จะมีคำตอบว่ามาจากหลายสาเหตุ ตั้งแต่มลพิษในอากาศจากแหล่งต่างๆ กรรมพันธุ์และการกลายพันธุ์ของยีน การได้รับควันบุหรี่มือสอง ฯลฯ
กล่าวเฉพาะกรณีมะเร็งปอดที่เกิดจากการได้รับควันบุหรี่มือสอง เรื่องใกล้ตัวที่ทุกคนจะช่วยกันป้องกันได้
นายแพทย์ใหญ่สหรัฐอเมริกาประกาศเมื่อพ.ศ.2529 ว่า การได้รับควันบุหรี่มือสอง ทำให้เป็นมะเร็งปอดในคนที่ไม่สูบบุหรี่
งานวิจัยต่อๆมาพบว่า “การได้รับควันบุหรี่มือสองในเด็กและวัยรุ่น มีความเสี่ยงเป็นมะเร็งปอด มากกว่า เมื่อได้รับควันบุหรี่มือสองตอนเป็นผู้ใหญ่แล้ว”
สาเหตุมาจากปอดของเด็กและวัยรุ่นอยู่ในระหว่างการเติบโต จนถึงอายุ 25 ปี เด็กและวัยรุ่นจึงได้รับอันตรายจากควันบุหรี่มือสองมากกว่าผู้ใหญ่

การสำรวจปี พ.ศ.2565 ในเด็กไทยนักเรียนไทยอายุ 13-15 ปี พบว่า 1ใน 4 หรือ 26 % ได้รับควันบุหรี่มือสองในบ้าน 32.4% ภายในอาคารสถานที่สาธารณะ 30.7% ภายนอกอาคารสถานที่สาธารณะในช่วง 7 วัน และ 45.6% ภายในอาคารเรียนหรือพื้นที่โรงเรียนในช่วง 30 วัน ขณะที่การสำรวจในคนที่อายุ 15 ปีขึ้นไปปี 2564 พบว่า มีการสูบบุหรี่ในบ้าน 23.7 %
ข้อมูลเหล่านี้แสดงว่า เด็กและวัยรุ่นไทย ได้รับควันบุหรี่มือสองในอัตราที่ยังสูงมาก และนี่อาจจะเป็นสาเหตุที่เราพบมะเร็งปอดในผู้ใหญ่ที่ไม่สูบบุหรี่เพิ่มขึ้น
ผู้ใหญ่ที่สูบบุหรี่ จึงต้องมีความรับผิดชอบ ที่จะต้องไม่ทำให้คนไม่สูบบุหรี่ โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนได้รับควันบุหรี่มือสอง ที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ รวมทั้งเพิ่มความเสี่ยงเป็นมะเร็งปอด
ข้อมูลจาก ศ.นพ ประกิต วาทีสาธกกิจ ประธานมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่
อ้างอิง https://mgronline.com/live/detail/9680000053722
นายแพทย์สุรพงศ์ อำพันวงษ์



