดียวในเครือข่ายมาเฟียรัสเซีย ที่ต่อมาได้เกิดพัฒนาการของการเป็นองค์กรอาชญากรรมอย่างรวดเร็ว หลังการล่มสลายของสหภาพโซเวียต ช่วงทศวรรษ 1990 ทำให้มาเฟียกลุ่มนี้ เกิดพัฒนาการกลายเป็น’องค์กรอาชญากรรมรัสเซียสมัยใหม่“ …นี่เป็นที่มาและพัฒนาการโดยสังเขป
ส่วน “กระบวนการเข้าสู่ไทย” นั้น ในงานวิชาการโดย แสงโสม กออุดม ได้มีการอธิบายไว้ว่า… “มาเฟียรัสเซีย” ได้อาศัยกระบวนการในการเข้าสู่ประเทศไทยด้วยวิธีการที่ถูกต้องตามกฎหมาย ผ่านการ ’เดินทางเข้ามาในรูปแบบของนักท่องเที่ยว“ ในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของประเทศไทย เช่น พัทยา ภูเก็ต สมุย และ กรุงเทพฯ ด้วย
ไม่ใช่แค่ ’องค์กรอาชญากรรมเก่าแก่“
แต่ ’ในแง่พัฒนาการก็มีมานานด้วย“
ยังมีแง่มุมน่าคิด…ตอนหน้ามาดูต่อ…



