“พี่เช” ได้มีโอกาสพูดคุยกับ “ฟาน” อัครินทร์ ศิวพรพิทักษ์ ผู้ร่วมก่อตั้งและเจ้าของร้านกาแฟ BEANS Coffee Roaster ในงานเทศกาลกาแฟ Thailand Coffee Fest 2025 ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี
“ฟาน” อัครินทร์ อดีตนักแสดงวัยรุ่นกลุ่มหินกลิ้ง จากละคร ‘กลิ้งไว้ก่อนพ่อสอนไว้’ ที่ฉายเมื่อปี พ.ศ. 2543 รีเมคจากภาพยนตร์ต้นฉบับชื่อเดียวกันที่ออกฉายครั้งแรกเมื่อปี 2534 โดย “ฟาน” รับบทเป็น “กร๋อย” ก่อนจะผันตัวมาสู่เส้นทางสายกาแฟกับ BEANS Coffee Roaster ที่กำลังเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ อย่างช้า ๆ แต่มั่นคง

อยากให้พูดถึงการที่ BEANS Coffee Roaster มาร่วมงาน Thailand Coffee Fest
“จริงๆแล้ว ปีที่แล้วเราก็มาครับ ปีนี้เป็นปีที่ 2 ที่เรามา งานก็ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ แล้วเราก็ได้มาพบปะลูกค้าที่เป็นคอกาแฟ อาจจะเป็นลูกค้าที่อยู่นอกโซนที่ร้านเราอยู่ ก็ได้มาเจอร้านเราที่นี่ เป็นงานที่ได้พบปะเพื่อนฝูงในวงการกาแฟ แล้วก็ได้พบปะลูกค้า ดีมากๆ เลยครับ”
ปีหนึ่งงานจัดประมาณ 2 ครั้ง
“ใช่ครับ แต่ว่าปลายปีเราจะไม่ได้ไป เพราะว่าทุกปลายปี ทาง BEANS เองก็ค่อนข้างจะงานเยอะ ต้องโฟกัสเรื่องหน้าร้านเป็นหลักครับ แต่ว่าช่วงกลางปี เป็นงานใหญ่ เราก็ควรจะมา”

BEANS เปิดมากี่ปีแล้วครับ?
“ประมาณ 2 ปีครึ่งเกือบ 3 ปีแล้วครับ ตอนนี้ก็เติบโตขึ้นเยอะมาก เรามี 15 สาขา 14 สาขาอยู่ในกรุงเทพฯ อีก 1 สาขาอยู่ที่ภูเก็ตครับ”
มีแพลนจะไปเปิดที่จังหวัดอื่นๆ อีกไหมครับ?
“มีครับ ก็น่าจะเป็นปีหน้า ความจริงเราวางแพลนไว้แล้ว ตอนนี้อยู่ในช่วงหาพื้นที่อยู่ ว่าเราจะไปจังหวัดไหนบ้าง แต่คิดว่าคงจะไปจังหวัดที่เป็นหัวเมืองก่อน เพื่อที่จะค่อยๆ ไปขยายฐานที่นู่นก่อน เพราะว่ากาแฟมันเป็นเรื่องค่อนข้างจะ sensitive นิดนึง เรื่องการผลิต เรื่องอะไรหลาย ๆ อย่าง เราก็อยากจะ keep quality หรือรสชาติของเราพอไปนอกกรุงเทพฯ ไปอยู่ที่หัวเมืองแล้ว ยังได้รสชาติเหมือนเดิมเหมือนที่กินที่กรุงเทพฯ ก็ต้องวางแผนกันเยอะนิดนึง อย่างแพลนปีหน้าที่เราวางไว้ เราจะเปิดให้แตะ 20 สาขาให้ได้ก่อนครับ แล้วก็เราจะวางแผนปีหน้าว่าเราจะไปจังหวัดไหนบ้าง ก็อาจจะเป็นแพลนของ BEANS ปีหน้าเลย แพลนน่าจะออกมาเป็นไตรมาสแรกของปีหน้า เราก็จะไปในคอนเซ็ปต์เดิมคือเราก็จะโลโคไลซ์ (localize) เป็นหลัก คือเราจะไปร่วมอยู่กับชุมชนที่อยู่ที่นู่น แล้วก็ทำเบลนด์กาแฟ หรือทำรสชาติกาแฟให้ถูกปากกับคนพื้นที่”

ได้มองไว้ไหมครับว่าอีกกี่ปีถึงจะขยายไปต่างประเทศ?
“ต่างประเทศความจริงก็มีติดต่อมาครับ แต่ว่าเราอยากให้มั่นใจก่อน คือเราอยากให้เรานิ่งก่อน ให้เรามีสแตนดาร์ดที่ถูกต้องก่อน ถึงจะไปต่างประเทศได้ เพราะว่าการไปต่างประเทศ มันเป็นเรื่องค่อนข้างใหญ่ การดูแล การจัดการ การบริหาร เราอยากได้พาร์ทเนอร์ เราไปต่างประเทศ มันไม่ใช่ประเทศเรา ก็ต้องหาพาร์ทเนอร์ โลคอลพาร์ทเนอร์ที่ดี ซึ่งเราก็ต้องค่อยๆ คุย แล้วก็ค่อยๆ เจรจา รีบร้อนมากไม่ได้ แต่เรามั่นใจว่า เรามีโพเทนเชียลที่จะไปได้ แต่ว่าเราอยากไปในสไตล์ของเรา
แล้วจุดเด่นของของ BEANS ตอนนี้ ที่เรามองว่าเด่นกว่าที่อื่น ข้อแรกคือเรามีเม็ดกาแฟในร้านให้เลือกค่อนข้างเยอะ ซึ่งตอบโจทย์ผู้บริโภคในหลากหลายเซกเมนต์ แล้วก็หลากหลายแบบ เพราะกาแฟมันเป็นเรื่องของรสชาติ มันเป็น subjective พอสมควร เพราะฉะนั้นการที่เรามีเมล็ดกาแฟให้เลือกเยอะมากๆ เนี่ย เพื่อที่จะตอบโจทย์ลูกค้า ให้ฐานลูกค้ากว้างขึ้น แล้วก็ให้ทุกคนได้กินกาแฟที่ทุกคนอยากกินครับ
อย่างที่ 2 คือแต่ละที่ๆ เราไป เรามีโลเคชั่นเบลนด์ โลเคชั่นเบลนด์เนี่ยมาจากการที่เราโลคัลไลซ์นี่แหละครับ เราก็จะดูว่าพื้นที่นั้นมีความต้องการรสชาติกาแฟแบบไหน เราก็ทำโลโก้ เราทำเมล็ดกาแฟให้เข้ากับโลโก้นั้น ซึ่งแต่ละร้านแต่ละสาขาของเรา ก็จะมีโลโก้เบลนด์ไม่เหมือนกัน ก็จะหากินได้แค่สาขานั้น ก็จะเป็นคาแรคเตอร์หนึ่งในการที่เป็น BEANS ของเรา”

ก่อนที่จะมาทำร้านกาแฟ BEANS คุณฟานเคยเล่นละครมาก่อน
“ตอนจบ ม.6 ก็เริ่มเล่นละครพอดี ไปแคสติ้ง แล้วก็ได้เล่นละคร กลิ้งไว้ก่อนพ่อสอนไว้ หลังจากนั้น 5 ปี ก็เรียนจบมหาวิทยาลัยพอดี ก็คิดว่าเราคงไม่เหมาะกับการใส่ชุดนักเรียนแล้ว เนื่องจากเรียนจบใหม่ๆ ก็อยากจะทำงานที่เป็น Business เราก็เลยเลือกบินไปจีน ไปเรียนรู้การทำธุรกิจที่ประเทศจีน ตอนที่กลับมาก็ยังมีงานในวงการบันเทิงบ้าง มีถ่ายแบบ หรือว่ามีถ่ายโฆษณาบ้าง แต่ว่าไม่ได้จริงจัง ตอนนี้ก็คือจริงจังเรื่องการทำร้านกาแฟ ทำ BEANS ทำตามแพชั่นที่เราอยากทำ ที่เราสนุกกับมัน”
แล้วมาเริ่มทำ BEANS ได้ยังไงครับ?
“จริงๆ แล้วที่บ้านฟานทำไร่กาแฟมาก่อน เราก็เลยอินกับกาแฟ แล้วก็ทำงานในวงการกาแฟมาเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นการปลูกกาแฟ หรือว่าการคั่วกาแฟ เราทำมาเรื่อยๆ จนได้มาเจอพาร์ทเนอร์ที่คิดว่าใช่ แล้วก็ไปด้วยกันได้ ก็เลยมาตั้ง BEANS ด้วยกันจนมาถึงวันนี้ครับ”
ลูกค้าของ BEANS ในประเทศไทย ส่วนใหญ่เขาชอบกาแฟแบบไหน ที่เราสังเกตมา?
“ลูกค้าเรามีทุก segment มันมีหลาย consumer มีหลายแบบ มีทั้งแบบ consumer เพื่อเป็น function คือกินเพื่อตื่น กินเพื่อทุกเช้าต้องกินก่อนไปทำงาน กินเพื่อเสพรสชาติกาแฟ จริงๆ ตัว BEANS เองตอบโจทย์ทั้งหมด แต่ถ้าถามว่า selection ตอนนี้ ลูกค้าเป็น segment ไหนมากกว่ากัน เป็นผู้บริโภคกาแฟครับ เติบโตขึ้นเยอะ แล้วก็ know how หรือความรู้เกี่ยวกับกาแฟพัฒนาขึ้นเยอะมากเมื่อเทียบกับสมัยก่อน ตอนเนี้ยกาแฟมันกลายเป็น specialty แล้ว มีเรื่องดีเทลเข้ามาเกี่ยวข้องเยอะ กลุ่มลูกค้าก็จะ well educate เยอะมาก improve ขึ้นเยอะมาก เพราะฉะนั้นเขาก็จะมองหากาแฟดีๆ ซึ่งเราก็พยายามจะตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่มนี้ด้วย เพื่อให้มีกาแฟดีๆ เข้ามา กาแฟเรามีอยู่ 15 ตัว บางสาขามีกาแฟถึง 20-30 ตัว เพราะฉะนั้น segment เราจะใหญ่มาก ไม่ว่าจะเป็นลูกค้าแบบไหน เราสามารถตอบรับได้หมด”

กาแฟของ BEANS ที่อยากแนะนำให้ลูกค้าได้ดื่มในตอนนี้?
“ตอนเนี้ยที่ดังจริงๆ ของเราคือเป็นกาแฟ Dirty ครับ เราใช้กาแฟจากบราซิล มาสกัดช็อตบนนมที่เย็นจัด เป็นกาแฟที่ดื่มง่ายทานง่าย มีความคล้ายขนมหวานนิดหน่อย ตลาดคนจีนชอบดื่ม สำหรับคนชอบดื่มกาแฟที่เป็นแบบเริ่มต้น ก็มาดื่มได้ เพราะว่ามันไม่ได้แบบกาแฟจ๋าขนาดนั้น มีความเป็นเหมือนสแน็ก เป็นดีเซิร์ทนิดๆ ส่วนคนไทยตอนนี้เทรนด์สุขภาพมาแรง เรื่อง health conscious เพราะฉะนั้นคนที่ดื่มกาแฟตอนเนี้ย เทรนด์หมุนมาดื่มกาแฟดำมากขึ้น อเมริกาโน่มากขึ้น สมัยก่อนเนี่ยลาเต้จะเป็น best seller ของเรา ตอนนี้กลายเป็นอเมริกาโน่ เพราะเทรนด์ผู้ดื่มรักสุขภาพมีเยอะ แล้วก็อีกอย่างคือ คนอยากมองหารสชาติที่อร่อย รสชาติที่จริงๆ ของกาแฟ เพราะฉะนั้นเขาก็จะไม่ดื่มกาแฟที่ใส่นมมากขึ้น กินกาแฟดำมากขึ้นเพื่อให้ได้รสชาติที่แท้จริงของกาแฟ ตอนเนี้ยบางคน sensitive เรื่องแลคโตส คนก็จะไม่ค่อยดื่มนมวัวมากขึ้นแล้ว ก็จะเป็นนมทางเลือกมากขึ้น อย่างนมอัลมอนด์ หรือว่านมพิสตาชิโอ หรือถ้าคนไม่อยากดื่มนมทางเลือก ก็จะไปดื่มกาแฟดำเลย อันนี้ก็เป็นเทรนด์ของคนดื่มกาแฟ ณ ตอนนี้”
ในส่วนของคุณฟานชอบเมนูไหนที่สุดครับ?
“จริงๆ แล้วผมชอบกินกาแฟดำ เพราะว่าเป็นกาแฟที่เราได้รสชาติกาแฟจริงๆ”
การพูดคุยกันครั้งนี้ทำให้เราได้เห็นถึงความตั้งใจของคุณฟาน ในการทำร้านกาแฟ BEANS Coffee Roaster ที่รับประกันได้ว่า ถูกใจคอกาแฟไม่มากก็น้อยอย่างแน่นอน.
พี่เช



