ตลอดกว่า 3 อาทิตย์ ตั้งแต่กัมพูชาเปิดฉากยิงจรวดนานาชนิด จรวด BM-21, กระสุนปืนใหญ่, ลูกระเบิด ค. โจมตีเข้ามาในพื้นที่ชายแดน 4 จังหวัด โดยเฉพาะ.อุบลราชธานี-ศรีสะเกษ-สุรินทร์-บุรีรัมย์ แม้เสียงปืนจะสงบลง วันที่ 29 ก.ค. 68 แต่ผลพวง  ทุ่นระเบิด PMN-2 ที่ทหารเขมรลักลอบนำเข้ามาในฝั่งไทย ยังตกค้างจำนวนมาก

ช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รมว.การต่างประเทศ นำคณะทูตต่างประเทศ ผู้แทนองค์การระหว่างประเทศ และสื่อต่างชาติ ไปเห็นความจริงสภาพความเสียหายของบ้านเรือนประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจากการยิงอาวุธหนักเข้ามาไทย ซึ่งฝั่งกัมพูชาได้แหกทุกกฎ พร้อมยังสร้าง “ข่าวเฟกนิวส์” โกหกโลกอย่างต่อเนื่อง

ถึงยุคสมัยเทคโนโลยีจะก้าวล้ำไปไกลเพียงใด แต่เรื่อง การข่าว หรือ “รู้เขา-รู้เรา” ตามตำราพิชัยยุทธสงครามก็ยังมีความจำเป็นมองข้ามไม่ได้ การแทรกซึมเข้าหาข้อมูล ก็มีรายงานข่าวจับกุมตัว ชายหนุ่มเขมร ประวัติอดีตเป็นทหารได้ในหลายจังหวัด นอกจากจะจับตัวบุคคลแล้ว ตามแนวชายแดนทั้งอีสาน-ภาคตะวันออก ติดประเทศกัมพูชา ยังพบเห็น โดรนปริศนา (อากาศยานไร้คนขับ) โผล่บินในยามค่ำคืนเพื่อต้องการสอดส่องหาข้อมูล จนต้องมีการสั่งคุมเข้ม

นอกจากนี้สื่อยังตีแผ่ภาพ-คลิปเหตุการณ์ กลุ่มสมาคมโดรนกัมพูชา รวมตัวฝึกบินสาธิตและสอนการใช้งานโดรนในพื้นที่จังหวัดพระตะบอง ฝั่งตรงข้าม อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี โดรนนับร้อยลำบินขึ้นเต็มท้องฟ้า เหนือท้องทุ่งนา อาสาสมัครหนุ่มสาว ที่เชี่ยวชาญอุปกรณ์ไฮเทคหรือเกมคอมพิว เตอร์มาแลกเปลี่ยนความรู้กัน ปัจจุบัน  โดรน ถูกพัฒนาปรับใช้ในยุทธวิธีรบเป็นที่เรียบร้อย การปะทะระหว่างไทย-กัมพูชา ทั้ง 2 ฝ่ายต่างนำโดรนมาใช้สนับสนุนการรบให้เห็น

โลกการรบแบบกองโจรยุคใหม่  โดรนราคาถูก ถูกนำมาดัดแปลงใช้ กรณีศึกษามีให้เห็นใน สงครามรัสเซีย-ยูเครน ทั้ง 2 ประเทศต่างนำ โดรนสารพัดรูปแบบ มาใช้งานหลากหลายภารกิจ ไม่ว่าจะเป็นการสอดแนม ลาดตระเวน ไปจนถึงใช้ยุทธวิธี ฝูงโดรนโจมตี รถถัง, ยานพาหนะ, กองกำลัง, ฐานที่มั่น หรือสนามบินของอีกฝ่าย

ฝูงโดรนกามิกาเซ่ (โดรนพลีชีพติดระเบิด) ถล่มเป้าหมาย ก่อนหน้านี้ฝ่ายกองกำลังต่อต้านรัฐบาลทหารเมียนมา เคยใช้ปฏิบัติการลอบโจมตีสนามบิน เล่นงาน เครื่องบินรบที่มีราคาสูง สร้างความเสียหายได้มหาศาล แสดงให้เห็นว่าโดรนไม่ได้จำกัดอยู่แค่การใช้งานของกองทัพขนาดใหญ่เท่านั้น กลายเป็นอีก เครื่องมือสำคัญ ในสงครามอิเล็กทรอ นิกส์ ยิ่งโดรนรุ่นใหม่ ๆ นำ ระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาช่วยระบุเป้าหมายและการนำทางได้อย่างอิสระมากขึ้น

หลายกองทัพจำเป็นต้องฝึก กำลังพลรุ่นใหม่ ๆ ที่เติบโตมากับเทคโนโลยีได้เรียนรู้ปรับตัวพัฒนาเอาไว้ รับมือสงครามโดรนในอนาคต เชื่อว่าจะเปลี่ยนแปลงสมรภูมิรบอย่างสิ้นเชิง จำเป็นต้องเร่งพัฒนาระบบต่อต้านโดรนให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น รวมถึงวางแผนสกัดกั้น รบกวนสัญญาณ ทั้งในภาคสนาม ฐานที่ตั้งค่ายทหาร สนามบิน ฯลฯ ที่สำคัญสามารถตอบโต้และทำลายฝูงโดรนได้อย่างรวดเร็ว         

ความท้าทายนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่เพียงกองทัพ แต่เป็นเรื่องของความมั่นคงระดับประเทศ การทำความเข้าใจและกลยุทธ์การรับมือภัยคุกคามจากโดรนและปรับเปลี่ยนยุทธวิธีในสมรภูมิเป็นสิ่งสำคัญ ใครผสมผสานระหว่างเทคโนโลยี การฝึกฝน และความเข้าใจที่ลึกซึ้ง ในยุทธวิธีของฝ่ายตรงข้าม “รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง” จะกลายเป็นกุญแจสำคัญชิงความได้เปรียบสงครามยุคใหม่!!.

เชิงผา

คลิกอ่านบทความทั้งหมดได้ที่นี่