ตกอยู่ในสถานะฝ่ายค้านแบบไม่เต็มใจ มิหนำซ้ำยังเดินเกมการเมืองผิด จนทำให้แทบไม่มีเพื่อนหลงเหลืออยู่ นับจากนี้ “พรรคเพื่อไทย” ต้องทบทวนตัวเองครั้งใหญ่ ไล่ตั้งแต่ จะดึงใครมาเป็นผู้นำพรรค แทน “น.ส.แพทองธาร ชินวัตร” เพราะน่าจะมีปัญหาทางกฎหมาย หลังถูกศาล รธน.มีมติให้พ้นจากตำแหน่งหัวหน้ารัฐบาล ด้วยกระทำผิดทางด้านจริยธรรมอย่างร้ายแรง
แม้กระทั่งผลโหวตชิงเก้าอี้นายกฯ บทสรุปคือ “นายอนุทิน ชาญวีรกูล” หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้ 311 คะแนน ส่วน “นายชัยเกษม นิติสิริ” จากพรรคเพื่อไทยได้ 152 คะแนน ยิ่งไปดูไส้ในนอกจากเพื่อนร่วมพรรค จะเล่นบทเธอปันใจ จำนวน 8 ชีวิต หันไปเทเสียงให้คนต่างพรรค บรรดาพรรคร่วมรัฐบาลทั้ง “กล้าธรรม ประชาธิปัตย์ รวมไทยสร้างชาติ” ต่างรุมเทกันเป็นแถว
จริง ๆ น่าเห็นใจ ตอน “นายชัยเกษม” ถูกผลักดันให้เป็นแดนดิเดตนายกฯ ก็ไม่มีใคร แจ้งให้ทราบ จนต้องออกปูดเรื่อง “อัศวินขี่ม้าขาว” แถมพอวันมาโชว์ตัวก็ต้องออกมายอมรับเงื่อนไขเป็นนายกฯแล้ว ต้องยุบสภาเลย พูดง่าย ๆ ดึงนักการเมืองอาวุโสมาเป็นหุ่นเชิดเพื่อหวังเป็นรัฐบาลรักษาการ เรียกว่าไม่คำนึงถึงความรู้สึกเพื่อนร่วมพรรค ทำได้ทุกอย่างเพื่อหวังยื้ออำนาจรัฐให้อยู่กับตนเอง
แต่ที่หนักกว่านั้นคือก่อนวันโหวตชิงเก้าอี้นายกฯ “นายทักษิณ ชินวัตร” ผู้มากบารมีบินด่วนไปดูไบ แทนที่จะอยู่ช่วยเป็นกำลังใจในวันสำคัญที่จะชี้ขาดใครจะได้นั่งเก้าอี้หัวหน้ารัฐบาล จากนี้ไปน่าติดตามว่าผู้มากบารมีจะดึงใครมาช่วยนำพาพรรคเพื่อไทย เพราะหลายคนต้องเซ่นสังเวยจากปัญหาของนายทักษิณ ยิ่งในการเลือกตั้งครั้งหน้า พรรคที่เคยยิ่งใหญ่ในสนามเลือกตั้งกำลังจะกลายเป็นพรรคเล็ก
เมื่อไปเทียบเคียงกับ พรรคภูมิใจไทย หลัง “นายอนุทิน” ได้รับโหวตให้เป็นนายกฯ ใช้เวลาไม่กี่วันก็จัดโผ ครม.เสร็จ แถมยังดึงคนนอกที่มีความรู้ความสามารถให้มาช่วยนำพาประเทศ แม้จะอยู่ช่วงไม่นานมากนักแต่บรรดามืออาชีพก็ตกปากรับคำ
ทั้ง “นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว” อดีตปลัดกระทรวงการต่างประเทศ อดีตเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงลอนดอน และอดีต
ที่ปรึกษา รมว.การต่างประเทศ “นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ” อธิบดีกรมธนารักษ์ และ นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน)
โดย นายกฯ คนที่ 32 เปิดเผยว่า ได้แนะนำตัวแต่ละคนให้สื่อมวลชน พร้อมระบุถึงว่าที่ตำแหน่งที่ชัดเจนอย่าง นายสีหศักดิ์
จะมาเป็น รมว.การต่างประเทศ นายเอกนิติ จะมาเป็น รมว.คลังพร้อมระบุว่าเลือกจากความสามารถ ประสบการณ์ ความทุ่มเท
เสียสละ ซึ่งเมื่อทั้งหมดตอบรับชัดเจน ก็ไม่ต้องมาคอยคาดการณ์ว่าใครจะดำรงตำแหน่ง อยู่ตรงไหนหลังเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณตนก็จะได้ทำงานได้เลย
ส่วนเหตุผลที่ ทาบทามนายอรรถพล นั้นนายอนุทินกล่าวว่า อย่างที่บอกว่าเป็นรัฐบาลที่มีภารกิจแน่นอน เราต้องได้ผู้ที่เข้ามาแล้ว ทำงานได้เลย ไม่ต้องมาเรียนรู้งาน แต่ละท่านที่เข้ามาก็ล้วนแต่เป็นผู้บริหารสูงสุด ในองค์กรที่ท่านกำลังจะเข้าไปรับผิดชอบ ดังนั้นจะเป็นการสร้างความมั่นใจว่า เราจะสามารถเดินหน้าได้ดี ไม่ต้องรำมวย
ขณะที่ สส.พรรคเพื่อไทย ได้ทำหนังสือถึงประธานสภา เพื่อยื่นศาล รธน. วินิจฉัยกระบวนการเลือกนายกฯ เพราะเป็นที่น่ากังวลว่า การที่ พรรคประชาชน และ พรรคภูมิใจไทย มีข้อตกลงร่วมกัน (เอ็มโอเอ) ขัด รธน. มาตรา 114 ที่ สส.เป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย ไม่อยู่ในข้อผูกมัด อาณัติครอบงำใด ๆ โดยปราศจากการขัดกันแห่งผลประโยชน์
ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้าแกนนำพรรคเพื่อไทย ก็ประกาศรับทุกเงื่อนไขของพรรคประชาชน แถมยังเสนอโปรไฟไหม้ พอเลือกนายกฯ หลังแถลงนโยบาย จะประกาศ ยุบสภาเลย แต่ก็ยังไม่เข้ารอบเพราะเสนอเงื่อนไขช้าไป ทำเหมือนช่วงชิงผลประโยชน์ทางการเมือง
พอตกเป็นฝ่ายไม่ถูกเลือก ก็หันมาใช้องค์กรอิสระ ตรวจสอบฝ่ายตรงข้าม จริง ๆ ก็เป็นสิทธิ แต่ก็ตอกย้ำให้เห็นถึง ความคิดเอาแต่ได้ ไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ ไม่เคยส่องกระจกหันมามองถึงความผิดพลาดของตัวเอง วันนี้ถ้ายังไม่ยอมรับความจริง หนทางที่จะกอบกู้ “พรรคเพื่อไทย” ให้กลับมายิ่งใหญ่เหมือนในอดีตก็คงได้แต่ฝัน ไม่มีวันได้เห็นภาพนั้นอีก.
“เขื่อนขันธ์”



