ก่อนไปถึงการแต่งตั้งตำรวจระดับนายพล “พยัคฆ์น้อย” มีเรื่องฝากไปยังนายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข ประธานป.ป.ช. และนายสาโรจน์ พึงรำพรรณ เลขาฯป.ป.ช. ช่วยตรวจสอบ “โครงการอาคารศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉินแห่งชาติ(191)” ให้กับสำนักงานตำรวจภูธร ภาค 1-9 ตามที่มีผู้สั่งการและอนุมัติให้ซื้อที่ดิน

โครงการนี้ได้ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือเปล่า? ผบ.ตร.คนปัจจุบันกับพวกรวม 3 คนที่ถูกร้อง ได้มีการควบคุมสั่งการให้มีการตรวจสอบการกระทำของคณะพนักงานสอบสวนในคดีอาญาที่ 391/2566 หรือไม่ อย่างไร? ป.ป.ช.ต้องสะสางโครงการนี้ให้กระจ่าง ว่ามีคนกระทำผิดหรือไม่?

ต่อมา “พยัคฆ์น้อย” ต้องสะกิดไปยังคนที่แม่นกฎหมาย และเสียงดังที่สุดเวลามีการประชุม ก.ตร. นั่นคือ พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ ช่วยสอบถาม พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ว่าการแต่งตั้งโยกย้ายนายพลเที่ยวนี้มีความถูกต้องชอบธรรม และคัดเลือกคนตามผลงานหรือไม่?

มีนายพลที่ใกล้จะเกษียณ “ตั้งก๊วน” กับก.ตร.บางคนหรือเปล่า? เพื่อผลักดันเด็กของตัวเองขึ้นผู้บัญชาการ-ผู้บังคับการจังหวัด ท่ามกลางความกังขาของคนในสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่าเขามาได้อย่างไร?

เช่น ผู้การฯปทุมธานี-ชลบุรี-สุราษฎร์ธานี-ภูเก็ต ล้วนเป็นจังหวัดใหญ่และทำเลทอง เขาเหาะกันมาจากสายไหน? พล.ต.อ.เอกต้องซักถาม “ผบ.ต่าย” ให้เคลียร์ ๆ ในที่ประชุม ก.ตร.

ยังมีอีกคน ได้ข่าวว่าขยับไปเป็นผู้การฯจังหวัดชายทะเลอันดามัน และเป็นลูกน้องของ “โก ด.” แถมยังพัวพันกับยาเสพติดอีกด้วย

วันก่อน “รองเต่า” พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. ดับเครื่องชน! ทำหนังสือร้องขอความเป็นธรรมไปถึง นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ-รมว.มหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการข้าราชการตำรวจและกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) กรณีไม่ได้รับความเป็นธรรมกับการแต่งตั้งโยกย้ายประจำปี 68 ที่มีการเผยแพร่ตามสื่อออนไลน์ต่าง ๆ

“รองเต่า” ยอมรับว่าส่งหนังสือร้องเรียนไปยังนายภูมิธรรมจริง ๆ เนื่องจากมองว่าการแต่งตั้งครั้งนี้ไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะตามระเบียบแล้วเขามีสิทธิได้รับการพิจารณา รวมทั้งยังมีผลงานจับกุมคดีสำคัญ ๆ ในระดับประเทศหลายสิบคดี มีผลงานการจับกุมอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด นอกจากเขาแล้วยังมีนายตำรวจอีกหลายนาย ที่ผ่านการทำงานมาอย่างหนัก แต่กลับไม่ได้รับการพิจารณา

“พยัคฆ์น้อย” รู้จักตำรวจ 2 คน มาตั้งแต่ระดับ “สารวัตร” แต่เขาไม่รู้จัก “พยัคฆ์น้อย” หรอก! นั่นคือ พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ รอง ผบช.สอท. เชี่ยวชาญคดีอาชญากรรมไซเบอร์ และ พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. นักสืบระดับปรมาจารย์ของนครบาล แต่ทั้งสองคนไม่ได้ขยับขึ้น

ท่ามกลางกระแสข่าวว่าจะเอาคนที่มีผลงานน้อยกว่า และเหลืออายุราชการปีเดียว ไปขึ้นผู้บัญชาการในพื้นที่ที่มีผลประโยชน์มาก

รัฐบาลเป็นหนังหน้าไฟให้ข้าราชการประจำ รัฐบาลก็มีงานต้องทำให้ประชาชน ทั้งปัญหายาเสพติด อาชญากรรม การพนัน และอบายมุขในรูปแบบต่าง ๆ ดังนั้น พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ และ ก.ตร. ต้องตั้งคนทำงานจริง ๆ และทำงานเป็น เข้ามาช่วยรัฐบาลด้วย!!.

พยัคฆ์น้อย

คลิกอ่านบทความทั้งหมดได้ที่นี่