ประเด็นเกี่ยวกับการศึกษาดังกล่าวข้างต้นนี้เป็นการสะท้อนกับ “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” มาโดยดร.ภูษิต วงศ์หล่อสายชล ผู้อำนวยการศูนย์ที่ปรึกษาและสร้างการเติบโตทางธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ซึ่งหลักใหญ่ใจความสำคัญคือ “เทคโนโลยียุคใหม่กับการศึกษา” โดยเฉพาะ “ปัญญาประดิษฐ์”หรือ“AI”ที่ตอนนี้แพร่หลาย…ทั้งในมุม “จริง-เล่น-ลวง”

AI” นั้นถูกยอมรับว่า “มีประโยชน์”

แต่ก็ถูกระบุ “มีทั้งข้อดีข้อควรระวัง”

แล้ว “กับเรื่องการศึกษาล่ะยังไง??”

ดร.ภูษิต วงศ์หล่อสายชล

ทั้งนี้ ทาง ดร.ภูษิต ได้สะท้อนมุมมอง “AI ในมิติด้านการศึกษา” ผ่านทาง “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” มาว่า…ทุกวันนี้ต้องยอมรับว่า เด็กมีความเชื่อ AI มากกว่าเชื่อครูอาจารย์แล้ว!! ซึ่งไม่ว่าจะทำการบ้าน ทำรายงาน การวิเคราะห์ นักเรียนนักศึกษาก็จะใช้ AI ช่วยในการทำ เพราะฉะนั้น ครูอาจารย์ผู้สอนก็จะยิ่งต้องมีการปรับตัว และยิ่งต้องปรับวิธีการคิด

เรื่อง “เทคโนโลยีกับการศึกษา” จริง ๆ ก็เป็นประเด็นตั้งแต่เริ่มมีกูเกิลเข้ามาแล้ว จนมาถึง “ปัญญาประดิษฐ์ – AI”โดยประโยชน์ของเทคโนโลยี AI ทางด้านการศึกษานั้น ในส่วนของนักเรียนนักศึกษา…ก็สามารถจะใช้ในการสรุปเนื้อหาที่ครูอาจารย์สอน ใช้ทำรายงาน ช่วยแก้โจทย์แก้เคสในกรณีศึกษาต่าง ๆ ได้ และยังมีเรื่องการนำเอกสารประกอบการสอนมาให้ AI ออกข้อสอบ ช่วยติวข้อสอบ เพื่อช่วยให้ทำข้อสอบได้ และในส่วนครูอาจารย์…ก็มีการนำ AI เข้ามาประยุกต์ใช้มากขึ้นในหลาย ๆ มุมเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการใช้ในการเตรียมเอกสารประกอบการสอน ใช้เตรียมการสอน ซึ่งการใช้ระบบ AI กับการศึกษาสามารถช่วยอำนวยความสะดวกในการสร้างแผนการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงยังช่วยในการออกข้อสอบด้วย

ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ก็เปรียบเหมือนอาวุธที่ขึ้นอยู่กับคนที่นำมาใช้ว่าจะนำมาใช้แบบไหนอย่างไรเพื่อที่จะให้เกิดประโยชน์ได้สูงสุด ซึ่งกับคนที่นำเทคโนโลยี AI มาใช้ลดระยะเวลาในการทำงาน สามารถลดเวลาในการทำงาน ทำงานได้เร็วขึ้น มีประสิทธิภาพมากขึ้น หรือนำมาใช้สร้างรายได้ ก็เป็นสิ่งที่ดี” …นักวิชาการท่านนี้ระบุ

แต่กับการศึกษาก็มีข้อควรระวัง AI

กับประเด็นนี้…ทาง ดร.ภูษิต ระบุว่า… ถ้าหากเด็กนักเรียนนักศึกษามีการ “พึ่งพาใช้เทคโนโลยี AI มากเกินไป” ก็อาจจะ “ทำให้ขาดทักษะที่จำเป็นได้” ซึ่งสำหรับสิ่งที่เด็กจะขาดหายไปนั้นก็คือ… ทักษะทางด้าน “การคิดวิเคราะห์” ซึ่งสมัยก่อนเด็กจะต้องมีการวิเคราะห์ก่อนว่าจะมีกระบวนการคิดอย่างไร แต่ตอนนี้ไม่ค่อยมีแล้ว และอีก 2 สิ่งที่จะขาดหายไปก็คือเรื่องของ “การตั้งคำถาม” รวมไปถึงทักษะ “การทำงานร่วมกันกับทีม ก็จะลดหายไป หากว่ามีการใช้ AI มากเกินไป

และกับคำถามที่ว่า “แล้วครูอาจารย์ในยุคนี้ควรต้องมีการปรับตัวอย่างไร??” ทาง ดร.ภูษิต ระบุว่า… สมัยก่อนการเป็นครูอาจารย์ การให้ความรู้เป็นเรื่องหลัก แต่วันนี้การให้ความรู้อาจเป็นเรื่องรอง… เรื่องหลักของครูอาจารย์ในยุคนี้น่าจะเป็นเรื่องของการช่วยเด็กในการออกแบบชีวิต ทำอย่างไรให้เขาพร้อมรับต่อการเปลี่ยนแปลงที่มันเร็วมากขึ้น” และรวมถึง “แนะนำ สอน การใช้ AI ในการหาความรู้ วิธีการใช้เครื่องมือ โดยมีวิธีการคิดด้วย” เพราะฉะนั้นครูอาจารย์เองก็ต้องไม่หยุดนิ่ง ต้องหาประสบการณ์ทำงานจริง ๆ เพื่อนำความรู้มาประยุกต์ใช้กับ AI และเอามาถ่ายทอดให้ลูกศิษย์

ทั้งนี้ “ครูอาจารย์ในยุค AI ควรจะต้องมี 5 บทบาท” ที่เป็นเรื่องสำคัญ ได้แก่… 1.Teacher คือเรื่องของการสอนยังมีอยู่ เป็นผู้สอนเป็นอาจารย์เป็นครูให้ความรู้เด็ก, 2.Instructor การบอกเรื่องทักษะการใช้ วิธีการใช้จริง, 3.Designer ครูอาจารย์ยุคใหม่นี้ต้องเป็นผู้ออกแบบประสบการณ์การเรียนรู้ กระบวนการเรียนรู้ ไม่ใช่แค่การมาพูดหน้าห้องแล้วก็จบ, 4.Curator ต้องเป็นผู้คัดสรรว่าแหล่งข้อมูลไหนที่จะนำมาใช้ในการสอนเด็ก แหล่งความรู้ไหนที่จะเอามาสอนเพื่อเพิ่มพูนความรู้ของเด็ก และ 5.Facilitator เป็นผู้ที่ชักชวน อำนวยการ ให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของเด็กในคลาสเรียนมากขึ้น เพื่อให้เด็กได้มีส่วนร่วม…

ผมเรียกทักษะนี้ว่าทีไซเนอร์ (Tesigner) คือ ผู้ออกแบบ การคัดแหล่งความรู้ ถ่ายทอด ปรับกระบวนการ และการที่จะทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างเด็ก” …ทางดร.ภูษิต วงศ์หล่อสายชล ระบุ พร้อมทิ้งท้ายว่า…

ครูอาจารย์ต้องมีบทบาทช่วยออกแบบ หรือเปลี่ยนแปลง หรือไดรฟ์ชีวิตเด็กตามที่เขาต้องการ หน้าที่ของครูอาจารย์ถ้าอยากให้เด็กเชื่อ ก็ต้องตั้งคำถามไม่ใช่บอกคำตอบ เพราะถ้าบอกคำตอบ เด็กไม่เชื่อแน่นอน เราต้องตั้งคำถามกับเด็กเพื่อให้เด็กเตรียมค้นหาตัวเองให้มากที่สุด เพื่อจะได้รู้ว่ามีความต้องการอะไร ต้องให้เขาดีไซน์ได้เอง เรามีหน้าที่จุดประกายให้ทุกวันนี้ครูอาจารย์จะทำเป็นเหมือนบอสใหญ่ ยืนหน้าชั้นเรียนสั่งเด็กแบบเดิม คงไม่ได้แล้ว ต้องเข้าใจว่าเขามีความคิดอย่างไร ไม่ใช่เป็นผู้สั่งการเหมือนสมัยก่อนแล้ว ต้องรับฟังมากขึ้นว่าเขาต้องการอะไรแล้วเข้าไปเติมเต็ม หน้าที่เราต้องสร้างให้เด็กคิดเป็นทำเป็น สร้างเด็กให้พร้อมใช้ชีวิตในโลกอนาคต”

ก็นับว่าน่าคิดการศึกษาไทยยุค AI”

นับว่าน่าคิดทั้งผู้เรียนทั้งผู้สอน”

กรณี “ใช้ AI โดยไม่ถูก AI กลืนกิน”.

ทีมสกู๊ปเดลินิวส์