ทั้งนี้กับการ “จับโกหกประจานชาติเกเรหน้ามึน”ชาติดังกล่าวนี้ นี่ก็ถือว่าเป็น “ภารกิจช่วยชาติไทยโดยประชาชนคนไทยเอง” ในอีกรูปแบบหนึ่ง ซึ่งการที่คนไทยช่วยกันทำภารกิจนี้เยอะ ๆ ก็น่าจะ “ช่วยสยบเฟคนิวส์หน้าไม่อาย”ถือเป็นการ“ช่วยรับมือแนวรบข่าวโกหกลวงโลก”ได้อีกทาง

ปรากฏการณ์ “จับโกหก” นั้น “มีข้อดี”

เป็นสิ่งที่ “สันทัดกรณีก็จะมีประโยชน์”

ไม่เพียงเรื่องของชาติ “รวมถึงในชีวิต”

และเกี่ยวกับการ “จับโกหก”นี่วันนี้ทาง “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” จะพลิกแฟ้มสะท้อนต่อข้อมูล “เคล็ดลับ” ที่สามารถจะใช้ในชีวิตประจำวันได้ โดยข้อมูลที่นำมาสะท้อนต่อนั้นมาจากบทความสารคดีทางวิทยุ จาก “รายการจิตวิทยาเพื่อคุณ” ที่ออกอากาศผ่าน วิทยุจุฬาฯ FM 101.5 โดยมี ผศ.ดร.ทิพย์นภา หวนสุริยา อาจารย์ประจำ แขนงวิชาจิตวิทยาสังคมพื้นฐานและประยุกต์ คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นผู้ให้ข้อมูลเรื่องนี้ไว้ ซึ่งน่าพิจารณาอย่างมาก

อย่างไรก็ดี ก่อนจะไปที่ “เคล็ดลับจับโกหก” ก็น่าจะต้องพลิกแฟ้มชวนดู “ความหมายประเภท” ของ “การโกหก” กันก่อน โดยกรณีนี้ก็มีการอธิบายไว้ใน เว็บไซต์คณะจิตวิทยา จุฬาฯ ที่ได้แจกแจงไว้ว่า… การโกหก” หมายถึง “การที่ผู้พูดบอกข้อมูลเท็จให้กับบุคคลอื่น โดยที่ผู้พูดรู้ว่าไม่ใช่ความจริงทั้งหมด โดยจงใจ” โดยวัตถุประสงค์ของการโกหกนั้น คนที่โกหกอาจไม่ได้หวังผลเพียงเพื่อให้ประสบผลสำเร็จในการหลอกลวงเท่านั้น แต่มีแรงจูงใจมากมายที่ทำให้พูดโกหก เช่น รักษาหน้าตา เลี่ยงการถูกลงโทษ เลี่ยงการเผชิญหน้า สร้างความประทับใจ หรือเพื่อทำร้ายผู้อื่นก็มี …นี่เป็นคำอธิบายโดยสังเขป

อ้อ!…โกหกหวังชิงดินแดนก็มีเห็น ๆ”

สำหรับ “เคล็ดลับการจับโกหก” ที่อาจารย์คณะจิตวิทยา จุฬาฯ ให้ความรู้ไว้นั้น มีการระบุไว้ว่า… จากการศึกษาของนักจิตวิทยาต่างประเทศ พบว่า… คนทั่วไปมักพูดโกหกเฉลี่ยวันละ 1-2 ครั้ง ซึ่งสะท้อนว่า…แต่ละวันคนเรามีโอกาสไม่น้อยที่จะต้องเจอกับการโกหก และบางครั้งอาจจะเป็นตัวของเราเองด้วยซ้ำที่พูดโกหกเหมือนกัน อย่างไรก็ตาม แต่ก็มี “หลักสังเกตเบื้องต้น” เพื่อใช้เป็น “แนวทางจับโกหก”อยู่เช่นกันโดยอาจจับโกหกได้ผ่าน “สัญญาณพฤติกรรมต่าง ๆ” ดังต่อไปนี้…

สัญญาณอารมณ์ด้านความรู้สึก” โดยเมื่อคนพูดโกหกซึ่งเป็นการพูดเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้น หรือพูดในสิ่งที่ไม่ได้เชื่อ หรือไม่ได้มีความรู้สึกเช่นนั้นจริง ย่อมจะทำให้ผู้พูดโกหกกลัวจะถูกจับได้ หรือละอายใจที่พูดโกหก จึงทำให้มีร่องรอยอารมณ์ความรู้สึกที่ซุกซ่อนอยู่รั่วไหลออกมาผ่านทางสีหน้า ท่าทาง และน้ำเสียง ซึ่งเป็นปฏิกิริยาอัตโนมัติที่ยากจะควบคุมให้แนบเนียนได้ตลอดเวลา โดยที่มักจะแสดงออกมาเมื่อพูดโกหก ได้แก่ พูดด้วยน้ำเสียงสูงกว่าปกติ, พูดเร็วหรือดังกว่าปกติ, พูดติดขัดหรือพูดผิดบ่อย ๆ ที่จะยิ่งชัดเจนหากผู้พูดกลัวจะถูกจับได้ โดยเฉพาะกรณีที่เป็นเรื่องเสี่ยง และรู้สึกว่ากำลังถูกจับตามอง

สัญญาณที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการทางปัญญา” ซึ่งพูดง่าย ๆ คือสัญญาณที่บ่งบอกว่าผู้พูดต้องใช้ความคิดมากกว่าปกติ หรือมากกว่าที่จำเป็นต้องใช้ในเวลาที่พูดความจริง เพราะการพูดโกหกคือการพูดสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นจริง ผู้พูดจึงต้องใช้สมองใช้ความคิดเพื่อสร้างเรื่องราวขึ้นมา ดังนั้นคนที่กำลังพูดโกหกจึงอาจมีกิริยาท่าทางที่แสดงให้เห็นถึงการที่ต้องใช้ความพยายามทางความคิดมากกว่าปกติ เช่น ตอบคำถามช้า, มีท่าทีลังเลในการพูด, มีการเคลื่อนไหวร่างกายที่ผิดปกติ อาทิ ใช้มือไม้ประกอบน้อยลงกว่าปกติ เพราะเกิดอาการเกร็ง หรือจดจ่ออยู่กับการตั้งใจแต่งเรื่องให้สมเหตุสมผลให้มากที่สุด

สัญญาณลักษณะเรื่องราวและคำพูด” ถ้าผู้พูดไม่มีโอกาสเตรียมตัวซักซ้อมก่อน เรื่องเล่าโกหกจะ ไม่ค่อยราบรื่น เนื้อเรื่องมีแต่ข้อมูลพื้น ๆ ไม่มีรายละเอียด คลุมเครือ ไม่เฉพาะเจาะจง เพราะไม่ได้เกิดจากประสบการณ์จริง ไม่ใช่เรื่องจริง จึงไม่สามารถที่จะนึกถึงรายละเอียดจำเพาะเจาะจงอะไรได้มากไปกว่าข้อมูลคร่าว ๆ …เหล่านี้เป็น “สัญญาณจับโกหก”

ทั้งนี้ ผศ.ดร.ทิพย์นภา หวนสุริยา นักวิชาการด้านจิตวิทยา ระบุถึงการ “โกหก” ไว้ด้วยว่า… สาเหตุหรือแรงผลักดันทำให้คนพูดโกหกมีได้หลาย ๆ ปัจจัย อาทิโกหกเพื่อผลประโยชน์, โกหกเพื่อความสบาย, โกหกเพื่อปกปิดการผิดศีลธรรมจริยธรรม, โกหกเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกลงโทษ เป็นต้น และนอกจากนั้นยังพบอีกว่า… มีอยู่บ่อยครั้งที่การโกหกนั้นอาจจะมีเป้าหมายอื่น ๆ ซุกซ่อนอยู่ เช่น เพื่อจะปกป้องจิตใจตนเองจากความเจ็บปวด หรือ เพื่อจะทำให้ดูเก่งกว่าความจริงที่เป็น รวมไปถึงโกหก เพื่อจะทำให้คนอื่นรู้สึกสงสารเห็นใจหรือเพื่อสวมบทบาทเหยื่อทั้ง ๆ ที่เป็นผู้ทำผิดเอง

การฝึกจับสังเกตจากสัญญาณหรือเบาะแสที่แสดงออกมา จะช่วยให้เราวิเคราะห์ได้ว่าคนไหนพูดจริง? คนไหนที่โกหก?” …นักวิชาการท่านดังกล่าวระบุไว้ และรวมถึง… การโกหกเป็นพฤติกรรมที่ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะคนที่ทำความผิด ซึ่งมักจะโกหกเพื่อเอาตัวรอด แต่ การโกหกสามารถเกิดขึ้นได้รอบตัวเรา ในชีวิตประจำวันของคนเรา …นี่นับว่าจริงแท้

แต่ที่ “บางชาติโกหกหน้าไม่อาย” นั้น

แบบนี้ “ใช้เคล็ดลับจับโกหกไม่พอ”

จะ “ต้องแฉประจานให้รู้ทั่วโลก!!”.

ทีมสกู๊ปเดลินิวส์