การสู้รบในตะวันออกกลาง ระหว่างสหรัฐอเมริกา+ อิสราเอล กับอิหร่าน เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 ก.พ.69 ส่งผลกระทบในเรื่องของพลังงาน หลายประเทศมีปัญหาเกี่ยวกับน้ำมัน ถือเป็นวิกฤติของโลกก็จริงอยู่!
แต่สภาพการขาดแคลนน้ำมัน และปัญหาความวุ่นวายต่าง ๆ เหมือนจะมีเพียงใน “ไทย” ประเทศเดียวในโลกหรือเปล่า? เมื่อน้ำมันดีเซลพร้อมใจกันหมดเกือบทุกปั๊ม
ประชาชนต้องถือแกลลอนไปนอนรอตั้งแต่ 5 โมงเย็น เพื่อรับบัตรคิวซื้อน้ำมันตอน 6 โมงเช้าของวันรุ่งขึ้น บ้างก็มายืนตากแดดต่อแถวเข้าคิวรอเติมน้ำมันกันนาน 5-6 ชั่วโมง บางคนถึงขั้นเป็นลม!
บางจังหวัดแซงคิวจนถึงขั้นวางมวยกัน หลายคนขับรถแล้วน้ำมันหมดกลางทาง เพราะหาน้ำมันเติมไม่ได้ ไม่มีน้ำมันเผาศพ ชาวบ้านเดือดร้อนเพราะส้วมเต็ม เนื่องจากรถดูดส้วมของเทศบาลไม่มีน้ำมันเติม
สภาพความวุ่นวายและความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ สะท้อนว่ารัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล มีปัญหาในการบริหารจัดการเรื่องน้ำมัน ทั้ง ๆ ที่มี “เศรษฐีน้ำมัน” อย่างนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ-
รมว.คมนาคม ร่วมอยู่ในรัฐบาล แถมยังเป็นประธานศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์สู้รบในภูมิภาคตะวันออก กลาง (ศบก.)
ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา “โรงกลั่นน้ำมัน” 6 แห่งในประเทศไทย ที่มีกำลังการกลั่นน้ำมันดีเซล รวมกัน 75-77 ล้านลิตร/วัน เดินเครื่องเต็มที่ 100-115% แต่ทำไม? น้ำมันดีเซลจึงขาดปั๊มไม่ถึงมือประชาชน บางปั๊มให้เติมได้แค่คันละ 300 บาท ด้วยซ้ำไป
โรงกลั่นน้ำมัน ต้องเดินเครื่องอย่างต่อเนื่อง ยิ่งในสถานการณ์ปัจจุบัน จึงไม่สามารถหยุดการผลิต หรือกักตุนน้ำมันสำเร็จรูปเอาไว้ได้มากๆ เพราะมีข้อจำกัดของระบบ และพื้นที่การจัดเก็บ
แล้วน้ำมันดีเซลหายไปไหน? ความต้องการน้ำมันดีเซลที่ถ่างขึ้นมาหลังมีการสู้รบ วันละ 15-20 ล้านลิตร ประชาชนผู้ใช้รถ-เกษตรกร-ชาวประมง-ผู้ประกอบการขนส่ง-ผู้รับเหมาก่อสร้าง มีปัญญาหาถังหรือแกลลอน มากักตุนน้ำมันที่ถ่างขึ้นมาวันละ 15-20 ล้านลิตร หรือ “อนุทิน-พิพัฒน์”
เมื่อสภาพการณ์เป็นแบบนี้ นายอนุทินจึงนั่งไม่ติด ต้องสั่งการให้กระทรวงพลังงาน-มหาดไทย-ยุติธรรม (ดีเอสไอ) เร่งตรวจสอบการผลิตน้ำมัน คลังน้ำมัน การขนส่งจากจุดไหนไปจุดไหน และสต๊อกน้ำมันทุกปั๊ม ทั้งปั๊มที่มีแบรนด์ และ
ปั๊มไม่มีแบรนด์ทั่วประเทศ (แต่ยังไม่เจอน้ำมันเถื่อน)
เพื่อให้ปัญหาต่าง ๆ คลี่คลายภายในสัปดาห์นี้ โดยทุกปั๊มต้องมีน้ำมันขาย!
ขืนปล่อยให้ปัญหาความวุ่นวายลากยาวไปถึงสัปดาห์หน้า จะยุ่งไปกันใหญ่! เพราะเข้าสู่เดือนเม.ย. ใกล้เทศกาลสงกรานต์ เป็นเดือนที่ประชาชนต้องเดินทางกลับภูมิลำเนา รถราต้องติดขัดในเส้นทางสายเหนือ-อีสาน-ตะวันออก-ใต้ เพื่อไปพักผ่อน ท่องเที่ยว จับจ่ายใช้สอย เงินต้องสะพัดเป็นแสน ๆ ล้านบาท
แต่ถ้าไม่มี “น้ำมัน” มันก็ต้องพับแผน! แล้วนอนเกาพุงอยู่บ้าน! รถราไม่ติดเหมือนทุกปี รถรับจ้างและโรงแรมที่พักซึ่งจองกันไว้ล่วงหน้าหลายเดือนต้องถูกยกเลิก พ่อค้าแม่ค้าจะไปขายของให้ใคร สงกรานต์ปีนี้คงหงอยเหงา และเศรษฐกิจพัง!
“อนุทิน-พิพัฒน์” รู้ดี! สงกรานต์ปีนี้ ถ้าประชาชนหาน้ำมันเติมใส่รถไม่ได้ แล้วอะไรจะเกิดขึ้น!!.
พยัคฆ์น้อย



