ทั้งนี้ ในยุคที่โลกออนไลน์ยิ่งเปิดกว้าง ในมุมหนึ่งอันไม่พึงประสงค์ก็ยิ่งทำให้ “เด็กตกเป็นเป้าง่ายขึ้น”โดยที่ผ่านมาก็มีการ “ถูกคุกคามผ่านออนไลน์” ที่รวมถึง“ผ่านทางเกมออนไลน์”โดยมีหลายกรณีที่การคุกคามนั้น…

ส่งผล “ทำให้เด็กบอบช้ำอย่างรุนแรง”

ที่บรรดา “ผู้ใหญ่ต้องเฝ้าระวังให้มาก”

เกี่ยวกับ “การคุกคามผ่านโลกออนไลน์” นั้น ข้อมูลปี 2567 ของ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) พบว่า… ช่วงวันที่ 1 ม.ค.-31 ธ.ค. 2567 มีสถิติทางคดีด้านนี้ 346 คดี ในจำนวนนี้ เด็กหญิง อายุ 8-14 ปี ตกเป็นผู้เสียหายมากที่สุดรองลงมาเป็นเด็ก-เยาวชนหญิง อายุ 15-17 ปี และเด็กชายอายุ 8-14 ปี …นี่เป็นตัวเลขสถิติคดีคุกคามที่เกิดขึ้นผ่านออนไลน์

ขณะที่ “ภัยออนไลน์ 5 ประเภทที่มักเกิดกับเด็กและเยาวชนไทย” นั้น ข้อมูลของ สตช. ระบุไว้ว่าได้แก่… 1.ล่อลวงออนไลน์ ภัยที่ ผู้ก่อเหตุมักสร้างความไว้วางใจกับเด็กผ่านเกม หรือสังคมออนไลน์ แล้วพยายามนัดพบตัวจริงเพื่อล่วงละเมิดทางเพศ2.หลอกถ่ายคลิปลามก ผู้ก่อเหตุมักหลอกล่อเด็กให้ถ่ายภาพหรือคลิปลามกส่งให้ 3.กลั่นแกล้งทางออนไลน์ จากการที่เหยื่อถูกโพสต์ข้อความหรือรูปภาพที่ทำให้เสียหาย 4.หลอกลวงซื้อขายสินค้า โดย หลอกลวงให้เด็กโอนเงินซื้อสินค้าผ่านเกม แล้วไม่ส่งของให้ 5.การเข้าถึงเนื้อหาไม่เหมาะสม เช่น ความรุนแรง ภาพลามก พนันออนไลน์

ทั้งนี้ จากข้อมูลของ สตช. ก็จะเห็นว่ามี “เกม” เกี่ยวข้องอยู่ด้วย ซึ่งปัญหา “คุกคามผ่านเกมออนไลน์-ล่อลวงผ่านเกมออนไลน์”นั้น ทาง “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” จะสะท้อนต่อข้อมูลของ มูลนิธิ Save the Children Thailand ที่พ่อแม่ ผู้ปกครอง ผู้ใหญ่ สามารถใช้เป็น “คู่มือเฝ้าสังเกต” กรณีที่บุตรหลาน เด็ก อาจเสี่ยงถูก “คุกคาม-ล่อลวง…ผ่านเกมออนไลน์” ซึ่งข้อมูลโดยแหล่งดังกล่าวระบุไว้ว่า… การล่อลวงเด็กผ่านเกมออนไลน์เป็นพฤติกรรมที่เรียกว่า “Child Grooming”ซึ่งมักจะเป็นพฤติกรรมที่มิจฉาชีพนิยมใช้บ่อยที่สุด ด้วยการตีสนิทกับเหยื่อหรือเป้าหมาย โดยพ่อแม่ผู้ปกครองต้องรู้เท่าทัน เพราะอาจเกิดขึ้นได้ในชีวิต อาจเกิดได้กับบุตรหลานทุกคน ซึ่ง ถ้าผู้ใหญ่ละเลยไม่ใส่ใจเด็กใกล้ชิดก็ง่ายที่เด็กจะเป็นเหยื่อ…

เด็กจะเป็นเหยื่อเพราะไม่ทันระวังตัว!!

ทาง Save the Children Thailand ระบุถึง “สัญญาณเตือน” เพื่อให้ใช้เป็นหลักสังเกตกรณี “พฤติกรรมการเข้าหาเด็กเพื่อละเมิดทางเพศ” ไว้ว่า… พิจารณาได้จาก 1.พยายามเข้าหาเด็กจนมากเกินควร เช่น ชอบให้ของขวัญ พาไปเที่ยว ส่งข้อความหาตลอด2.พยายามสร้างความลับกับเด็ก เช่น บอกให้เด็กปิดบังพ่อแม่ ไม่ให้เล่าเรื่องที่คุยกัน 3.พยายามสร้างความพิเศษร่วมกันกับเด็ก เช่น มีแค่เราสองคนที่เข้าใจกัน หรือหนูไม่เหมือนเด็กคนอื่นที่เคยเจอ4.พยายามแยกเด็กออกจากเพื่อน ครอบครัว สังคมรอบตัว โดยสร้างสถานการณ์ให้เด็กต้องพึ่งพาผู้ไม่หวังดีทั้งในชีวิตประจำวัน การเงิน และอื่น ๆ

นี่คือ “สัญญาณผิดปกติที่ต้องระวัง!!”

และเพื่อไม่ให้เกิดเหตุกับเด็ก ผู้ที่เป็นพ่อแม่ผู้ปกครองก็ “ต้องช่วยกันป้องกัน”โดยแนวทางง่าย ๆ ที่ทุกครอบครัวสามารถทำได้ นั่นก็คือ… สร้างวัฒนธรรมการพูดคุยในบ้าน ด้วยการรับฟังลูกหลานอย่างเปิดใจ และอย่าเอาแต่มองว่าเด็กดื้อ หรือเด็กต้องเชื่อฟังผู้ใหญ่ฝ่ายเดียว, เปิดโอกาสให้เด็กเล่าเรื่องที่เจอ โดยไม่ตัดสินและโทษเด็ก เพราะจะทำให้ลูกหลานยิ่งปิดบัง และไม่อยากคุยกับพ่อแม่ผู้ปกครอง, สอนเด็กให้แยกแยะพฤติกรรมที่เป็นภัย ด้วยการรู้จักตั้งคำถาม เช่น ถ้าเขามาทำดีกับเรามากเกินไป คนนั้นเขาอาจจะต้องการอะไรจากเราก็ได้ และฝึกเด็ก ๆ ให้เรียนรู้ที่จะรู้จักการปฏิเสธอย่างมั่นใจ

แต่การสังเกตนั้น ก็มีข้อควรระวังเช่นกัน โดยจะต้องไม่ละเมิดความเป็นส่วนตัวเด็ก ซึ่งอาจจะทำได้ด้วยการชวนคุยให้รู้ว่าเขากำลังคุยกับใคร หรือหากเด็กเริ่มมีความลับมากขึ้น ควรชวนเด็กพูดคุยโดยไม่ตำหนิและให้คำแนะนำที่ช่วยให้เด็ก ๆ ได้คิด” ...เป็นคำแนะนำเพิ่มเติมที่ทางมูลนิธิ Save the Children Thailand ได้ให้แนวทางไว้

ทั้งนี้ โฟกัสที่ “คุกคามผ่านเกมออนไลน์” ยังมีคำอธิบายน่าสนใจในเว็บไซต์ https://help-unhcr-org.translate.goog ที่ระบุไว้ว่า… การคุกคามในเกมออนไลน์ หมายถึง การ คุกคาม ด่าทอ และกลั่นแกล้งกัน ในระหว่างการเล่นเกมออนไลน์ ซึ่งอาจเกิดขึ้นผ่าน “ฟังก์ชันแชทสด” หรือผ่านทาง “แพลตฟอร์มส่งข้อความที่เกี่ยวข้องกับการเล่นเกม” โดยที่ผู้ก่อเหตุมักจะด่าทอ หรือส่งข้อความที่น่ารังเกียจ ในขณะเล่นเกมกับเหยื่อ และยังพบว่า… หลาย ๆ ครั้งการคุกคามในเกมออนไลน์ก็ขยายไปสู่โลกชีวิตจริง โดยผู้ก่อเหตุมีการสะกดรอยตามเหยื่อ ซึ่งการดักทำร้ายร่างกายก็เคยมีเกิดขึ้นแล้ว

ในแหล่งข้อมูลแหล่งหลังนี้ยังให้ข้อสังเกตกับพ่อแม่ผู้ปกครองไว้ว่า… สัญญาณอันตราย” ที่มักพบในเด็กกลุ่มเสี่ยงเป็นเหยื่อ สังเกตได้จากพฤติกรรมต่าง ๆ เหล่านี้คือ… 1.พฤติกรรมเด็กเปลี่ยนไป 2.เด็กมักแสดงความโกรธออกมาชัดเจน 3.เด็กไม่เต็มใจที่จะพูดคุยถึงประสบการณ์เล่นเกม 4.เด็กหลีกเลี่ยงการเล่นเกมออนไลน์ ทั้ง ๆ ที่เคยชอบมาก่อน

ต่าง ๆ เหล่านี้เป็นข้อมูลที่เป็น “คู่มือ”

เป็น “หลักสังเกตป้องกันบุตรหลาน”

กัน “ถูกคุกคามผ่านเกมออนไลน์!!”.

ทีมสกู๊ปเดลินิวส์