เรียกว่าเป็นที่รักของแฟน ๆ ทั้งประเทศมาอย่างยาวนานและอยู่วงการบันเทิงมาตั้งแต่เด็ก ๆ สำหรับนางเอกสาวสวย ขวัญ-อุษามณี ไวทยานนท์ ที่ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน สาวขวัญก็ยังคงเป็นนางเอกแถวหน้าของวงการบันเทิงที่แฟน ๆ รักและชื่นชอบตลอดมา ล่าสุด “บันเทิงเดลินิวส์” มีโอกาสได้ต้อนรับสาวขวัญที่เดินทางมาแนะนำภาพยนตร์เรื่องล่าสุดของเธอเรื่อง “มูลู หน้าครู” ที่บอกเลยว่าสนุกมาก ๆ จนแฟน ๆ ต้องไปดูย้อนหลังกันเลย โดยสาวขวัญได้เปิดเผยถึงเรื่องราวและชีวิตในวงการบันเทิงของตนเองที่ผ่านมา พร้อมแย้มเรื่องความรักที่บอกเลยว่าโสดนะ แต่ก็มีคนคุยบ้าง

นับจนถึงตอนนี้เข้าวงการมากี่ปีแล้ว?
“เอาจริง ๆ ขวัญก็อยู่เรื่อย ๆ นะ ถ้าเขาไม่ไล่เราออกก็อยู่ไปเรื่อย ๆ (หัวเราะ) คือเราไม่เคยนับเลยไม่อยากนับ แต่ว่าขวัญจะรู้สึกว่าเวลาเรารู้สึกว่า เหมือนเราไม่ได้มาทำงาน แต่เหมือนเรามาเล่น และเราก็ไม่ได้เครียดด้วย ขวัญจะเครียดตอนเดียวคือเล่นละคร เราก็จะเครียดตอนนั้น แต่ถ้าใช้ชีวิตอย่างอื่นเรารู้สึกว่ามันง่ายสำหรับเราไปหมด เพราะว่ามันคือตัวตนที่เราโตขึ้นมา
แล้วเราไม่ได้รู้สึกว่างานของเรามันคืองาน มันก็เป็นช่วงที่เราพักผ่อนเบาสบาย”
ไม่ได้โฟกัสว่าเราทำงานมา 10 20 30 ปี หรืออะไร?
“ใช่ ก็ไม่ได้รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงของชีวิตเรา เพราะว่าเราอยู่ของเรา คนรู้จักเรา มีคนยิ้มให้เรา มีคนทักทายเราตั้งแต่
เด็ก ๆ เราก็เลยไม่ได้รู้สึกว่าอ๋อ…มันแปลก เราก็จะรู้สึกว่ามันเป็นความเคยชินเป็นเรื่องปกติ ที่ทุกคนจะคุยกับเรา”

ได้อะไรและเสียอะไรจากความเป็นเราในวงการบันเทิงบ้าง?
“ก็ได้ความรักและก็เสียความรักเหมือนกัน ความรักคือหมายถึงว่าการที่เราเหมือนคนอื่น เราให้ความรู้สึกดี ๆ กับคนอื่น เขามาคุยมารู้จักกับเรา มันก็คือเราให้ความรู้สึกเขาไป แต่กับบางคนเราก็จะเจ็บตัวบ้างเพราะว่าเราก็ให้ใจกับทุกคน แล้วเราเป็นคนสาธารณะมันก็จะเจ็บและจะโดนมากกว่าคนอื่น แต่การที่เราจะแอ็กชันหรือเราจะตอบกลับมันก็จะมีกรอบที่ทำให้เราว่าเราสมควรจะทำกลับไหม จะทำได้หรือไม่ได้ สมมุติว่ายุงกัดเราก็จะคันเลย แต่ถ้าเป็นนักแสดงถ้าจะโดนยุงกัดก็อาจจะแบบฮึบไว้หน่อย เกามากเดี๋ยวเป็นแผล มันก็เหมือนกับการที่เราโดนรีแอ็กชันจากคนอื่น ที่เราทำได้อย่างเดียวเลยคือเราต้องอดทนมันคือสิ่งที่สอนเราในวงการ ส่วนความรักที่เสียก็คือความเชื่อใจนี่แหละ อย่างบางคนอาจจะเห็นว่าดาราคือใคร ๆ ก็อยากเข้ามา มีสองด้าน ด้านที่จริงและด้านที่ไม่จริง เราก็ไม่ได้คิดว่าเราจะไปทำร้ายใครอยู่แล้ว เพราะว่าชื่อเสียงเรามันไม่คุ้มกับการที่เราไปแลก ยิ่งเราสะสมมาตั้งแต่เด็ก เราโต
มาจากแฟนคลับ เราโตมาจากการที่ผู้ใหญ่เค้าไว้ใจให้งานเรา เพราะขวัญไม่ได้มีผู้จัดการ ขวัญมีแค่ตัวขวัญเองที่อยู่ในวงการมากับแม่ และผู้ใหญ่แต่ละคนที่เอ็นดูเรา เห็นเราทำงานได้ก็ให้งานเราแต่ทีนี้พอถึงเวลา มันก็จะมีทั้งคนรักเรา และมีคนที่ทำร้ายเรา เราก็ไม่มีทางเลือก เรามีทางเลือกอย่างเดียวคือเราต้องอดทน”
ขวัญเป็นอีกหนึ่งคนที่จะเจอเรื่องราวร้าย ๆ หลายเรื่อง ที่มีคนไม่เข้าใจและเข้ามาคอมเมนต์เรา เคยโกรธไหม?
“ก็เคยค่ะ แต่ว่าสุดท้ายคือคนที่ขวัญคุยคือคุณพ่อคุณแม่ คนที่อยู่ใกล้ตัวเราที่สุด หรือว่านายเรา เพราะว่าเขาจะเห็นความเปลี่ยนแปลงของเรา ไม่ว่าความคิดหรือพฤติกรรม ถ้าเกิดว่าเรารุนแรง เริ่มอะไรที่ไม่พอใจ กับพ่อคนที่ใกล้ชิดเราเขาก็จะเรียกเข้ามาคุยก่อน เป็นเด็กธรรมดาต้องมีอารมณ์อยู่แล้ว แต่ว่าเราคนที่อยู่ พ่อแม่ยังไงก็ดีที่สุด เพราะว่าไม่มีผลประโยชน์ เขาสามารถสอนเราได้ บอกเราได้ดุเราได้ เราโกรธให้ตายยังไง มันก็เลิกคบกันไม่ได้ มันไม่เหมือนกับผู้จัดการ ที่เรื่องเงินมันทำให้ผิดใจกันได้หมด”

ที่จริงโซเชียลมันมีผลกระทบกับชีวิตของขวัญไหม?
“มีแค่ช่วงเดียวช่วงสั้น ๆ แต่พอหลังจากนั้นไม่มี เราก็ยังคงความเป็นเรา คือสมัยก่อนมันแรงกว่านี้เยอะแล้วก็พอเราเจอผลกระทบอะไรที่มันแรง ๆ แล้วประจวบกับการที่เราเป็นเด็ก คืออารมณ์เราจะขึ้น แต่พอพ่อแม่เราครอบเราอยู่ตลอด ในสิ่งที่เราจะก้าวเข้าไปทำอะไรไม่ดีเรายังไม่ได้ทำลงไป จะมีกำแพงคอยโพรเทคเราอยู่ ซึ่งก็คือพ่อแม่เรา”
สำหรับขวัญไม่ว่ายังไงจะให้ครอบครัวเป็นที่หนึ่งใช่ไหม?
“ใช่ เพราะว่าเราหาตังค์เพื่อมาดูแลครอบครัว เราไม่ได้ทำเพราะว่าเราอยากดัง เพราะว่าเมื่อก่อนเราเป็นลูกตำรวจ เงินเดือนเราก็มาแค่พ่อฝั่งเดียว คุณแม่เราก็ต้องออกจากงานส่วนตัว มาดูแลขวัญ เราก็จะเหมือนได้วงการบันเทิงนี่แหละที่คอยอุ้มชู คอยเลี้ยงปากเลี้ยงท้องเรา จนเรามาถึงทุกวันนี้ได้ เราไม่ได้เหมือนอยากอยู่หน้าหนึ่งนะ อยากมีชื่อเสียง คือไม่ใช่ ขวัญอยู่วงการบันเทิงเพราะว่าความอยู่รอดของเรา”

เรื่องของแฟน ๆ สำหรับขวัญเปรียบเทียบแฟน ๆ คืออะไร?
“ก็เหมือนเสาหลักแล้วกันค่ะ อาจจะเสาหลัก เพราะเสาเอกของขวัญอาจจะเป็นครอบครัว ก็ให้แฟน ๆ เป็นเสาโทแล้วกัน (ยิ้ม) เพราะว่าขวัญเวลาออกไปข้างนอก ไม่ว่าจะเป็นในประเทศหรือว่าต่างประเทศ ขวัญก็จะมีคนหลายกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นสูงอายุ วัยกลางคน วัยรุ่น หรือเด็ก ซึ่งขวัญก็ไม่รู้ว่าเขาไปรู้จักขวัญมาจากไหน แล้วเราจะได้อ้อมกอดที่เรารู้สึกว่าอบอุ่น คือมันดีมาก เพราะเราโดดเดี่ยวเราไม่รู้จักใคร แล้วการที่เราเห็นรอยยิ้มของคนอื่นที่เขามอบให้เรา เราเห็นการสัมผัสที่เขาหวังดีกับเรา แบบจับมือจูงมือสวยจังเลยลูก เขาไม่ได้จับเพื่อความเกลียดชัง รู้สึกว่าขวัญชอบการที่เราเอาตัวเองไปอยู่ในที่ที่มีแต่พลังบวก เราก็จะมีความสุขไปด้วยมันก็จะเป็นกำลังใจของเรา”
อีกหนึ่งเรื่องที่คนอยากรู้คือความรักของขวัญเป็นยังไงบ้าง?
“ก็โสด ก็เรื่อย ๆ คือขวัญก็อยากมีความรักนะ ขวัญก็ไหว้และก็ขอหมด แต่ว่าขวัญว่าจังหวะและความเหมาะสมก็จะจัดสรรให้ขวัญเอง ทุกวันนี้เราทำแต่งานจริงๆ แต่คนที่ใช่เขาจะมาเมื่อไหร่ก็ได้ ดีกว่าที่ผ่านมาเราคบแล้วมันไม่ใช่ แล้วเราก็ไม่อยากเสียใจด้วย”

เหงาไหม คนอื่นมีแฟนแต่เราไม่มี?
“ไม่เหงาเลย (ยิ้ม)ชิลชิล คือชีวิตไม่เหงาเลย กลางคืนเวลานอนก็คือทำไมมันเหนื่อยจัง ทำไมเวลามันผ่านไปเร็ว เมื่อก่อนคือขวัญนอนเยอะมาก เมื่อก่อนขวัญนอนสี่ทุ่มดึกสุดเที่ยงคืนตื่นมาอีกทีก็คือเที่ยงวัน แต่ทุกวันนี้ก็คือไม่ได้ ต้องตื่น 9 โมง เลทสุด 9 โมงก็คือต้อง
ตื่นแล้วตื่นมาคุยงาน คุยบนเตียงคุย แล้วนอนก็ต้องนอนตีสองตีสาม”
ก็เลยทำให้ไม่มีลูฟเวลาในการเหงา?
“ชีวิตก็คือไม่เหงาเลยก็อยากจะเหงาอยากอยู่เฉย ๆ บ้าง (ยิ้ม)”

แล้วหัวใจเราเองล่ะ ไม่รีบเลยเหรอเรื่องความรัก?
“ไม่รีบค่ะ แต่ก็อยากมี ก็รอคนที่ใช่”
มีคนมาคุยไหม?
“ถามว่ามีไหม มันก็มีบ้าง มีเพื่อน ๆ พี่ ๆ กันมากกว่า”

มองตัวเองแต่งงานตอนอายุเท่าไร?
“เมื่อก่อนอยากแต่งงานตอนอายุ 25 ปี คือเรียนจบแล้วแต่งเลย คืออยากได้แบบนั้น อยากมีคู่ชีวิตแบบนั้น แล้วเรารู้สึกว่าทำไมชีวิตคู่มันยากจัง อย่างเพื่อนขวัญก็แต่งงานแล้วมีครอบครัวมีลูกสองสามคนกันหมดแล้ว ก็จะเหลือแค่ขวัญกับจันทร์ (เทรนเนอร์) เพื่อนรักอีกหนึ่งคน เราก็เลยแบบว่าเห็นว่ามันยาก เราก็อยากอยู่กับคนที่ระยะยาวไม่มีใครอยากเลิกหรอก เพียงแต่ว่าเราค่อย ๆ ศึกษาไป เอาให้ชัวร์ดีกว่า เราก็อยู่คนเดียวมา 36 ปี คือเราชิน เพราะมันมีใครคนนึงมาเป็นพาร์ตในชีวิตเรา แล้วมันจะยังไง เราต้องคิดและวิเคราะห์เพราะว่าชีวิตคู่มันยาก”
ก็เอาเป็นว่าตอนนี้สาวขวัญยังโสดอยู่ ใครที่เป็นแฟนคลับของสาวขวัญก็ช่วยกันให้กำลังใจเธอเจอรักแท้เร็ว ๆ ด้วย และฝากติดตามผลงานต่าง ๆ ของสาวขวัญด้วยนะจ๊ะ.
เรื่อง-ภาพ : สมคิด แซ่คู



