ทั้งนี้ แม้ “ฮุนตัวลูก” คือ “ฮุน มาเนต” นายกรัฐมนตรีเขมร เจรจากับไทย และมี “ข้อตกลงหยุดยิง” กัน แต่เอาเข้าจริงวันแรก “เขมรละเมิดตั้งแต่ไก่ยังไม่โห่” ซึ่ง “ไทยไว้ใจเขมรไม่ได้!!” โดยเฉพาะกับ “ฮุน เซน – ฮุนตัวพ่อ” ที่ชาวโลกต่างก็ประจักษ์ชัดว่า “ก่ออาชญากรรมสงครามต่อพลเรือนไทย” ชัดว่า “เป็นอาชญากรสงคราม” โดยไทยมีหลักฐานยืนยันได้ชัดถึงพฤติกรรม…
“ฮุน เซน” ดูจะ “มีบุคลิกอำนาจนิยม”
มี “บุคลิกภาพเป็นพิษ…ที่ก่อปัญหา”
สร้างปัญหา “แม้แต่กับคนเขมรเอง!!”
เกี่ยวกับ “บุคลิกภาพแบบอำนาจนิยม” นั้น…ทาง “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” พลิกแฟ้มสะท้อนต่อข้อมูลในเชิงวิชาการจิตวิทยาให้พิจารณากันอีกชัด ๆ โดยเป็นข้อมูลวิชาการในภาพรวม ๆ ที่มิใช่การเฉพาะเจาะจงใคร ที่ทาง ผศ.ดร.อภิชญา ไชยวุฒิกรณ์วานิช นักวิชาการแขนงวิชาจิตวิทยาสังคม คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ให้ความรู้ไว้ผ่านหมวดสาระความรู้ ใน เว็บไซต์คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หลักใหญ่ใจความสำคัญมีว่า… ผู้ที่มี “บุคลิกภาพแบบอำนาจนิยม (Authoritarian personality)” นั้น มักมีความเชื่อที่เข้มงวด มีเจตคติหรือทัศนคติที่เป็นศัตรูกับกลุ่มที่แตกต่างจากตนเอง ซึ่งบุคลิกภาพนี้ถูกศึกษาเป็นครั้งแรกโดย ทีโอดอร์ อดอร์โน และคณะ ที่ได้วิจัยเรื่องนี้กรณี“ฟาสซิสต์-ลัทธินาซี”
สำหรับ “ลักษณะสำคัญของบุคลิกภาพแบบอำนาจนิยม” นั้น โดยสังเขปมีว่า… เป็นบุคคลที่มักมีลักษณะเด่น ๆ คือ…มีแนวโน้มต่อต้าน เช่น ต่อต้านการเปลี่ยนแปลงทางสังคม-วัฒนธรรม ต่อต้านสิ่งที่ไม่สอดคล้องความเชื่อ-ค่านิยมของตนหรือกลุ่มของตนบ้างก็ มีลักษณะแนวความคิด–ความเชื่อที่เป็นปฏิปักษ์ต่อกลุ่มที่แตกต่าง หรือคนที่แตกต่างจากตน หรือมีทัศนคติที่ต่างจากตน รวมถึงมักจะ มีความเชื่อว่ากลุ่มหรือชาติของตนมีความเหนือกว่ากลุ่มอื่นหรือชาติอื่น
นี่คือ “ลักษณะบุคลิกอำนาจนิยม”
ที่มีการศึกษายุค “ฟาสซิสต์–นาซี”

ทั้งนี้ ข้อมูลอีกส่วนที่ระบุไว้ในบทความโดย ผศ.ดร.อภิชญา ที่เผยแพร่ทางเว็บไซต์คณะจิตวิทยา จุฬาฯ ยังมีประเด็นน่าสนใจเกี่ยวกับ “ปัจจัยสัมพันธ์” ที่อาจ “มีผลต่อระดับที่สูงขึ้นของบุคลิกภาพอำนาจนิยม” อาทิเช่น… “อายุ” โดย คนที่มีอายุมากขึ้นมักจะมีแนวโน้มมีบุคลิกภาพแบบอำนาจนิยมสูงมากขึ้น มากกว่าในวัยหนุ่มสาว ซึ่งก็เป็นไปได้ที่ ความเชื่อที่พัฒนามายาวนานมักทำให้คน ๆ นั้นเชื่อมากขึ้นว่าสังคมต้องการความเป็นระเบียบและการควบคุม จากตน
และในภาพรวม ๆ “บุคลิกภาพแบบอำนาจนิยม” นั้น จะมีความสัมพันธ์กับบุคลิกภาพอนุรักษ์นิยม บุคลิกภาพชอบความเป็นระเบียบ และก็ยัง สัมพันธ์กับบุคลิกภาพแบบ “ครอบงำทางกลยุทธ์สังคม” ด้วย โดยบุคลิกอนุรักษ์นิยม มักมีความเชื่อในคุณค่าประเพณีวัฒนธรรมเดิม ๆ มักจะ ต้านการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและการเมือง และให้ความสำคัญกับความมั่นคงและความปลอดภัยของตนเป็นพิเศษ, บุคลิกชอบความเป็นระเบียบ มักชอบกฎระเบียบและการปฏิบัติตามกติกาที่ชัดเจน มักต้องการความเรียบร้อยและความเป็นระเบียบในชีวิตประจำวันสูง ซึ่งก็เพราะ กลัวความวุ่นวายต่อตน
ขณะที่บุคลิกภาพ “ครอบงำทางกลยุทธ์สังคม” ที่ก็สัมพันธ์กับบุคลิกภาพแบบ “อำนาจนิยม” นั้น คนที่มีบุคลิกภาพครอบงำทางกลยุทธ์สังคมในระดับที่สูง มัก “เชื่อว่าคนบางกลุ่มควรมีอำนาจ–สิทธิพิเศษเหนือกลุ่มอื่น ๆ”…ต่าง ๆ เหล่านี้คือ “บุคลิกภาพแบบอำนาจนิยม” ซึ่งเป็นข้อมูลโดยสังเขป-โดยสรุป จากแหล่งข้อมูลวิชาการดังกล่าวข้างต้น
นอกจากนี้ นอกจากข้อมูลในเชิงวิชาการจิตวิทยาเกี่ยวกับ “บุคลิกภาพอำนาจนิยม” ในภาพรวม ๆ แล้ว… โฟกัสที่ “ฮุนตัวพ่อ” หรือ “ฮุน เซน”กับประเด็น “อำนาจ” ก็มีข้อมูลน่าสนใจที่ “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” จะสะท้อนต่อด้วย โดยเป็นข้อมูลจากงานวิจัยเรื่อง “ระบอบฮุน เซน โครงสร้างชนชั้นนำในประเทศกัมพูชา” โดย ศูนย์แม่โขงศึกษา สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ศึกษา “กลยุทธ์การสร้างอำนาจของฮุน เซน” ซึ่ง… “สร้างฐานอำนาจผ่านระบบอุปถัมภ์”
โดยสรุปมีว่า… กลยุทธ์การสร้างอำนาจของ “ฮุน เซน” มีจุดศูนย์กลางอยู่ที่กลุ่มแรงงานกว่า 1 ล้านคน ซึ่งมีการ สร้างระบบอุปถัมภ์แรงงานขึ้นมาผ่าน 4 วิธีการหลัก กล่าวคือ… 1.จำกัดบทบาทฝ่ายค้าน เพื่อให้ฝ่ายตนเป็นที่พึ่งเดียว, 2.สร้างความหวังใหม่เชิงเศรษฐกิจ, 3.ให้ประโยชน์โดยตรงแก่แรงงาน, 4.สร้างความใกล้ชิดระหว่างผู้นำกับแรงงาน
กับ “กลยุทธ์สร้างอำนาจด้วยแรงงาน” ของ “ฮุนตัวพ่อ” ที่ว่านี้ ก็ดูจะสอดคล้องความเคลื่อนไหวของ “ฮุน เซน” เมื่อ “บัญชาการก่อศึกต่อไทย” โจมตีไทยก่อน พุ่งเป้าโจมตีพลเรือนไทย–ใช้พลเรือนเขมรเป็นโล่มนุษย์ แล้วก็ “รีบสื่อสารกล่อมแรงงานเขมรที่มาทำงานในไทย” ที่ย่อมห่วงคนทางบ้าน อย่างไรก็ตาม แรงงานเขมรกลับเขมรก็เดือดร้อนขาดรายได้ และ…การถูกเกณฑ์เข้าสู่กองกำลัง หรือกลับไปอยู่ในพื้นที่ที่ใช้มนุษย์เป็นโล่ ก็มีโอกาสเป็นไปได้ …ทั้งนี้ ไม่ว่าจะกับใคร และชัดเจนกับกรณี “ฮุน เซน” ที่เมื่อ“อำนาจนิยม”ก็มัก“คลั่งอำนาจ” แล้วพอนานเข้า-หนักขึ้น…ก็จะ“เหี้ยม”…
“โหดกับฐานอำนาจของตน” ก็ “ทำได้”
ก็ “ไว้ใจไม่ได้ว่าจะไม่เหี้ยมโหดซ้ำ ๆ”.
ทีมสกู๊ปเดลินิวส์



