ทั้งนี้ ปรากฏการณ์สังคมดังกล่าวข้างต้นถูกระบุไว้ในเชิงสังคมวิทยา ฉายภาพ “ครอบครัวรูปแบบใหม่” ที่จากเดิมเลี้ยงสัตว์เป็น “สัตว์เลี้ยง” ก็เปลี่ยนเป็น “สัตว์ร่วมชีวิต” ซึ่งสำหรับ “ครอบครัวหลากสายพันธุ์”ที่มีสัตว์เลี้ยงร่วมครอบครัว ที่อยู่ในกรุงเทพฯ ซึ่งในอีกราว 6 เดือน คือตั้งแต่ 10 ม.ค. 2569จะมีกฎหมายเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงบังคับใช้เพิ่ม คือ ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครเรื่องการควบคุมและปล่อยทิ้งสัตว์.. 2567”ก็จะ“ต้องเตรียมตัวปฏิบัติตาม”ด้วย…

มีสัตว์ร่วมครอบครัว” นั้นมีกันทั่วไป

ก็น่าโฟกัส “ครอบครัวหลากสายพันธุ์”

เกี่ยวกับเรื่องนี้ ที่ทาง “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” จะสะท้อนต่อข้อมูล… เป็นข้อมูลจากบทความโดย ทิฆัมพร สิงโตมาศ นักศึกษาหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาวิจัยประชากรและสังคม (หลักสูตรไทย) มหาวิทยาลัยมหิดล ที่เผยแพร่ไว้ทาง เว็บไซต์เดอะประชากร.คอม โดยสังเขปนั้นมีว่า… “ครอบครัวหลากสายพันธุ์” คือ “ครอบครัวที่ประกอบด้วยมนุษย์และสัตว์ชนิดต่าง ๆ” ที่มี “จุดเด่น” อยู่ที่การ “มีสายสัมพันธ์ทางอารมณ์ยึดโยงกัน” เคารพกันและกัน ดำรงความสัมพันธ์แบบแนวนอนอย่างเท่าเทียม …นี่เป็นคำอธิบายครอบครัวรูปแบบใหม่ ที่ ในสังคมไทยยุคปัจจุบันพบเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

ทาง ทิฆัมพร ระบุไว้อีกว่า… ช่วงไม่กี่ทศวรรษมานี้แนวคิดครอบครัวเปลี่ยนแปลงไปมาก จากบริบทเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และเทคโนโลยีเจริญพันธุ์ ส่งผลให้นิยามครอบครัวมิได้จำกัดไว้แค่ภาพครอบครัวแบบเดิม คู่สามีภรรยาและลูก หรือคนที่ผูกพันจากสายเลือดเดียวกัน หากแต่ขยายสู่รูปแบบความสัมพันธ์ที่หลากหลาย เช่น ครอบครัวคู่รักเพศเดียวกัน ครอบครัวเลี้ยงเดี่ยว ครอบครัวข้ามรุ่น จนถึงครอบครัวที่เลือกเองที่ไม่ได้เกี่ยวข้องทางสายเลือดแต่เลือกจะมีความสัมพันธ์แบบเอื้ออาทร

ขณะเดียวกัน ในยุคที่ “สัตว์เลี้ยง” ใกล้ชิดและผูกพันทางอารมณ์กับคนมากกว่าในอดีต การทุ่มเทดูแลเกินกว่าความต้องการพื้นฐานของสัตว์ เทรนด์เลี้ยงสัตว์เหมือนลูก กลายเป็นปรากฎการณ์ที่พบเห็นมากขึ้น ทำให้การให้ความหมายของ “ครอบครัว” ซับซ้อนตามไปด้วย พร้อมเกิดคำถาม… สัตว์เลี้ยงสามารถเป็นครอบครัวของมนุษย์ได้จริงหรือไม่?” และถ้าคำตอบคือใช่ “จะนิยามครอบครัวที่มีลักษณะนี้อย่างไร?” …นี่เป็น “ปุจฉา” ที่ชวนสังคมร่วมคิด

ปรากฏการณ์นี้อาจสะท้อนให้เห็นการเคลื่อนย้ายแนวคิด จากเดิมที่มนุษย์เป็นศูนย์กลาง ไปสู่การยอมรับสัตว์ในฐานะผู้กระทำการ ที่มีความสามารถในการสร้างปฏิสัมพันธ์กับมนุษย์ นำมาสู่แนวคิดใหม่ของการอยู่ร่วมกันที่เรียกว่าการสร้างเครือญาติที่ขยายขอบเขตไปสู่สิ่งมีชีวิตอื่น ๆ โดยไม่จำกัดแค่สายเลือดหรือสายพันธุ์เดียวกัน”…นี่เป็นความพยายามที่จะอธิบายให้สังคมเห็น “ภาพปรากฏการณ์” ซึ่งมีส่วนสำคัญในการ “ปรับเปลี่ยนคำเรียก” สัตว์เลี้ยง

Petสัตว์เลี้ยง” เปลี่ยนเป็นCompanion Animalสัตว์ร่วมชีวิต” ที่เน้นบทบาททางอารมณ์และความสัมพันธ์ทางสังคมของสัตว์เลี้ยงกับมนุษย์ ที่สามารถพัฒนาสู่การเป็น “ครอบครัวหลากสายพันธุ์ – Multispecies Familiesที่ซับซ้อนกว่ารูปแบบความสัมพันธ์ครอบครัวในอดีต ผ่าน “คำเรียกสัตว์เลี้ยง” เช่น “ลูก” “น้อง” “พี่”เพื่อ สื่อถึงความเป็นครอบครัว

ในบทความเดิมยังหยิบยกมุมมองนักวิชาการด้านมนุษย์และสัตว์ศึกษามาสะท้อนไว้ ที่มองว่าความเป็น “ครอบครัวหลากสายพันธุ์” เป็นกระบวนการที่สัตว์เลี้ยงและมนุษย์สร้างขึ้นผ่านการกระทำต่าง ๆ เพื่อบ่งบอก “คุณลักษณะความเป็นเครือญาติ”โดยสามารถ สรุปได้ 5ประเด็น ดังนี้… 1.ผูกพันทางอารมณ์ จากการรับรู้และตีความร่วมกันระหว่างมนุษย์และสัตว์ จนเกิดความเข้าใจในการกระทำของอีกฝ่าย, 2.ดูแลกันและกัน แม้สัตว์เลี้ยงจะมีสถานะพึ่งพิงการดูแลจากมนุษย์ แต่ก็มีส่วนปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตของมนุษย์ด้วยวิธีของสัตว์เลี้ยงเองด้วย เช่น สุนัขที่ปลุกให้เจ้าของพาไปออกกำลังกาย เป็นต้น

3.การมีพื้นที่ในบ้าน ด้วยการที่มนุษย์อนุญาตให้สัตว์เลี้ยงเข้าถึงพื้นที่ในบ้านที่เคยสงวนไว้สำหรับมนุษย์เท่านั้น เช่น ห้องนอน ห้องน้ำ หรือออกแบบพื้นที่บ้านที่คำนึงถึงการใช้ชีวิตของสัตว์เลี้ยง หรือยอมให้สัตว์เลี้ยงมีอิทธิพลต่อพิธีกรรมของบ้าน เช่น มีการฉลองวันเกิดให้ หรือให้ช่วยงานบ้านเล็ก ๆ น้อย ๆ, 4.มีบทบาทในครอบครัวซึ่งเรามักเข้าใจว่าสัตว์เป็นตัวแทนความสัมพันธ์ของมนุษย์ที่ขาดหายไป แต่มีงานวิจัยหลายชิ้นพบว่า…สัตว์เป็นองค์ประกอบหนึ่งที่เติมเต็มระบบครอบครัว และ 5.มีการจัดพิธีศพไว้อาลัยเพื่อรักษาสายสัมพันธ์หลังความตายกับสัตว์เลี้ยง ตามความเชื่อและวัฒนธรรมของแต่ละคน

สะท้อนการเปลี่ยนผ่านความหมายครอบครัวท้าทายความเชื่อเกี่ยวกับความเหนือกว่าของมนุษย์ การอยู่ร่วมกันระหว่างมนุษย์และสัตว์ไม่ใช่เรื่องใหม่ กับไม่ได้ลดทอนคุณค่าความสัมพันธ์ของมนุษย์ แต่สะท้อนความยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลงการยอมรับว่าสิ่งมีชีวิตอื่นเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวอาจช่วยให้เราเข้าใจความเป็นมนุษย์ได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น” …ทาง ทิฆัมพร สิงโตมาศ สะท้อนไว้ถึง“มุมน่าคิด” เกี่ยวกับกรณี “ครอบครัวหลากสายพันธุ์”

ทั้งนี้ ทาง “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” ว่า…ปรากฏการณ์ครอบครัวหลากสายพันธุ์นี่สำหรับ “ในพื้นที่กรุงเทพฯ” น่าจะ “เป็นคนละเรื่องเดียวกัน” กับเรื่อง “ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครเรื่องการควบคุมและปล่อยทิ้งสัตว์พ.ศ. 2567”แน่ ๆ…

ใกล้ “มีข้อกำหนดสัตว์ร่วมครอบครัว”

ก็…“ต้องเตรียมตัวกับสัตว์ร่วมชีวิต”.

ทีมสกู๊ปเดลินิวส์