เปิดประเทศผ่านมา 1 สัปดาห์เต็ม ๆ ต้อนรับ บรรดานักท่องเที่ยว จากประเทศความเสี่ยงต่ำ โดยไม่ต้องกักตัว แต่จะต้องฉีดวัคซีนครบโด๊สแล้ว และมีหลักฐานปลอดเชื้อโควิด-19 เรียกว่าได้สร้างบรรยากาศ เริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้ง มียอดนักท่องเที่ยวกว่า 2 หมื่นคน โดย 3 อันดับประเทศที่เข้ามามากสุด คือ สหรัฐอเมริกา เยอรมนี และ อังกฤษ

แต่รอบนี้ไม่ได้คึกคักเพียงเฉพาะนักท่องเที่ยวเท่านั้นที่เริ่มทยอยเข้ามาในประเทศไทย ตลอดสัปดาห์ แรงงานต่างด้าว หลบหนีเข้าเมืองถูกจับแทบจะรายวันเช่นกัน!! โดยเฉพาะตามแนวตะเข็บชายแดนภาคเหนือ ตะวันตก รวมถึงภาคตะวันออก ล่าสุดมีรถปิกอัพลักลอบขนแรงงานเมียนมา ประสบอุบัติเหตุพลิกคว่ำใน จ.กำแพงเพชร แรงงานทั้งบาดเจ็บ และเสียชีวิต 3 ศพ ถูกนำมาทิ้งเอาไว้ริมถนนอย่างน่าสลดหดหู่

เห็นข่าวแรงงานต่างด้าวที่หลบหนีเข้าเมือง ซึ่งก็ถือเป็น กลุ่มแรงงานเถื่อน ผิดกฎหมายเริ่มทะลักกลับเข้ามาจำนวนมากก็คงอดหวั่นใจไม่ได้ เพราะไม่ได้ผ่านเข้าเมืองมาตามเส้นทางปกติ แบบ นักท่องเที่ยว ซึ่งจะเข้ามาไทยได้นอกจาก ฉีดวัคซีน แล้วยังต้องผ่านมาตรการ กฎเกณฑ์คัดกรองโควิด-19 ที่รัฐบาลกำหนดเอาไว้อย่างเข้มงวด

แต่กลุ่มแรงงานเถื่อนเกือบทั้งหมดที่ถูกทั้งทหาร-ตำรวจจับกุมขณะนี้ มีทั้งชาวเมียนมา กัมพูชา และลาว ส่วนใหญ่ลักลอบเข้ามาตามช่องทางธรรมชาติ บางคนยอมรับว่าต้องหาเงินไม่ต่ำกว่าคนละ 2 หมื่นบาท จ่ายให้ “นายหน้า” เพื่อช่วยหาทางลักลอบพาเข้าส่งตามพื้นที่เป้าหมาย ไม่ว่าจะเป็น จ.สมุทรสาคร กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล

กลายเป็นอีกหนึ่งปัญหาที่มาพร้อม ๆ กับการเปิดประเทศ ขนาดคนไทยเองหรือแรงงานต่างด้าวที่ทำงานในประเทศไทยมีใบอนุญาตทำงานถูกต้องตามกฎหมายนั้นยังได้รับวัคซีนกันไม่ครบ ตอนนี้ยอดฉีดวัคซีนในไทย 80 ล้านโด๊ส และ ฉีดครบ 2 เข็มกำลังขยับใกล้ 50% ที่สำคัญแม้จะฉีดวัคซีนแล้วก็ใช่ว่าจะไม่ติดโควิด

อนามัยโลกยังไม่สนับสนุน 'การฉีดวัคซีนโควิดต่างชนิดร่วมกัน' | เดลินิวส์

บทเรียนเก่า ๆ แรงงานเถื่อนหลบหนีเข้าเมืองที่เพิ่งเกิดขึ้นไม่ทันจะครบปี เชิงผา ยังพอจดจำข้อมูล คลัสเตอร์แรงงานเถื่อน ที่หลุดเข้ามาทำงานในตลาดกลางกุ้ง จ.สมุทรสาคร ช่วงปลายเดือน ธ.ค. 63 แพร่เชื้อให้แรงงานต่างด้าวก่อนจะกลายเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุด สีแดงเข้ม จุดแพร่ระบาดโควิดระลอก 2 ของไทย ตอนนั้น ผู้ว่าฯ ปู-นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ดำรงตำแหน่ง ผวจ.สมุทรสาคร ยังติดเชื้อโควิดอยู่ รพ.หลายเดือน

กระทั่งเดือน เม.ย. 64 มาเกิด คลัสเตอร์สถานบันเทิงทองหล่อ ระบาดระลอก 3 พร้อมเจ้าเชื้อกลายพันธุ์ อัลฟา (อังกฤษ B117) ถัดมาอีกเดือนเดียว มิ.ย. 64 เจอระลอก 4 คลัสเตอร์แรงงานต่างด้าว จากแคมป์ก่อสร้างใจกลางกรุง ยกระดับเป็นวิกฤติใหญ่ ฤทธิ์เชื้อกลายพันธุ์ เดลตา (อินเดีย B.1.617.2) สร้างความปั่นป่วนไปเกือบทั่วประเทศ เชื้อแพร่ระบาดพุ่งพรวดอย่างรวดเร็ว จนศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) ต้องประกาศยกระดับมาตรการล็อกดาวน์ พื้นที่สีแดงเข้ม 29 จังหวัด

แค่ไปไล่ดูยอดติดเชื้อโควิดจาก เดือนเมษายน มีผู้ป่วยสะสม 133,159 ราย เสียชีวิต 975 คน ระยะเวลา 6 เดือนเต็ม สิ้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ยอดป่วยสะสม 1,912,019 ราย ยอดผู้เสียชีวิตสูง 19,054 ราย ในเมื่อมีผู้ป่วยติดเชื้อนับล้าน เสียชีวิตเกือบ 2 หมื่น รัฐบาลสูญเสียงบประมาณมหาศาลเพื่อแก้ปัญหาวิกฤติโควิด มูลค่าความเสียหายแทบไม่ต้องบรรยาย

ไม่ใช่เรื่องแปลกที่ผู้คนยังขวัญผวา ไม่มีใครอยากกลับไปเผชิญปัญหาเดิม ๆ ท่ามกลางมาตรการล็อกดาวน์ ส่วนใหญ่ต่างก็ให้ความร่วมมือรัฐบาลมาตลอด ต้องการให้หลุดพ้นวิกฤติไปให้ได้ ตอนนี้นอกจากโควิดยังต้องผจญมรสุม ทั้ง ราคาน้ำมันแพง ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ ส่วนเกษตกรชาวนากระดูกสันหลังประเทศก็ทุกข์ระทม ราคาข้าวตกต่ำ

หน่วยงานเกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็น ศบค., กระทรวงแรงงาน, กระทรวงมหาดไทย ฯลฯ อย่ามองข้ามปัญหาแรงงานเถื่อนที่กำลังทะลักเข้าไทยรายวันเด็ดขาด ต้องงัดใช้กฎเหล็กจริงจัง จะเข้ามาก็ต้องผ่านระบบคัดกรองอย่างเข้มงวด เพื่อเร่งตัดไฟแต่ต้นลม ก่อนจะบานปลาย กลายเป็นคลัสเตอร์ใหญ่ส่งท้ายปี 64.

———————-
เชิงผา