ทั้งนี้ การหวาด-การกลัวภัยแผ่นดินไหว เมื่อหวาด-เมื่อกลัวแล้วนำสู่การปฏิบัติเพื่อความไม่ประมาท นี่ย่อมจะดี ทั้งกับเรา ๆ ท่าน ๆ ประชาชนทั่วไป และกับผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการรับมือภัยแผ่นดินไหว ที่ก็ชัดเจนว่าไม่ใช่ภัยไกลตัวคนไทย อย่างไรก็ตาม หากใครที่ประสบเหตุเขย่าใหญ่เมื่อเร็ว ๆ นี้แล้วถึงขั้น “หลอนติดสมอง” ถ้าเช่นนี้ “อาจส่งผลร้าย” ซึ่งควรจะ…

ต้องพยายาม “ล้างลดความหลอน”

และตอนนี้กำลังเข้าสู่ช่วง “สงกรานต์”

ใช้เป็นฤกษ์ล้างลดหลอนก็น่าจะดี”

ทั้งนี้ กับ “ผลร้าย” ที่อาจจะเกิดจากการ “หลอนภัยแผ่นดินไหวฝังจิตฝังใจ” นั้น เรื่องนี้เป็นเรื่อง “ยึดโยงจิตวิทยา” ซึ่งวันนี้ “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” พลิกแฟ้มชวนดูมุมจิตวิทยากรณีทำนองนี้กัน จากที่ทาง ดร.วัลลภ ปิยะมโนธรรม นักจิตวิทยา ที่ปรึกษาโครงการศูนย์ให้คำปรึกษาและพัฒนาศักยภาพมนุษย์ มศว ได้เคยให้ข้อมูลไว้ ซึ่งในภาพรวม ๆ ไม่เฉพาะเจาะจงปัญหาใด-ภัยใด โดยสังเขปนั้นมีว่า… การที่คนเราต้องเจอกับวิกฤติต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาชีวิต หรือปัญหาภัยต่าง ๆ ก็ย่อมส่งผลทำให้ “ชีวิตตึงเครียด”ได้…จากการ “วิตกกังวล” ซึ่งยิ่งใครที่ต้องเผชิญปัญหาความไม่แน่นอนของชีวิตอยู่แล้ว…ก็ “อาจจะกระทบจิตใจจนเกิดปัญหาสุขภาพจิต” ซึ่งผลร้ายแบบนี้จะสะท้อนออกมา หรือสังเกตได้จากการที่ “รู้สึกไม่มีความสุข”

วิตกกังวลเครียด” จน “ไม่มีความสุข”

ส่งผลต่อจิต” แล้ว “ส่งผลด้านอื่นด้วย”

ทางนักจิตวิทยาท่านดังกล่าวสะท้อนมุมจิตวิทยากรณีทำนองนี้ผ่านทาง “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” ไว้อีกว่า… จากความ “วิตกกังวล” ความ “เครียด” ที่ทำให้ “ไม่มีความสุข” นั้น กรณีนี้ก็ “อาจจะส่งผลต่อสภาพร่างกายได้ด้วย” โดย ดร.วัลลภ บอกไว้ว่า… เมื่อคนเราไม่มีความสุขจากความเครียด…ก็ “อาจจะทำให้เกิดโรคต่าง ๆ” ได้ และนอกจากนี้ ยังอาจจะส่ง “ผลร้าย” ตามมาเกี่ยวกับหน้าที่การงาน-อาชีพ “อาจจะเกิดการขาดประสิทธิภาพในการทำงาน-ทำอาชีพ” ก็เป็นได้

“ปัญหาความเครียดในสังคมไทยที่ผ่าน ๆ มา ยังนำสู่เรื่องร้าย ๆ ที่น่าเป็นห่วง คือมีหลายคนที่หาทางระบายความเครียดในทางที่ผิด จนยิ่งส่งผลกระทบกับชีวิตและครอบครัว อย่างการเข้าหาสิ่งมึนเมา ยาเสพติด” …นี่เป็นอีกรูปแบบ “ผลร้าย” ที่อาจเกิดจากความ “วิตกกังวล” ความ “เครียด” ที่ทำให้ “ไม่มีความสุข” ที่ ณ ที่นี้ก็ขอสะท้อนย้ำเพิ่มเติมไว้ด้วย

และกลับมาโฟกัสเน้น ๆ ที่กรณี “หลอนภัยฝังจิตฝังใจหลอนภัยติดสมอง” ที่กรณีนี้ “กับภัยแผ่นดินไหวก็อาจจะเกิดขึ้นได้” ซึ่งเกี่ยวกับ “ผลร้ายที่อาจจะเกิดตามมา” นั้น…ก็ต้อง “ระวังโรคพีทีเอสดี (PTSD)”ระวัง“โรคเครียดอย่างรุนแรงภายหลังเกิดเหตุการณ์สะเทือนขวัญ (Post-Traumatic Stress Disorder)”ที่เป็นหนึ่งในโรคทางจิตเวชที่ พบบ่อยในกลุ่มผู้ที่ประสบภัยพิบัติ โดยมักมีสาเหตุจาก ได้รับประสบการณ์ตรงจากสถานการณ์วิกฤติจนกระตุ้นให้เกิดโรค ขึ้น

โดยเฉพาะกับ “คนที่จิตใจอ่อนแอ”

โดยเฉพาะรายที่ “หลอนผวาซ้ำ ๆ”

ทั้งนี้ เกี่ยวกับโรคนี้ ทาง “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” ก็ขอสะท้อนย้ำไว้ จากข้อมูลในหนังสือคู่มือการช่วยเหลือเยียวยาจิตใจประชาชนในภาวะวิกฤติ (ฉบับปรับปรุง) ที่จัดทำโดย สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ที่ระบุไว้ว่า… “โรคพีทีเอสดี” จะเกิดช้ากว่าโรคเครียดเฉียบพลัน อาจเกิดช้ามาก ๆ อาจผ่านเหตุการณ์ไป 6 เดือนแล้วถึงเริ่มแสดงปฏิกิริยา และก็อาจใช้เวลานานกว่าจะแสดงอาการทางจิต ซึ่งใครประสบภัยแล้วมี “อาการ” ดังต่อไปนี้ก็พึงตระหนักไว้…

กล่าวคือ… นอนไม่หลับ หลับไม่สนิท ฝันร้าย หงุดหงิดง่าย ตกใจง่าย นึกถึงตอนเผชิญภัยซ้ำ ๆ รู้สึกบ่อย ๆ ว่าเหตุการณ์จะเกิดซ้ำอีก ไม่กล้าเข้าใกล้สถานที่หรือสถานการณ์ที่ทำให้นึกถึงภัยนั้น รู้สึกเฉยชาต่อคนรอบข้าง รวมถึงมีคนอื่นประสบชะตากรรมเลวร้ายแต่ตนเองรอดแล้วรู้สึกผิด …ซึ่งใครที่เผชิญสถานการณ์หนี “ภัยแผ่นดินไหว” เขย่าไทยครั้งใหญ่ แล้วมีอาการแบบนี้ ก็พึงตระหนักไว้ และทางที่ดีควรไปพบจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาเพื่อขอรับคำแนะนำ

อย่างไรก็ดี ที่ดีที่สุดคือพยายามปรับจิตปรับใจ อย่าให้ความ “วิตกกังวล” ความ “เครียด” ลามเลยเถิดถึงขั้น “หลอนภัยฝังจิตฝังใจ-หลอนภัยติดสมอง” หรือว่าถึงขั้น “ป่วยเป็นโรคพีทีเอสดี-โรคเครียดอย่างรุนแรงภายหลังเกิดเหตุการณ์สะเทือนขวัญ” แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น“ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” ก็ขอเน้นทิ้งท้ายไว้ว่า… ทั้งหมดทั้งมวลที่สะท้อนมาข้างต้นก็มิใช่จะมาชวนว่าไม่ต้องกลัวภัยแผ่นดินไหว ซึ่ง “แผ่นดินไหวก็เป็นภัยใกล้ตัวคนไทย…ก็จำเป็นต้องกลัว” คนไทยก็จำเป็นต้องตระหนักรู้เพื่อความปลอดภัย แต่… “ถึงกระนั้นก็ต้องระวังการกลัวมากจนถึงขั้นหลอน-จนชีวิตประสบปัญหา”ทั้ง ๆ ที่แผ่นดินไม่ได้ไหว ซึ่งหากใครรู้สึกว่าตนเองคล้ายจะอยู่ในโหมด “ผวาซ้ำ ๆ จนทำท่าจะหลอน” ก็พยายาม “ปรับจิตปรับใจ” สักหน่อย…

โดยที่ “สงกรานต์ปีใหม่ไทย..ก็ฤกษ์ดี”

เพื่อ “ล้างหลอนลดหลอนลงบ้าง”

ให้ “เหลือแค่ระวังไว้ไม่ประมาทก็ดี”.

ทีมสกู๊ปเดลินิวส์