ทั้งนี้ กับกรณี “พิศวาสมรณะ” หรือ “รักต้องฆ่า” นั้น นอกเหนือจากภาพของเหยื่อที่ถูกทำร้าย หรือถูกทำให้เสียชีวิตแล้วนั้น เมื่อมองลึก ๆ ลงไปก็ยังพบ “รูปแบบความสัมพันธ์ที่มีปัญหา??” ซึ่งก็อาจจะเป็นปัจจัยส่วนหนึ่ง หรือเป็นตัวกระตุ้นส่วนหนึ่งที่ทำให้…

คู่รัก” ฝั่งใดฝั่งหนึ่ง ทั้งหญิงและชาย

เลือกที่จะ “ยุติความสัมพันธ์” ที่เคยมี

ผ่านการใช้ความรุนแรง หรือถึงขั้นฆ่า

เกี่ยวกับ “การใช้ความรุนแรง” ในลักษณะดังกล่าวกับ “คนรักคู่รัก” ของตัวเองนั้น หากมองลึกลงไปจะพบว่า… เรื่องนี้ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องระหว่างสามีภรรยา หรือระหว่างคู่รักเท่านั้น แต่เป็นปรากฏการณ์ทางสังคมรูปแบบหนึ่งที่สำคัญซึ่งถูกเรียกว่า… เป็นปรากฏการณ์ “ความรุนแรงในความสัมพันธ์แบบคู่รัก” ที่มีศัพท์ภาษาอังกฤษเรียกว่า… Intimate Partner Violence หรือถูกเรียกย่อ ๆ ว่า… “IPV” ซึ่งชุดข้อมูลสำหรับปรากฏการณ์ดังกล่าวนั้น เว็บไซต์คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้มีการให้คำอธิบายถึง “รูปแบบความสัมพันธ์” เรื่องนี้ไว้น่าสนใจ

ทั้งนี้ ข้อมูลของคณะจิตวิทยา จุฬาฯ ได้มีการอธิบายเกี่ยวกับรูปแบบของความสัมพันธ์ที่เป็น Intimate Partner Violence หรือ IPV” ไว้ว่า… ความรุนแรงในความสัมพันธ์แบบคู่รัก นั้น มักจะพบบ่อยใน 3 มิติหลัก ๆ ได้แก่… หนึ่ง ความรุนแรงทางร่างกาย ที่รุนแรงตั้งแต่การตบตี ไปจนถึงการข่มขู่ด้วยอาวุธ, สอง ความรุนแรงทางจิตใจ ที่มุ่งทำลายตัวตนของอีกฝ่ายผ่านวิธีการด่าทอ การด้อยค่า หรือการคุกคามให้คนที่อยู่ในความสัมพันธ์นั้น รู้สึกหวาดกลัว และสามคือ ความรุนแรงทางเพศ ซึ่งรวมถึงการบังคับใจ หรือการกระทำที่ลดทอนคุณค่าความเป็นมนุษย์ …เป็นรูปแบบของ “ความรุนแรง” ทั้ง 3 แบบ

ที่พบได้บ่อยในความสัมพันธ์แบบคู่รัก

ในแหล่งข้อมูลดังกล่าวยังมีการกล่าวถึง “ปัจจัยกระตุ้น” ที่มีอิทธิพลต่อการกระทำความรุนแรงในความสัมพันธ์แบบคู่รักเช่นนี้ว่า… มีสาเหตุจากปัจจัยต่าง ๆ ได้แก่ ปัจจัยที่หนึ่ง การเรียนรู้ทางสังคม หรือ Social learning โดยคนที่ มีประสบการณ์ความรุนแรงในครอบครัวมาตั้งแต่วัยเด็ก นั้น มักจะมีแนวโน้มที่จะใช้ความรุนแรงออกมาแบบอัตโนมัติ เมื่อเผชิญกับสภาพการณ์ความขัดแย้งในลักษณะที่คล้ายกับประสบการณ์ที่เคยเจอมาในวัยเด็ก…

ปัจจัยต่อมาคือ รูปแบบความผูกพัน (Attachment Styles) โดยเฉพาะผู้ที่มีรูปแบบความผูกพันต่าง ๆ เหล่านี้ ได้แก่ ความผูกพันแบบไม่มั่นคง ความผูกพันแบบหวาดกลัว ความผูกพันแบบหมกมุ่น รวมถึงความผูกพันแบบไม่สนใจ ซึ่งคนกลุ่มนี้มักจะมีแนวโน้มที่จะใช้ความรุนแรงกับคู่รัก และคนรัก เนื่องจากมองว่า… การใช้ความรุนแรงเป็นเครื่องมือของการแสดงอำนาจ หรือ เป็นเครื่องมือเพื่อแสดงถึงการมีอำนาจ ที่ตัวเองนั้นสามารถที่จะควบคุมอีกฝ่ายได้

ส่วนปัจจัยสุดท้ายนั้น ได้แก่ การหลงตนเอง (Narcissism) โดยมีงานวิจัยพบว่า… ความหลงตนเองสัมพันธ์กับความก้าวร้าว กล่าวคือคนที่มีความหลงตัวเองสูง เมื่อถูกวิจารณ์มักจะตอบโต้ฝ่ายที่วิจารณ์ด้วยความรุนแรงและก้าวร้าว โดยแนวโน้มของการแสดงความก้าวร้าวออกมานั้น สามารถแสดงออกมาได้หลายรูปแบบ เช่น ผ่านทางคำพูด ทางกาย และทางเพศ นอกจากนี้บุคคลที่หลงตนเองสูงนั้น มักขาดความเข้าใจที่ลึกซึ้งต่อความรู้สึกของผู้อื่น ดังนั้นจึงไม่ค่อยรู้สึกกังวลต่อความทุกข์ทรมานของเหยื่อ หรือถึงแม้บางคนจะตระหนักถึงความรู้สึกของผู้อื่นได้ แต่ก็ยังคงเลือกที่จะใช้ความรุนแรงเช่นนี้ต่อไป…

และนอกจากคำอธิบายถึง “ความรุนแรงในความสัมพันธ์แบบคู่รัก” จากบทความโดยคณะจิตวิทยา จุฬาฯ แล้ว กับกรณีฆ่าเพราะรัก“หึงแล้วทำร้าย-หึงแล้วฆ่า”ที่ในปัจจุบันก็ยังคงมีเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นต่อเนื่องนั้น เรื่องนี้เคยมีมุมวิเคราะห์จาก แหล่งข่าวนักจิตวิทยา ซึ่งเคยสะท้อนปรากฏการณ์นี้ผ่าน “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” ไว้ว่า… ผู้ที่จะได้รับผลกระทบ หรือกลุ่มเสี่ยงที่มักจะตกเป็น“เหยื่อ” ในความสัมพันธ์แบบนี้ ส่วนใหญ่หนีไม่พ้น “บุคคลใกล้ชิด” เช่น ครอบครัว คู่รัก แฟน ซึ่งเป็นกลุ่มที่บุคคลนั้นใช้ความรุนแรงได้สะดวกและโดยง่าย จนเป็น เหยื่ออารมณ์-ความรุนแรง “โดยไม่ทันตั้งตัว!!”

สำหรับสาเหตุที่ไทยในระยะหลัง ๆ มีการ “หยุดพิษรักแรงหึงด้วยการฆ่า!!” กันมากขึ้นนั้น?? กรณีนี้แหล่งข่าวนักจิตวิทยาคนเดิมเคยชี้แจงว่า… มีปัจจัย 3 เรื่องหลัก ๆ คือ… 1.การเลี้ยงดู 2.สภาพแวดล้อมทางสังคม 3.ค่านิยม ขณะที่ “แรงจูงใจ” ที่ทำให้ผู้ก่อเหตุตัดสินใจ “จบรักไม่สมหวังด้วยความรุนแรง” นั้น มักมาจากปัจจัยหลัก ๆ ดังต่อไปนี้… ชาชินเคยชิน”กับการ “ใช้ความรุนแรงเพื่อแก้ปัญหา” ที่เกิดขึ้น, จากปัจจัยการเลี้ยงดูที่ทำให้บุคคลนั้น ขาดทักษะทางสังคม ทำให้ เมื่อพบรักที่ไม่สมหวัง บางคนตัดสินใจแก้ปัญหาด้วยวิธีที่รุนแรง อย่างการ “ทำร้าย”คนที่ตนรักจนถึงขั้นลงมือ“ฆ่า”

หลายคนก็รู้ดีว่าความรุนแรงไม่ใช่วิธีแก้ แถมยังเพิ่มปัญหาชีวิตให้มากขึ้นไปอีก แต่เพราะคิดว่าไม่มีทางออก คิดว่าไม่มีทางเลือก ประกอบกับบางคนอาจมีอารมณ์โมโหรุนแรง หรือรักแรงหึงแรง ก็เลยเลือกทางออกนี้ในการตัดสินปัญหา” …เป็น “สาเหตุ” ทำให้บางคนเลือกที่ “จะทำร้ายฆ่าเพราะรัก” ทั้ง ๆ ที่ก็รู้ดีว่า…ไม่ใช่วิธีแก้ปัญหา!!

แต่ก็ยังคงเลือกที่จะทำเลือกจะใช้ความรุนแรง

เพื่อไม่ให้ใครได้ครอบครองความรักแทนตนเอง

จนส่งผลให้เกิดโศกนาฏกรรมรักทำลายชีวิต”

ทีมสกู๊ปเดลินิวส์