กัมพูชาตกเป็นเมืองขึ้นของอยุธยายาวนาน จากนั้นก็ตกเป็นเมืองขึ้นฝรั่งเศสอีก พอจะปกครองตัวเองได้ ก็เจอเผด็จการ แล้วดันไปเห็นดีเห็นงามกับเขมรแดงที่เข้ามาจัดการเผด็จการลอน นอล ปรากฏว่า ออกมาดีใจเต็มถนนได้วันเดียว ถูกจับไปทำนารวม ตามความเชื่อของ พล พต ผู้นำเขมรแดง ที่จะสร้างรัฐเกษตรกรรม ส่วนใครที่ดูเป็น“ปัญญาชน”ก็ต้องจัดการจับขังแล้วสอบสวนว่า “เป็นภัยต่อการปฏิวัติหรือไม่” บ้างก็เอาไปฆ่าเลย บ้างก็เอาไปใช้แรงงานในชนบท
กว่าจะผ่านยุคเขมรแดงมาได้ กัมพูชาก็บอบช้ำหนัก นายกฯผูกขาดของกัมพูชาก็คือฮุน เซ็น ที่เคยเข้าร่วมขบวนการเขมรแดงมาก่อนนั่นแหละ ก็ไม่รู้ปกครองกันอย่างไร ไม่อยากจะว่า แต่เท่าที่เห็นคือ “ดูคนเขมรเป็นประเทศที่น่าสงสาร” เพราะใช้ชีวิตแบบหลอกตัวเองไปเรื่อย โดยอ้างหลักฐานทางประวัติศาสตร์กะอีแค่กำแพงหรือผนังนครวัด แล้วบอกว่า “นี่ไง สมัยก่อนเราเคยมี จารึกบนกำแพงก็บอกชัด”
ว่ากันว่า เขมรเพิ่งมาฮิตชุดสไบไทยไม่กี่ปีมานี้เอง เพราะอิทธิพลจากละคร“บุพเพสันนิวาส” ทางช่องสาม เขมรเลยไม่สนใจชุดซัมปอตของตัวเองอีก ( ซัมปอตลักษณะคือเสื้อแขนสั้น นุ่งโจงพองๆ ) แล้วพยายามอ้างว่า ชุดสไบเป็นชุดแต่งงานแบบกัมพูชา ซึ่งไม่รู้จะหาหลักฐานอะไรมายืนยัน ก็คงไปคลำ ๆ เอาแถวผนังนครวัดอีกล่ะ แพะแกะอะไรก็ได้ชนๆ มาเหอะให้มันเป็นสไบ ทั้งที่ความจริง นครวัดคือวัดแขกจากขอม ที่คิดว่าเป็นสไบอาจเป็นส่าหรีก็ได้
ชาวเน็ตเขมรมีความฝันว่า อะไรที่เป็นของไทยในปัจจุบันนี้ อดีตเคยเป็นของเขมรทั้งสิ้น ? ซึ่งไม่รู้ว่า ถ้าสู้กันด้วยหลักฐานทางประวัติศาสตร์จริงๆ เขมรกล้าสู้หรือเปล่า วันก่อนเห็นมีเพจข่าวแชร์เรื่องเขมรพยายามอวดอ้างความเป็นเจ้าแห่งคาบสมุทรอินโดจีน โดย“นักวิชาการ” ชาวเขมรบอกว่า “จักรวรรดิเขมรมีอายุร่วมหกพันปี” คนพอมีความรู้ฟังก็ได้แต่อึ้ง คือจะเอาเก่ากว่าอียิปต์กันเลยทีเดียว หลักฐานอะไรก็ไม่มี แม้แต่นครวัดก็สร้างหลังพนมรุ้งด้วยซ้ำ
เขมรพยายามเคลมชุดไทย อาหารไทยว่าตัวเองเป็นต้นตำรับ ผัดไทย ห่อหมก อะไรพวกนี้ แล้วก็เคลมเทศกาลไทยอย่างสงกรานต์ ลอกทำนองเพลงไทยไปใส่เนื้อเขมร จนเหมือนเป็นประเทศ“ในฝัน” คือฝันเอาว่าเราเคยรุ่งเรืองยิ่งใหญ่แค่ไหนในอดีต ซึ่งมันไม่จริงทั้งในอดีตมาจนถึงปัจจุบัน แต่ใจจินตนาการไปถึงว่าแม้แต่ ณ วันนี้ กัมพูชาก็ยังเป็นเจ้าโลก คิดแบบนี้มันเป็นเรื่องชาตินิยม …จริงๆ แล้วก็น่าชื่นชม เพราะชาตินิยมทำให้คนมีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ต่อสู้เพื่อชาติ แต่นี่มันชาตินิยมแบบเหมนๆ คือดันไปนิยมสิ่งที่เป็นจินตนาการมากกว่าความจริง ไม่รู้จะเยียวยาอย่างไร
ความคิดแบบด้อยพัฒนาเช่นนี้ ไม่ทราบว่า เป็นอารมณ์แบบ “ผู้นำต้องกดประชาชนไม่ให้ฉลาดเกินไป ป้องกันแข็งข้อมาแย่งชิงอำนาจ” หรือไม่
ส่วนประเทศไทย…
วันนี้ประเทศไทยอาจเรียกว่า น่าตลกร้ายก็ได้ เอาเรื่องใกล้ๆ ก่อน คือเขมร ที่ตอนนี้ไทยเหมือนไม่กล้าทำอะไร ตั้งแต่ปลาย พ.ค. อยู่ๆ ไม่รู้เขมรเกิดสี่เกิดแปดอะไรขึ้นมา จะเข้ายึดพื้นที่บางส่วนของไทย แล้วบอกทำนองว่า “ถ้าอ้างเขตแดนตามแผ่นที่เขมร นี่คือที่กู” ขณะที่ไทยก็อ้างแผนที่อีกฉบับหนึ่ง …ด้านประเทศเพื่อนบ้านที่เราชักจะไม่อยากคบ ก็พยายามบีบให้ไทยไปใช้กลไกศาลโลกเพื่อแก้ปัญหาเขตแดน
เขมรก็ล้ำเส้นมาเรื่อยๆ ทั้งการไปเที่ยวพูดปาวๆ ว่า ปราสาทตาเมือนธมเป็นของเขมร ปราสาทตาควายก็ของเขมร ( มีคนเหน็บว่า ถ้าจะอ้างศิลปกรรมวัดแขกว่าของตัวเอง ไม่ยึดไปถึงพระปรางค์สามยอดเลยล่ะ ) ส่งนักท่องเที่ยวมาป่วน และที่หนักหนาคือกรณีทหารไทยถูกระเบิดขาขาด มีหลักฐานหลายอย่างโยงไปว่า“เขมรทำ” แต่ของเราเทคแอคชั่นช้ามาก
กระทรวงการต่างประเทศของไทยอยู่ไหน ? ไม่เรียกทูตมาพูดคุย ดูกระทรวงนี้ยึกยักในการเคลื่อนไหวมาก… แล้วคำถามคือ “ไทยทำอะไรได้มากกว่าแถลงการณ์ประณามหรือไม่ เพราะคนไทยเสียเลือดเสียเนื้อ” เชื่อว่า คนไทยหลายคนเซ็งกันออกนอกหน้า ว่าแอคชั่นไทยดูพินอบพิเทาจัง แต่จะทำอะไรได้ มันต้องยึดหลักสงบ สันติ แถมไม่ให้มีข้อครหารังแกประเทศเล็ก ทั้งที่ทำตัวน่าตบให้เกรียนแตกแค่ไหนก็ตาม .. คนไทยต่างคิดว่า รัฐบาลจะยกระดับการจัดการอย่างไรให้เขมรรู้สึกทั้งประเทศบ้าง ไม่ใช่แค่ผู้ค้าขายชายแดน ที่กระทบอยู่แล้วจากการปิดด่าน
อดีตนายกฯและนายกฯสองพ่อลูก มีความสัมพันธ์ที่ดีกับตระกูลฮุน ไม่รู้ไปขัดผลประโยชน์กันอีท่าไหน มีคนเชื่อจริงๆ จังๆ ว่า เพราะไทยมีนโยบายจะสร้างเอนเตอร์เทนเมนท์คอมเพลกซ์ที่รวมกาสิโน ทำให้เขมร ( หรือตระกูลฮุน ) ไม่พอใจเพราะไปทุบหม้อข้าวปอยเปต เลยมาลงกับรัฐบาลนายกฯ นามสกุลชินวัตร ..ไม่มีใครรู้หรอก ตระกูลชินกับตระกูลฮุนรู้อะไรกันแค่สองฝ่าย “กุมความลับอะไรระหว่างกัน” โดยเฉพาะเมื่อเสื้อแดงหนีออกนอกประเทศไปกบดานที่เขมร “เป็นไปได้หรือเปล่าว่ามีอะไรที่พวกฮุนรู้จากเสื้อแดง ซึ่งอดีตนายกฯแม้วต้องการปิดบัง ? ทำให้แอคชั่นของไทยช้า”
การทำงานของรัฐบาล ดูจะเป็น“พื้นที่ฝึกงาน” ของตระกูลชินวัตร ตั้งแต่สมัยอดีตนายกฯปู ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จนมาถึง “นายกฯอิ๊งค์”แพทองธาร ชินวัตร ..สมัยอดีตนายกฯปูก็ถูกครหา..ถามอะไรก็ตอบไม่รู้ ตอบว่าคนโน้นทำ คนนี้ทำ แต่งานไปต่างประเทศอยากไปเองทุกงาน… พอมาสมัยนายกฯอิ๊งค์ ก็เห็นว่า ตอบโต้อะไรดีกว่าอดีตนายกฯปูหน่อย แต่เป็นนายกฯ ที่ “ไม่ค่อยน่าไว้ใจเรื่องทำงาน” เพราะความไม่ชัดเจน อย่างเรื่องภาษีตอบโต้ของสหรัฐอเมริกา ก็ดูจะเจรจาช้า พ่อนายกฯ ก็โม้ปาวๆ คุยกับโดนัลด์ ทรัมป์ได้ ก็ไม่รู้คุยไปคุยมาเจอเอาจุกแบบคุยฮุน เซน หรือไม่
การเล่นการเมืองก็อารมณ์ผีเข้าผีออก มีภาพของ “รัฐบาลล้างแค้น”ที่เมื่อภูมิใจไทยถอนตัวร่วมรัฐบาล ( เข้าใจว่า ต้องเอาออกเพราะขี่คอเพื่อไทยหลายเรื่อง ) มท.1 คนใหม่ก็ย้าย ขรก.ระดับสิบทันทีสองเก้าอี้ กรมใหญ่ด้วย คือ กรมการปกครอง, ส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ( สถ.) และจะตรวจสอบกรณี สถ.รับงบโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ว่า เหมาะสมหรือไม่ แล้วก็ว่า อดีตรัฐมนตรีคือ “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ทำงานไม่มีประสิทธิภาพเรื่องแก้ปัญหายาเสพติด ต่อมา เชคบิลเขากระโดง สั่งสอบอธิบดีกรมที่ดินทำไมไม่เพิกถอนโฉนดคืนการรถไฟ
นึกๆ แล้วก็เหมือนรัฐบาลปู เมื่อครั้ง “บิ๊กโอ๋”พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต ดำรงตำแหน่ง รมว.กลาโหมขณะนั้น อยู่ๆ “ลูกโอ๊คของพ่อแม้ว”พานทองแท้ ชินวัตร ก็ทำตัวเป็นนักสืบ หาเรื่องอดีตนายกฯมาร์ค อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มาโพสต์เรื่อยๆ บิ๊กโอ๋รับลูกบอกว่า “ถ้าไม่ตรวจสอบเอาผิด กลัวจะโดนร้อง ป.ป.ช.ละเว้นปฏิบัติหน้าที่”
จะมองว่า เป็นการล้างแค้น ส่วนหนึ่งก็มองได้ ส่วนหนึ่งก็พูดได้อย่างที่บิ๊กโอ๋พูด คือ “ไม่ทำก็ถูกร้องละเว้นปฏิบัติหน้าที่” ซึ่งก็ต้องทำในขณะที่อีกฝ่ายไม่ใช่ขั้วรัฐบาล เป็นแผน“ชิงทำลายเมื่อได้เปรียบ” ขณะเดียวกันก็ไม่รู้ว่า ภูมิใจไทยจะมีแผนอะไร“เล่นคืน”บ้างหรือไม่ เพราะยังไม่หงายไพ่ ลักษณะการทำการเมืองเชิงฟาดฟันนี่ไม่ใช่เรื่องดี เพราะถ้าการเมืองขาดเสถียรภาพ ผลกระทบมันตามมา เช่นการขาดความเชื่อมั่นก็กระทบต่อเศรษฐกิจ
อดีตนายกฯ แม้ว ตอนนี้ก็เริ่มแสดงพลังมากขึ้น ไปพูดในงานเลี้ยง สส.พรรคร่วมรัฐบาลเมื่อวันที่ 22 ก.ค.ว่า “ผมว่างงาน รัฐมนตรีคนไหนอยากปรึกษา หรือโทรหาก็ยินดี แม้กระทั่ง สส.อยากชวนไปเที่ยวบ้าน ผมก็ยินดีไป อยากขับรถไปทั่วประเทศ ไปดูว่า พ่อค้ายาเสพติดยังเหลืออยู่ที่ไหนบ้าง พวกเราทุกคนมีความสามัคคีกัน มั่นใจว่า เมื่อผมพ้นบ่วง จะแวะไปเยี่ยมทุกคน มีผมอยู่ทั้งคน ได้นายกฯหญิง แถมพ่อนายกฯ หญิงช่วยเป็นที่ปรึกษาก็แล้วกัน” ก็ชัด“รัฐบาลพ่อเลี้ยง”
เชื่อว่า ตอนนี้หลายคนชักจะอยากเลือกตั้งใหม่ เพื่อให้พ้นวังวนผูกขาดการเมืองแบบบ้านใหญ่ เอา สทร.ไปเก็บให้เลี้ยงหลานตามเจตนารมณ์เดิม อาจมีอะไรดีขึ้น เคยเก่ง 20 ปีก่อนไม่ได้รับประกันว่าวันนี้ยังเก่ง.
………………………………………………………
คอลัมน์ : ที่เห็นและเป็นอยู่
โดย “บุหงาตันหยง”



