ทั้งนี้ เกี่ยวกับการ “ปรับปรุงแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวกับการคุกคามทางเพศการล่วงละเมิดทางเพศ” นั้น หลาย ๆ ภาคส่วนก็ได้พยายามผลักดันมาอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากมองว่า…ตัวบทกฎหมายเดิมที่มีบังคับใช้ในเมืองไทยมายาวนานนั้นไม่เท่าทันต่อสถานการณ์ในยุคปัจจุบัน ควรจะต้องมีการ “ปรับปรุงแก้ไขให้ครอบคลุมมากขึ้น” เนื่องเพราะ…

ปัญหาซับซ้อนขึ้นรูปแบบเปลี่ยนไป”

ก็จะ “ต้องทำให้ผู้คนมีอาวุธใช้ต่อสู้ได้”

และ “รวมถึงเพื่อปรามคนที่คิดทำผิด”

เกี่ยวกับการ “ปรับปรุงแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวกับภัยทางเพศ” กับเรื่องนี้ จะเด็จ เชาวน์วิไล ผู้อำนวยการ มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล หนึ่งในผู้ที่ทำงานใกล้ชิดกับประเด็นปัญหานี้มายาวนาน ได้ระบุถึงความเคลื่อนไหวล่าสุดผ่าน “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” ระบุถึง “การแก้ไขกฎหมาย” ที่จะเป็นผลดีมากขึ้นต่อผู้ที่เป็นเหยื่อหรืออาจเป็นเหยื่อภัยทางเพศ โดยบอกว่า… ขณะนี้กำลัง มีการแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งจะทำให้ “ผู้เป็นเหยื่อ-ผู้ที่อาจเป็นเหยื่อ…มีอาวุธใหม่ที่มีอานุภาพมากขึ้น” โดยจะ เป็นประโยชน์ทั้งในแง่การเอาผิดกับผู้ที่ก่อเหตุ รวมถึงใช้ป้องปรามไม่ให้มีการก่อเหตุ

ทั้งนี้ ทาง ผอ.มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล ซึ่งก็ได้ร่วมผลักดันและติดตามเรื่องนี้มานาน ระบุกับ “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” ว่า… จากกรณีปัญหาเดิมของกฎหมายเก่า ที่ให้นิยามการ “ข่มขืน” และ “คุกคามทางเพศ” เอาไว้แคบ ๆ แต่ปัจจุบันนี้มีเรื่องน่าดีใจ นั่นคือ มีการปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติมในประมวลกฎหมายอาญาใหม่ ซึ่งในมุมของเหยื่อ ก็จะส่งผลทำให้ สามารถคุ้มครองเหยื่อครอบคลุมเพิ่มขึ้น โดยจะเป็น “อาวุธใหม่” เพื่อช่วยให้ผู้เสียหายมีเครื่องมือที่จะ “เอาผิดผู้ก่อเหตุได้มากขึ้น” ซึ่งการแก้ไขเพิ่มเติมทางกฎหมายเกี่ยวกับเรื่องนี้ ยังเสมือนเกราะป้องกันการเป็นเหยื่อ เป็นคำขู่ไปถึงคนที่กำลังคิดจะทำผิดด้วย…

เมื่อกฎหมายมีผลบังคับใช้แล้ว พฤติกรรมหมาหยอกไก่ การลวนลามด้วยคำพูด หรือด้วยสายตา ก็จะเข้าข่ายความผิดเช่นกัน ซึ่งการที่กฎหมายปรับปรุงนิยามใหม่ เรื่องนี้ไม่ได้เป็นแค่การส่งสัญญาณไปที่คนที่ทำผิด แต่ยังส่งถึงสังคมด้วยว่าต่อจากนี้เรื่องแบบนี้จะไม่ใช่เรื่องปกติอีกต่อไป” …แหล่งข่าวคนเดิมชี้สิ่งที่จะเกิดจากกฎหมายใหม่

พร้อมทั้งยังระบุต่อไปว่า… จากเดิมที่ข้อกฎหมายเก่าให้ “นิยามคำว่าข่มขืน” ไว้ค่อนข้างแคบ โดยเน้นที่การใช้อวัยวะเพศของผู้กระทำล่วงล้ำเข้าไปในอวัยวะเพศหรือทวารหนักของเหยื่อเท่านั้น ก็มีการ “ปรับแก้นิยามใหม่” ให้ครอบคลุมเพิ่มขึ้น เช่น การใช้นิ้วมือหรือวัตถุอื่นล่วงล้ำ ซึ่งกฎหมายเดิมตีความไว้เป็นเพียงแค่การทำอนาจาร ทำให้เหยื่อไม่ได้รับความเป็นธรรมเท่าที่ควร แต่ กฎหมายที่แก้ไขใหม่ได้มีการระบุเรื่องนี้เอาไว้ชัดเจนว่าการใช้สิ่งอื่นใดหรืออวัยวะอื่นล่วงล้ำเข้าไปในอวัยวะเพศ ทวารหนัก และช่องปากของเหยื่อนั้น ให้ถือเป็นการกระทำผิดที่เข้าข่ายความผิดฐานข่มขืน เช่นกัน!!

เป็นการเปลี่ยนแปลงสำคัญ เพราะการล่วงละเมิดทางเพศปัจจุบันมีความซับซ้อนและหลากหลายกว่าเดิมมาก นี่จึงเป็นเรื่องใหม่ที่กฎหมายนี้ขยายนิยามให้ครอบคลุมและสอดคล้องความเป็นจริงมากขึ้น” …จะเด็จ กล่าว

นอกจากนี้ อีกสิ่งที่ใหม่ในกฎหมายที่มีการปรับปรุงแก้ไขใหม่นั้น แหล่งข่าวคนเดิมระบุว่า… คือการที่ “เพิ่มนิยามการคุกคามทางเพศ” เข้าไปในประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งเป็นครั้งแรกก็ว่าได้ เพราะ เดิมจะถูกนำไปรวมเอาไว้ในการกระทำอนาจาร ซึ่งค่อนข้างคลุมเครือ โดยการเพิ่มนิยามคำว่า “คุกคามทางเพศ” เข้าไปไว้ในกฎหมายจะช่วยให้ทุกอย่างชัดเจนมากขึ้น เพื่อให้เหยื่อมีอาวุธใช้ป้องกันตัวเอง เพราะต่อจากนี้ไปการกระทำลักษณะต่าง ๆ อาทิ ทำให้เดือดร้อนรำคาญ ทำให้อับอาย หรือทำให้รู้สึกไม่ปลอดภัยทางเพศนั้น ก็จะเข้าข่ายความผิด ตามกฎหมายอาญา

ทั้งนี้ จะเด็จ เชาวน์วิไล ยังได้สะท้อนผ่าน “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” ด้วยว่า… กฎหมายมีนิยามชัดเจนและครอบคลุมย่อมจะส่งผลดี เพราะจะมีช่องให้สามารถเอาผิดผู้ก่อเหตุได้ง่ายขึ้น เป็นผลดีต่อเหยื่อ หรือผู้ที่อาจตกเป็นเหยื่อ ซึ่งเมื่อกฎหมายใหม่มีผลบังคับใช้ พฤติกรรมต่าง ๆ เหล่านี้ก็อาจ “เข้าข่ายความผิด” ได้แก่ 1.ทางกายภาพเช่น การสัมผัสที่ไม่พึงประสงค์ 2.ทางวาจาเช่น การพูดจาแทะโลม วิจารณ์รูปร่าง 3.ทางท่าทาง เช่น การส่งสายตาโลมเลีย การแสดงท่าทางส่อในทางเพศ 4.การติดตามรังควาน หรือ Stalkingเช่น การเฝ้าติดตามเหยื่อ ทั้งในชีวิตจริง หรือโลกออนไลน์ 5.ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เช่น การส่งข้อความ รูปภาพ หรือสื่อที่มีลักษณะส่อในทางเพศ …นี่เป็นประเด็นใหม่ที่ทาง จะเด็จ ชี้ไว้

การให้นิยามใหม่ที่ชัดเจนขึ้นถือเป็นการตัดไฟแต่ต้นลม อีกทั้งยังอาจช่วยเปลี่ยนทัศนคติหลายคนให้ไม่กล้าแสดงพฤติกรรมแบบนี้ อย่างไรก็ตาม กฎหมายก็เป็นแค่ส่วนหนึ่งที่อาจช่วยลดปัญหาได้ แต่ส่วนสำคัญที่สุดคือสังคมต้องเปลี่ยนแปลงรากฐานความคิดความเชื่อเดิม ๆ เรื่องเพศด้วย” …ทาง ผอ.มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล ทิ้งท้ายไว้

แม้ว่า “เหยื่อทางเพศจะมีอาวุธใหม่”

มี “นิยามใหม่จากการแก้กฎหมาย”

แต่ “ฐานความคิดเก่าก็ต้องแก้ไข”

แก้ไข “เพื่อสกัดกั้นภัยทางเพศ!!”.

ทีมสกู๊ปเดลินิวส์