การแจ้งเตือน “ภัยน้ำป่า–ภัยดินถล่ม” ดังกล่าวข้างต้น มีการเตือนพื้นที่เสี่ยง 5 จังหวัดให้เตรียมพร้อมเป็นพิเศษ ซึ่งก็ฉายภาพว่า “ภัยธรรมชาติจะประมาทไม่ได้” โดยที่ “การเตรียมรับมือธรณีพิบัติภัย”นั้น กรณีนี้ก็มีแนวทางน่าสนใจ…
มีคำแนะนำ “วิธีปฏิบัติตัว–ป้องกันตัว”
ที่ระบุไว้ว่าเป็น “คู่มือลดความสูญเสีย”
กันอันตราย…โดยเฉพาะ “ภัยดินถล่ม”
ทั้งนี้ “วิธีปฏิบัติตัว-วิธีป้องกันตัว” ที่ทาง “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” จะสะท้อนต่อข้อมูล ได้มีการจัดทำเผยแพร่ไว้โดย กรมทรัพยากรธรณี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งจัดทำหนังสือชื่อ “คู่มือลดผลกระทบธรณีพิบัติภัย”ขึ้นเพื่อให้ความรู้ประชาชน โดยเฉพาะ “คนในพื้นที่เสี่ยงภัย” เพื่อใช้เป็นแนวทางลดผลกระทบจากธรณีพิบัติภัยต่าง ๆ รวมถึงเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับธรณีพิบัติภัย อันจะนำไปสู่ความตระหนักและเตรียมพร้อมรับมือกับเหตุการณ์ธรณีพิบัติภัย
ในคู่มือนี้อธิบายถึง “ดินถล่ม”ไว้ว่า… คือการเคลื่อนที่ของมวลดินหรือหินลงมาตามลาดเขาด้วยอิทธิพลของแรงโน้มถ่วงของโลก และมักเกิดเป็นบริเวณกว้าง ซึ่งการเกิดดินถล่มนั้น มีสาเหตุจากกระบวนการตามธรรมชาติ เช่น เกิดขึ้นเมื่อฝนตกหนัก แผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด และจากการกระทำของมนุษย์ เกิดจากการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ลาดเขาโดยมนุษย์ โดยดินถล่มที่เกิดขึ้นในไทยส่วนใหญ่จะเกิดเมื่อมีฝนตกหนักต่อเนื่องนานหลายวัน ซึ่งน้ำฝนจะซึมลงไปตามช่องว่างชั้นดินหรือหินบนลาดเขา ส่งผลให้แรงต้านทานในการเคลื่อนตัวของมวลดินหรือหินลดลง โดยน้ำที่ซึมลงไปทำให้ดินเปลี่ยนเป็นของไหลได้ ส่งผลให้…
“เสถียรภาพของลาดเขามีค่าลดลง”…
ทำให้พื้นที่บริเวณนั้น “เกิดดินถล่มได้”

ส่วน “กระบวนการที่ทำให้เกิดดินถล่ม” นั้น ในคู่มือได้แจกแจงไว้ว่า… ในประเทศไทยกระบวนการเกิดดินถล่มจะจำแนกตามการเพิ่มขึ้นของปริมาณฝน การเคลื่อนที่ และชนิดของวัตถุที่พังทลาย โดยจะมี 4 ขั้นตอน คือ 1.ดินคืบตัว, 2.ดินแยก, 3.ดินไหล, 4.ดินถล่ม พร้อมทั้งมีการอธิบายกระบวนการเหล่านี้ไว้ว่า… การเกิด “ดินคืบ” นั้น จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อมีน้ำซึมซับลงไปในชั้นดินจนอิ่มตัวด้วยน้ำ แต่ไม่มากเกินไป จนเกิดการไหลบนผิวดินขึ้น จากนั้นชั้นดินจะเกิดการคืบตัวลงไปตามแรงโน้มถ่วงในบริเวณที่มีต้นไม้เนื้ออ่อนซึ่งมีรากหยั่งลึกไม่มาก โดยต้นไม้จะเคลื่อนตัวลงตามชั้นดิน สังเกตดูได้จากการเอนตัวของต้นไม้
และต่อมาเมื่อมีฝนตกต่อเนื่อง ปริมาณน้ำที่ซึมลงในชั้นดินจะเพิ่มมากขึ้น และจะเริ่มเกิดการไหลบนผิวดินเป็นเวลาไม่นานนัก โดยชั้นดินจะเริ่มเคลื่อนตัวไปตามระนาบรอยเฉือน จนปรากฏเป็นรอย “ดินแยก” ซึ่งถ้าฝนยังตกต่อเนื่อง ไม่หยุดตก ปริมาณน้ำฝนที่ซึมซับลงไปในชั้นดินจนอิ่มตัวด้วยน้ำนั้นจะทำให้เกิดการไหลบนผิวดินเป็นเวลานาน จนเกิดเป็น “ดินไหล” ลงมาตามลาดเขา โดยถ้าเกิดดินไหลต่อเนื่องจำนวนหลายแห่ง ครอบคลุมพื้นที่เป็นบริเวณกว้า
สุดท้ายก็จะกลายเป็น “ดินถล่ม”
กับ “สิ่งบอกเหตุ”ก่อนจะเกิด“ดินถล่ม” ในคู่มือให้ข้อมูลไว้ว่า… อาจสามารถสังเกตด้วยสิ่งบอกเหตุง่าย ๆ ดังต่อไปนี้… 1.มีปริมาณน้ำฝนตกมากกว่า 100 มิลลิเมตรต่อวัน, 2.เกิดฝนตกติดต่อกันหลายวันรวมแล้วมากกว่า 300 มิลลิเมตร, 3.มีน้ำไหลหลากล้นฝั่ง โดยพบว่าระดับน้ำในลำห้วยสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว, 4.สีของน้ำเปลี่ยน กลายเป็นสีดินบนภูเขา, 5.พบเห็นสัตว์หนีภัย เช่น สัตว์ป่าหลบเข้ามาในหมู่บ้าน มดขนไข่ ปลาหนีน้ำ หรือมีกิ่งไม้ ใบไม้ หรือต้นไม้ ลอยตามน้ำมาจำนวนมาก, 6.มีเสียงดังมากผิดปกติ หรือได้ยินเสียงหินกระทบกันดังอื้ออึง …นี่เป็น “สิ่งบอกเหตุ”ที่ใช้เป็น “หลักสังเกต”ได้
นอกจากนี้ยังมี“หลักสังเกตพื้นที่ตั้ง”ของหมู่บ้านหรือชุมชน ว่า “เข้าข่ายเป็นพื้นที่เสี่ยงภัยดินถล่มหรือไม่?” โดยประเด็นนี้ในคู่มือระบุไว้ว่า… สำหรับ ลักษณะที่ตั้งหมู่บ้านเสี่ยงภัยดินถล่ม ส่วนใหญ่จะมีลักษณะดังนี้คือ… “ตั้งในบริเวณหุบเขาแคบรูปตัววี” โดยตั้งอยู่ติดกับภูเขาและใกล้กับทางน้ำไหล หรือ “ตั้งอยู่บริเวณหน้าหุบเขาบนตะกอนน้ำพารูปพัด” หรือ “ตั้งอยู่บนที่ราบเชิงเขาซึ่งเป็นสบห้วยที่มีร่องรอยดินแยกบนภูเขา” เหนือหมู่บ้าน หรือ “เคยเป็นหมู่บ้านที่ถูกน้ำป่าไหลหลาก” หรือ “เคยเป็นพื้นที่ถูกน้ำท่วมบ่อย” สังเกตจากมีกองหิน ทราย ซากไม้ ใกล้ ๆ พื้นที่ และพื้นที่เสี่ยงแน่ ๆ คือ…
มีหลักฐานในอดีต“เคยเกิดดินถล่ม”
ทั้งนี้ ในคู่มือระบุไว้ด้วยว่า… “ป้องกัน…เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการบรรเทาผลกระทบ”โดยพื้นที่เสี่ยงต่าง ๆ “ควรจัดทำแผนเตรียมรับมือไว้ล่วงหน้าก่อนเกิดเหตุ” ตามแนวทางดังนี้คือ… ทำแผนสำรวจพื้นที่ต้นน้ำหรือลำห้วยที่อาจมีโอกาสเกิดดินถล่มและหินร่วง, ทำแผนอพยพไว้ให้ชัดเจน, หมั่นซ้อมแผนอพยพ, มีการเตรียมแผนเผชิญเหตุกับแผนฟื้นฟูเอาไว้ล่วงหน้า, สร้างเครือข่ายเฝ้าระวัง, ร่วมกันกำหนดจุดเฝ้าระวังให้สามารถสื่อสารระหว่างกันได้รวดเร็วและง่ายที่สุด, จัดเวรยามอาสาสมัครเฝ้าระวังที่จุดสังเกตการณ์เมื่อมีฝนตกหนักติดต่อกันในพื้นที่ และรวมถึงติดตามข่าวสารจากทางการตลอด …เหล่านี้เป็นคำแนะนำ
“ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” ก็ร่วมเตือน–ร่วมย้ำ
ย้ำว่า “ก็ประมาทไม่ได้กับภัยดินถล่ม”
ที่ “ก่อความเสียหาย–สูญเสียร้ายแรง”.
ทีมสกู๊ปเดลินิวส์



