ความจริงคือ ที่บอกว่าบุหรี่ไฟฟ้าอันตรายน้อยกว่าบุหรี่มวน เป็นการโฆษณาชวนเชื่อ เป็นวาทกรรม กลยุทธ์การตลาด ที่กุขึ้นโดยบริษัทบุหรี่ ที่ยังไม่มีหลักฐานตามที่อ้าง
หากศึกษาประวัติศาสตร์ จะพบว่า บริษัทบุหรี่พยายามอ้างว่า ได้ผลิตบุหรี่ชนิดใหม่ ที่อันตรายน้อยลงมาโดยตลอด ตั้งแต่ 70 ปีก่อน แต่สุดท้าย ข้ออ้างต่างๆได้รับการพิสูจน์ด้วยเวลาว่า“ไม่จริง” ทั้งหมด
บริษัทบุหรี่เริ่มผลิตบุหรี่ก้นกรองค.ศ.1950 บุหรี่รสอ่อน ค.ศ.1970 บุหรี่ลดสารก่อมะเร็ง ค.ศ.2000 บุหรี่ไฟฟ้า ค.ศ.2010
รายงานของกระทรวงสาธารณสุขสหรัฐอเมริกาค.ศ.2014 สรุปว่า ความเสี่ยงที่จะเสียชีวิตจากการสูบบุหรี่มวนยิ่งเพิ่มมากขึ้นใน 50 ปีหลัง ที่บริษัทบุหรี่อ้างว่า บุหรี่มี “คุณภาพดีขึ้น อันตรายน้อยลง”
กฎหมายประเทศต่างๆห้ามใช้ชื่อบุหรี่รสอ่อน ไลท์ ไมลด์ นำหน้ายี่ห้อบุหรี่
แม้แต่บุหรี่ยี่ห้อที่ขายดีที่สุดของญี่ปุ่น Mild Seven ก็ถูกห้ามขายไปแล้ว เพราะมีคำว่า Mild ที่แปลว่า อ่อน น้อย นุ่มนวล

องค์การอนามัยโลก ไม่ยอมรับว่า “บุหรี่ไฟฟ้าอันตรายน้อยกว่าบุหรี่ธรรมดา”
ที่ว่า “บุหรี่ไฟฟ้าอันตรายน้อยกว่าบุหรี่มวน” จึงเป็นเพียงการโฆษณาชวนเชื่อ เพื่อรักษานักสูบลูกค้าเก่าที่คิดอยากจะเลิก ให้หันมาสูบบุหรี่ไฟฟ้า
ปัญหาคือ การสร้างความเชื่อว่า “บุหรี่ไฟฟ้าอันตรายน้อยกว่าบุหรี่มวน” ทำให้เกิดนักสูบหน้าใหม่ที่เป็นเด็กและเยาวชนที่ไม่สูบบุหรี่ เข้ามาสูบบุหรี่ไฟฟ้า และเกิดการเสพติดนิโคตินไปตลอดชีวิต
ผมแนะนำน้องนักข่าว ให้ไปบอกเพื่อนที่สูบบุหรี่ไฟฟ้าว่า “ระหว่างองค์การอนามัยโลก(องค์กรพิทักษ์สุขภาพของโลก) กับ บริษัทบุหรี่ (ธุรกิจที่ผลิตสินค้าทำลายสุขภาพ)” เพื่อนควรจะเชื่อใคร
ข้อมูลจาก ศ.นพ ประกิต วาทีสาธกกิจ ประธานมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่
อ้างอิง
https://www.hhs.gov/sites/default/files/consequences-smoking-exec-summary.pdf
รายงานกระทรวงสาธารณสุขสหรัฐอเมริกา ผลของการสูบบุหรี่ต่อสุขภาพ ค.ศ. 2014 บทสรุปผู้บริหาร หน้า 11
นายแพทย์สุรพงศ์ อำพันวงษ์



