ภาพยนตร์เรื่อง “Home Sweet Loan” ซึ่งฉายในอินโดนีเซียเมื่อปี 2567 จุดชนวนให้เกิดการถกเถียงอย่างกว้างขวางในกลุ่มชาวจาการ์ตา เพราะความไม่พอใจของตัวละครหลักในเรื่อง สะท้อนถึงปัญหาที่อยู่อาศัยที่พวกเขาเผชิญมาอย่างยาวนาน

“ฉันเข้าใจความรู้สึกนั้นดี ฉันคิดเรื่องนี้ตลอดช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ฉันอยากมีบ้านเป็นของตัวเอง แต่เงินเก็บออมของฉันไม่เคยมากพอแม้แต่จะจ่ายเงินดาวน์บ้านด้วยซ้ำ” ชาวอินโดนีเซียคนหนึ่ง วัย 35 ปี กล่าว

อนึ่ง กรุงจาการ์ตา เป็นเมืองที่มีช่องว่างความมั่งคั่งกว้างขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเห็นได้ชัดเจนที่สุดในอินโดนีเซีย ซึ่งสังเกตได้จากที่อยู่อาศัยในสลัมอย่างไม่เป็นทางการ ตั้งอยู่ใต้ตึกระฟ้าและอาคารอพาร์ตเมนต์ใหม่เอี่ยม

ข้อมูลจากสำนักงานสถิติกลางของอินโดนีเซีย (บีพีเอส) เผยให้เห็นว่า ชาวจาการ์ตาในสัดส่วนไม่ถึง 2 ใน 3 มีบ้านเป็นของตัวเอง นับเป็นตัวเลขต่ำสุด เมื่อเทียบกับจังหวัดอื่น ๆ ของประเทศ

ขณะเดียวกัน ผลการสำรวจของมหาวิทยาลัยอินโดนีเซีย เมื่อเดือน มิ.ย. ปีที่แล้ว พบว่า ราคาบ้านในกรุงจาการ์ตาโดยเฉลี่ย สูงกว่ารายได้ต่อปีถึง 20 เท่า

ด้วยเหตุนี้ ชาวจาการ์ตาหลายคนจึงหันไปซื้อบ้านในจังหวัดใกล้เคียง ซึ่งในกรณีของนายริซดี อารีฟุดดิน เขาเดินทางด้วยรถไฟจากบ้านในจังหวัดชวาตะวันตก เป็นเวลา 1 ชั่วโมง จากนั้นก็นั่งมอเตอร์ไซค์รับจ้างต่ออีกครึ่งชั่วโมง เพื่อไปถึงออฟฟิศในย่านธุรกิจหลักแห่งหนึ่งของกรุงจาการ์ตา

เนื่องจากกรุงจาการ์ตา ซึ่งเป็นเมืองหลวงอันคับแคบที่ขึ้นชื่อในเรื่องการจราจรติดขัด มีพื้นที่ว่างจำกัด ส่งผลให้ราคาที่อยู่อาศัยพุ่งสูง ปัจจุบันจึงมีการสร้างบ้านจัดสรรที่อยู่ไกลจากตัวเมืองมากขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชน

“นี่คือความเป็นจริง ผู้คนในตอนนี้กำลังแข่งขันกัน เพื่อเป็นเจ้าของพื้นที่ซึ่งสามารถเข้าถึงระบบขนส่งมวลได้เป็นอย่างน้อยที่สุด” นายยายัต สุปรียัตนา นักวางผังเมืองจากมหาวิทยาลัยตรีศักติ กล่าว พร้อมกับเสริมว่า กรุงจาการ์ตาไม่ใช่สถานที่สำหรับคนยากจน

อีกด้านหนึ่ง ชาวอินโดนีเซียบางคนเลือกที่จะเช่าอสังหาริมทรัพย์ใกล้สถานที่ทำงาน เนื่องจากพวกเขามองว่า ที่อยู่อาศัยในเมืองหลวงมีราคาสูงมาก และการซื้อบ้านไม่ใช่ทางเลือกที่สมเหตุสมผล

แม้รัฐบาลจาการ์ตา เสนอวิธีจัดการกับวิกฤติที่อยู่อาศัย โดยจะกำหนดให้พนักงานตั้งแต่ปี 2570 เป็นต้นไป แบ่งรายได้ 3% จากเงินเดือนของพวกเขา เข้ากองทุนออมทรัพย์ ซึ่งพวกเขาสามารถนำไปใช้ซื้อที่อยู่อาศัยได้

อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอดังกล่าวทำให้ชาวอินโดนีเซียจำนวนมากไม่พอใจและโกรธเคือง เพราะพวกเขาคิดว่า เงินจำนวนนี้ไม่เพียงพอ หรืออาจถูกเอาไปใช้ทำอย่างอื่นโดยรัฐบาลที่ไม่น่าไว้วางใจ.

เลนซ์ซูม

เครดิตภาพ : AFP