ทั้งนี้ กับเรื่อง “เพื่อนในมุมเศรษฐศาสตร์” นั้นทาง “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” ก็เคยสะท้อนต่อข้อมูลไปบ้างแล้วโดยยึดโยงสถานการณ์ต่าง ๆ ที่ผ่าน ๆ มา อย่างไรก็ตาม จากสถานการณ์การเมืองไทยในปัจจุบันดังที่เห็น ๆ ทราบ ๆ กัน…กับเรื่อง “เพื่อน” ในแง่มุม “มูลค่า-ราคา” ยิ่ง “น่าพิจารณา” น่าพลิกแฟ้มชวนดู…
“การเมือง” ยิ่งน่าพินิจ “มูลค่าเพื่อน”
จะ “แท้?-ไม่แท้?…ก็มีราคาต้องจ่าย?”
เกี่ยวกับเรื่อง “เพื่อนในมุมเศรษฐศาสตร์” ที่ทาง “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” พลิกแฟ้มสะท้อนต่อข้อมูล-สะท้อนย้ำชวนดูกันอีกครั้ง…นี่เป็นข้อมูลโดยสังเขปจากบทความที่มีการเผยแพร่ไว้ใน เว็บไซต์ setthasat.com จากบทความเรื่อง “เรามีเพื่อนได้มากที่สุดกี่คน?” ซึ่งหลักใหญ่ใจความบางช่วงบางตอนนั้นมีว่า… ในทางเศรษฐศาสตร์มีการศึกษา “จำนวน” และ “มูลค่า” ของ “เพื่อน” โดยนำหลักทฤษฎีชื่อว่า “ทฤษฎี Dunbar’s Number” มาใช้อธิบาย ซึ่งทฤษฎีนี้เป็นวิธี “คำนวณ” ถึง “จำนวน” เพื่อนที่สมองส่วนหน้าของมนุษย์จะสามารถจำรายละเอียดได้ โดยพบว่า มนุษย์ 1 คนจะมีเพื่อนได้มากสุดราว 150 คน
ข้อมูลในแหล่งข้อมูลดังกล่าวข้างต้นยังมีส่วนที่ได้หยิบยกการศึกษาวิเคราะห์ของ Robin Dunbar นักมานุษยวิทยาและจิตวิทยา มาใช้อธิบายไว้ว่า… ผลศึกษาที่พบว่ามนุษย์มีเพื่อนได้มากสุดราว 150 คน มาจากการที่สมองมนุษย์มีขีดจำกัดในการจำรายละเอียด โดย จำนวนเพื่อนจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับข้อจำกัดของสมองส่วนหน้าแต่เฉลี่ยแล้วก็ราว 150 คน

และการศึกษาเรื่องนี้ยังได้จำลองวงของการเข้าถึง เพื่อจะคำนวณหา “จำนวนวงของกลุ่มเพื่อน” เอาไว้ด้วย ซึ่ง มนุษย์ 1 คนจะมีจำนวนวงกลุ่มเพื่อนได้หลายวง โดยวงแรกสุดจะเป็นวงเพื่อนที่สนิทที่สุดที่จะมีอยู่ประมาณ 5 คน จากนั้นก็จะมีจำนวนของเพื่อนที่ขยายวงออกไปในอัตราส่วนราว 3 เท่าของจำนวนเพื่อนที่สนิทในวงแรก ๆคือ 15-50-150 ตามลำดับ หรือที่เรียกว่า “วง 5-15-50-150” และกับ “จำนวนครั้งในการติดต่อกันของเพื่อน” ก็มีการศึกษาด้วย โดยพบว่า เพื่อนที่สนิทที่สุด 5 คนแรกจะมีอัตราการติดต่อกันมากที่สุด อยู่ที่ประมาณ 0.37 ครั้งต่อคนต่อวัน ส่วนเพื่อนในวงเพื่อนลำดับถัด ๆ ไปจะมีการติดต่อกันน้อย ถึงน้อยมาก และถ้ามีวงเพื่อนที่ขยายออกไปอีกจาก 150 คน…ก็แทบจะไม่ได้มีการติดต่อกัน
การศึกษามิใช่โฟกัสเพียงจำนวน–วง
มีการวิเคราะห์ “ต้นทุน–ผลได้” ด้วย!!
กับการวิเคราะห์ “ต้นทุนและผลได้…ในการคบเพื่อน–การรวมกลุ่มเพื่อน” นั้น ในแหล่งข้อมูลข้างต้น ในบทความที่เผยแพร่ไว้ในเว็บไซต์ setthasat.com ระบุไว้ว่า… “ความสัมพันธ์ทางสังคม (Social Relationships)” หรือ “การคบเพื่อน” เป็นหัวข้อที่มีการศึกษามาเป็นเวลานานแล้ว ซึ่ง ความสัมพันธ์เป็นองค์ประกอบพื้นฐาน “การแลกเปลี่ยนกัน” และ “การเกี่ยวข้องกัน” ทางสังคม (Social Exchange and Affiliation) ของมนุษย์ โดยหนึ่งในประเด็นที่ศึกษากันมากก็คือ “ขนาดของกลุ่ม (Group Size)” ที่มีการศึกษาว่า “จำนวนคนที่มาอยู่รวมกลุ่มกันนั้นถูกกำหนดจากปัจจัยอะไรบ้าง?”
อย่างไรก็ตาม โฟกัสที่ “ต้นทุนการคบกันของกลุ่มเพื่อน” ก็มีการศึกษาพบว่า… กลุ่มเพื่อนจะมี 2 แบบ คือ “เพื่อนที่เข้าใจอารมณ์กันและกัน” กับ “เพื่อนที่ทำงานร่วมกันเฉย ๆ” โดย เพื่อนแบบที่เข้าใจอารมณ์กันจะใช้ต้นทุนมากกว่า เพราะก่อนจะเข้าใจกันก็ต้องอาศัยอะไร ๆ ในการทำความเข้าใจมากกว่า ทั้งแรง พลังงาน รวมถึงเวลามากกว่าแบบที่ทำงานร่วมกันเฉย ๆ ซึ่งในส่วนของ “เวลา” ในบทความข้างต้นระบุไว้ว่า… เวลาที่ต้องใช้ในการสร้างมิตรภาพก่อให้เกิดการ “ได้อย่าง…เสียอย่าง” ของ “คุณภาพและจำนวนเพื่อน” อย่างชัดเจน ดังนั้น พิจารณาที่ “ต้นทุน” และ “ผลได้” ร่วมกัน จำนวนเพื่อนที่เข้าใจกันจึงมีน้อย เมื่อเทียบกับเพื่อนที่ร่วมทำงานกันเฉย ๆ …นี่ก็อีกแง่มุม “เพื่อนในเชิงศาสตร์”
ขณะที่กรณี “ขนาดของกลุ่มเพื่อน” กรณีนี้ข้อมูลมีว่า… ขนาดของกลุ่มเพื่อนจะใหญ่หรือเล็ก(มีคนในกลุ่มมากหรือน้อย)ขึ้นกับ “ความสมดุลของประโยชน์ที่จะได้รับ” กับ “ต้นทุน” ของการรวมกลุ่ม (Cost-Benefit of Group Living) อีกทั้งยังขึ้นกับการช่วย “ลดความเสี่ยงในชีวิต” และ “เพิ่มโอกาสรอด” จากการได้รับการปกป้องจากกลุ่ม โดยที่ขนาดกลุ่มที่ใหญ่ขึ้นก็จะมี “ต้นทุนจากการแข่งขันของคนในกลุ่ม” เพิ่มขึ้น …ในแหล่งข้อมูลเดิมอธิบายเสริมเพิ่มเติมเอาไว้
ทั้งนี้ จากที่ “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” พลิกแฟ้มสะท้อนต่อข้อมูล-สะท้อนย้ำ ณ ที่นี้…เหล่านี้เป็นโดยสังเขปเรื่อง “เพื่อนในมุมเศรษฐศาสตร์” ซึ่งเมื่อมองเน้น ๆ แล้วหันมอง “การเมือง-กลุ่มทางการเมือง”… กรณี “โอกาส”หรือ “โอกาสรอด-ไม่รอด” กรณี “ความเสี่ยง-ไม่เสี่ยง”ตลอดจนกรณี “ประโยชน์”ที่ยึดโยงกรณี “ต้นทุน”กับกรณีต่าง ๆ ที่ว่านี้“ก็มีให้เห็น ๆ ในแวดวงเพื่อนทางการเมือง” และกับ “การเมือง” นั้น…ไม่ว่าจะมี “เพื่อนสนิท-เพื่อนไม่สนิท” หรือ “เพื่อนแท้-เพื่อนไม่แท้”หรือแม้แต่ “เสียเพื่อน-เพื่อนเปลี่ยนเป็นศัตรูคู่แข่ง” ไม่ว่าจะเพื่อนในบริบทอะไร…ก็ “ล้วนมีมูลค่า-ล้วนมีราคาที่ต้องจ่าย”
ส่วน “ฝั่งฝ่ายใดที่ต้องจ่ายกันบ้าง?”
และ…“ต้องจ่ายเป็นอะไรกันบ้าง?
ดู ๆ แล้ว…“ก็ลองตรองกันดู??”.
ทีมสกู๊ปเดลินิวส์



