ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 5 ส.ค.68 มีมติให้นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน ย้ายไปดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการพิเศษ ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

เพื่อเปิดทางให้มีการสอบสวนหาข้อเท็จจริง เกี่ยวกับความโปร่งใส หรือไม่โปร่งใส? กรณีการเข้าซื้อตึก Skyy9 ของสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ที่สูงเกินกว่าราคาจริง ในช่วงที่นายบุญสงค์เป็นเลขาธิการ สปส.

เนื่องจากการซื้อตึก Skyy9 ในปี 65 สปส.ควักจ่ายต่อไปประมาณ 7 พันล้านบาท ทั้ง ๆ ที่ราคาควรอยู่ที่ 3,428-3,863 ล้านบาท เท่านั้น!

นอกจากเรื่องการซื้อตึก Skyy9 แพงเว่อร์ไปหน่อย! ยังมีอีกเรื่องที่นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.แรงงาน ต้องชำระสะสางปัญหาในกรมการจัดหางาน โดยเฉพาะกรณีการเก็บค่าหัวคิวการต่อใบอนุญาตแรงงานต่างด้าวชาวกัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม รายละ 2,500 บาท

มีข้าราชการคนไหนเกี่ยวข้องกับการเปิดช่องให้การใบอนุญาตแรงงานต่างด้าว ต้องมีความยุ่งยาก ซับซ้อนหลายขั้นตอน จนต้องจ่ายค่าหัวคิว ถ้าไม่จ่ายคือไม่ผ่าน! บ้างหรือไม่?

หลังจากเมื่อวันที่ 3 ก.ค.68  พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ เข้าตรวจค้น 4 จุดเป้าหมายในพื้นที่กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นบริษัทนำคนต่างด้าวมาทำงานกับนายจ้างในประเทศไทย เป็นผู้ดำเนินการรับต่อใบอนุญาตทำงานให้แก่แรงงานสัญชาติกัมพูชา เพื่อรวบรวมเก็บพยานหลักฐาน ขบวนการรีดหัวคิวแรงงานกัมพูชา รายละ 2,500 บาท

โดยพบว่ามีเส้นทางการเงินจากบัญชีม้าคนไทย และคนต่างด้าวเชื่อมโยงกับบัญชีธนาคารเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกัมพูชา อีกทั้งยังพบความเกี่ยวข้องระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐของไทยและกัมพูชา

ต่อมาเมื่อวันที่ 5 ส.ค.68 มีข่าวว่าคณะพนักงานสืบสวนดีเอสไอ ได้เรียกสอบปากคำพยานต่อเนื่อง อาทิ กลุ่มนายจ้าง ผู้ประกอบการ เจ้าหน้าที่กระทรวงแรงงาน รวมถึงกรรมการบริษัทเอกชน ย่านคลองสามวา กรุงเทพฯ

รวมไปถึง “กลุ่มบัญชีม้า” คนไทยในนามบุคคลและนิติบุคคล ได้เดินทางมาให้ข้อมูลกับคณะพนักงานสืบสวน และยอมรับมีการทำธุรกิจกับนักธุรกิจชาวกัมพูชาจริง มีการโอนเงินไปยังฝั่งกัมพูชา ซึ่งเข้าข่ายความผิดฐานอั้งยี่-ฟอกเงิน

ล่าสุด “พยัคฆ์น้อย” ทราบว่าขบวนการเรียกเก็บค่าหัวคิวแรงงานต่างด้าว ยังดำเนินการอยู่ต่อไป แบบไม่สนโลก!

ไม่รู้ว่างานนี้เก็บค่าหัวคิวจากหยาดเหงื่อผู้ใช้แรงงานต่างด้าว ไปส่งให้กับข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ หรือส่งไปให้นักการเมืองไว้เป็นทุนรอนสำหรับการเลือกตั้งเที่ยวหน้า

โดยมีการระบุตัวตนว่า “หัวหน้าขบวนการเรียกเก็บค่าหัวคิวแรงงานต่างด้าว” ในปัจจุบัน เป็นลูกชายของนักการเมืองท้องถิ่นในกรุงเทพฯ ไม่รู้ว่ารมว.แรงงาน รู้จักหรือไม่?. ถ้าไม่รู้จักกันก็แล้วไป! แต่ถ้ารู้จักก็ต้องสะกิดเตือนว่า “เลิกเสียเถอะ”

พยัคฆ์น้อย

คลิกอ่านบทความทั้งหมดได้ที่นี่