ในยุคที่ชีวิตเต็มไปด้วยความเร่งรีบ ความเครียด และความกังวลที่ไม่สิ้นสุด หลายคนพบว่าตัวเองกำลังใช้ชีวิตในโลกที่แบ่งแยกร่างกายอยู่ในปัจจุบัน แต่จิตใจกลับล่องลอยไปยังอดีตที่ผ่านมาหรือกังวลถึงอนาคตที่ยังมาไม่ถึง การฝึกอยู่กับปัจจุบัน หรือที่เรียกว่า “มายด์ฟูลเนส” (Mindfulness) จึงเป็นทักษะสำคัญที่จะช่วยให้เราดึงตัวเองกลับมาอยู่กับโมเมนต์ปัจจุบัน เพื่อสร้างความสุขที่ยั่งยืนให้กับชีวิต
จิตใจมนุษย์มีความสามารถพิเศษในการเดินทางข้ามกาลเวลา ย้อนคิดถึงความผิดพลาดในอดีต หรือกังวลกับสิ่งที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต การศึกษาทางจิตวิทยาพบว่า คนเราใช้เวลาส่วนใหญ่ของวันในการคิดเรื่องที่ไม่ได้เกิดขึ้นตรงหน้า และการปล่อยให้จิตใจล่องลอยเช่นนี้มักนำไปสู่ความทุกข์ ความวิตกกังวล และภาวะซึมเศร้า
การศึกษาทางจิตวิทยาหลายงานวิจัยชี้ให้เห็นว่า “การจมอยู่กับความคิดในอดีตมักนำไปสู่ความเศร้าเสียใจหรือความรู้สึกผิด ขณะที่การกังวลเกี่ยวกับอนาคตสร้างความวิตกกังวลและความกลัว ทั้งสองอย่างสัมพันธ์กันทำให้เกิดปัญหาสุขภาพจิตที่พบบ่อยในสังคมปัจจุบัน”
การฝึกอยู่กับปัจจุบันไม่ได้หมาย ความว่าเราต้องละทิ้งการวางแผนอนาคตหรือลืมบทเรียนจากอดีต แต่เป็นการฝึกให้จิตใจรับรู้และยอมรับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้

การวิจัยทางการแพทย์และจิต วิทยาพบประโยชน์มากมาย เช่น :
1.ลดความเครียดและความวิตกกังวล การอยู่กับปัจจุบันช่วยให้เราตัดการเชื่อมโยงกับความคิดที่สร้างความเครียด
2.เพิ่มความสุขและความพึงพอใจในชีวิต เมื่อเราอยู่กับปัจจุบัน เราจะสามารถชื่นชมความงามและความสุขเล็ก ๆ น้อย ๆ รอบตัว
3.พัฒนาความสัมพันธ์ การมีสติอยู่กับปัจจุบันช่วยให้เราฟังอย่างตั้งใจและเข้าใจผู้อื่นได้ดีขึ้น
4.เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน จิตใจที่จดจ่อกับงานที่กำลังทำจะช่วยเพิ่มคุณภาพและประสิทธิภาพการทำงาน
5.ปรับปรุงสุขภาพกายและใจ การลดความเครียดส่งผลดีต่อระบบภูมิคุ้มกัน การนอนหลับ และลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ
วิธีฝึกอยู่กับปัจจุบัน ง่าย ๆ ในชีวิตประจำวันการฝึกอยู่กับปัจจุบันไม่จำเป็นต้องใช้เวลามาก หรือต้องนั่งสมาธิเป็นชั่วโมง ๆ แต่สามารถทำได้ในหลายกิจกรรมประจำวัน ดังนี้ :
1. การหายใจอย่างมีสติหยุดสัก 2-3 นาทีเพื่อสังเกตลมหายใจของตัวเอง สัมผัสถึงการเคลื่อนไหวของท้องที่พองขึ้นและยุบลง โดยไม่ต้องพยายามควบคุมหรือเปลี่ยนแปลงจังหวะการหายใจ เพียงแค่สังเกตอย่างเป็นกลาง
2. การรับประทานอาหารอย่างมีสติแทนที่จะกินอาหารพร้อมกับดูโทรศัพท์หรือโทรทัศน์ ลองใช้เวลาสังเกตสี กลิ่น รสชาติ และเนื้อสัมผัสของอาหารทุกคำ การกินอย่างช้า ๆ และมีสติช่วยให้เราเพลิดเพลินกับอาหารมากขึ้น และยังช่วยระบบย่อยอาหารอีกด้วย
3. การเดินอย่างมีสติขณะเดิน ให้ความสนใจกับความรู้สึกของเท้าที่สัมผัสพื้น การเคลื่อนไหวของขา และการทรงตัวของร่างกาย สังเกตสิ่งรอบตัว เสียง กลิ่น และทัศนียภาพโดยไม่ต้องตัดสินว่าดีหรือไม่ดี
4. การทำงานบ้านอย่างมีสติกิจกรรมประจำวันอย่างการล้างจาน ซักผ้า หรือทำความสะอาดบ้าน สามารถเปลี่ยนเป็นการฝึก “มายด์ฟูลเนส” (Mindfulness) ได้โดยให้ความสนใจกับทุกขั้นตอนและสัมผัสต่าง ๆ เช่น ความรู้สึกของน้ำ ฟองสบู่ หรือการเคลื่อนไหวของมือ
5. การฝึกขอบคุณก่อนนอนทุกคืน ให้คิดถึงสิ่งดีๆ 3 อย่างที่เกิดขึ้นในวันนี้ และรู้สึกขอบคุณสำหรับประสบการณ์เหล่านั้น ช่วยให้เราตระหนักถึงสิ่งดี ๆ ในปัจจุบัน แทนที่จะมุ่งไปที่สิ่งที่ขาดหายไป

การฝึกอยู่กับปัจจุบันไม่ใช่เพียงแค่เทรนด์สุขภาพชั่วคราวแต่เป็นทักษะชีวิตที่มีคุณค่าและมีผลการวิจัยรองรับว่าช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตอย่างแท้จริง แม้จะดูเหมือนเป็นแนวคิดที่เข้าใจง่าย แต่การนำไปปฏิบัติจริงต้องอาศัยความตั้งใจและการฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ
เมื่อเราเรียนรู้ที่จะอยู่กับปัจจุบันอย่างเต็มที่ ชีวิตจะเปิดเผยความงดงามและความมหัศจรรย์ที่ซ่อนอยู่ในช่วงเวลาเล็ก ๆ ที่เรามักมองข้าม และนี่คือเคล็ดลับแห่งความสุขที่แท้จริงและยั่งยืน.
……………………………………………………………
เขียนโดย : จีระเดช งามสีสรรค์ จิตวิทยาคลินิก
เรียบเรียงโดย : นายฐิติ ฐิติพันธุ์สรศักดิ์
โรงพยาบาล BMHH – Bangkok Mental Health Hospital
โทร. 0-2589-1889 เว็บไซต์ bangkokmentalhealthhospital.com/



