ทั้งนี้ คำแนะนำเพื่อการรับมือของกลุ่มอาชีพ “รายได้รายวัน-พ่อค้าแม่ค้ารายย่อย” จากภาวะ “สแต็กเฟลชั่น” นั้น ก็มีแนวทางที่ ผศ.ดร.ภูษิต วงศ์หล่อสายชล แนะนำ รวมถึงมีกรณีศึกษาถึง “วิธีฝ่าวิกฤติ” ผ่านทาง “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” ไว้…

นำไปใช้ “ปรับตัวรับมือ” ให้รอดพ้นวิกฤติ

ในสถานการณ์ “เศรษฐกิจชะงักเงินเฟ้อสูง”

โฟกัสที่กลุ่ม“รายได้รายวันคนหาเช้ากินค่ำ”

ผศ.ดร.ภูษิต วงศ์หล่อสายชล

สำหรับ “แนวทางฝ่าวิกฤติ” ของ “คนอาชีพหาเช้ากินค่ำ” หรือกลุ่ม “รายได้รายวัน” รวมถึงบรรดา “พ่อค้าแม่ค้ารายย่อย” นั้น ทาง ผศ.ดร.ภูษิต วงศ์หล่อสายชล รองคณบดีบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ซึ่งได้ให้แนวทางเรื่องนี้ไว้ผ่าน “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” ว่า…ในภาวะเศรษฐกิจแบบ Stagflation คำตอบนี้ก็คงหนีไม่พ้น “กลุ่มรายได้รายวัน” หรือ “อาชีพหาเช้ากินค่ำ” รวมถึง “พ่อค้าแม่ค้ารายย่อย” ที่ต้องเผชิญกับสถานการณ์รายได้ที่ไม่แน่นอน แต่รายจ่ายคงที่และเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทุกวัน จนทำให้ตกอยู่ในสภาวะที่ถึงแม้… จะไม่ได้ขยันทำกินลดลง…แต่เงินในกระเป๋ากลับลดลง!!

ทั้งนี้ สำหรับสถานการณ์ชีวิตที่เกิดกับ “กลุ่มรายได้รายวัน” รวมถึงอาชีพ “พ่อค้าแม่ค้ารายย่อย” จากภาวะเศรษฐกิจชะงักพร้อมกับภาวะเงินเฟ้อสูง ที่ทางเศรษฐศาสตร์เรียกภาวะ สแต็กเฟลชั่น (Stagflation) นั้น ทาง ผศ.ดร.ภูษิต กล่าวกับ “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” ว่า… อาชีพที่มีรายได้รายวัน เป็นกลุ่มที่ต้องทำงานก่อนจึงจะมีรายได้เข้ามา นับเป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่ชีวิตน่าเห็นใจมาก โดยเฉพาะเมื่อมีวิกฤติสองเด้งจากภาวะ “สแต็กเฟลชั่น” เช่นนี้ เนื่องจากคนกลุ่มนี้ต้องเผชิญกับสภาวะที่ “รายได้หายากขึ้น…แต่ค่าครองชีพกลับสูงขึ้น” ทำให้กลุ่มนี้เป็นอีกกลุ่มที่จัดเป็น “กลุ่มเปราะบาง”

เพราะคนกลุ่มนี้จะมีรายได้เข้ามือไม่แน่นอน

ถ้าวันไหนหยุดงานก็หมายถึงจะไม่มีเงินทันที

และนอกจากนั้น “กลุ่มรายได้รายวัน” ยังมีอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้เป็น กลุ่มเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบสูง คือ นอกจากจะมีรายได้ที่ไม่แน่นอนแล้ว ยังมีปัญหาจากการที่ “ไม่มีเงินสำรองเก็บไว้” เนื่องจากแค่ลำพังในแต่ละวันกว่าที่คนกลุ่มนี้จะมีรายได้เข้ามาในมือนั้น ก็มีความลำบากเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ดังนั้นการจะมีเงินสำรองเก็บไว้จึงเป็นเรื่องที่ เกินเอื้อมเกินฝัน …เป็น “ภาพชีวิต” กลุ่มคนที่มีรายได้แบบรายวัน ที่ทาง ผศ.ดร.ภูษิต ได้มีการสะท้อนไว้…

ส่วนในฝั่งของกลุ่ม “พ่อค้าแม่ค้ารายย่อย” นั้น ดูเหมือนผลกระทบแทบจะไม่ต่างกัน โดยนักวิชาการคนเดิมสะท้อนว่า… เมื่อเกิดภาวะสแต็กเฟลชั่น สิ่งที่คนกลุ่มนี้ต้องเจอคือ…ยอดขายเยอะ แต่ไม่มีกำไร!!”เพราะต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งเพิ่มสูงขึ้นตามราคาน้ำมัน ดังนั้น ถ้าหากยังฝืนทำแบบเดิม ไม่ปรับตัว ก็เสี่ยงจะต้องปิดกิจการ หรือเข้าสู่วงจรหนี้รุนแรง…

แล้วมีหนทางเอาตัวรอดในภาวะนี้ได้เช่นไร?… ทางอาจารย์ภูษิต ได้แนะนำ “คัมภีร์เอาตัวรอด” ซึ่งเป็นแนวทางที่คนกลุ่มนี้ “ทำได้จริงทำได้เลย” ไว้ว่า… เริ่มจาก บริหารสภาพคล่องเน้นเงินสด โดยควรที่จะต้องตรวจสอบสม่ำเสมอว่า… เวลานี้มีเงินสดในมือเท่าไหร่? และที่ต้องทำเพื่อให้มีสภาพคล่อง คือ ให้เลิกดูแค่ยอดขาย แต่ให้ดูกำไรสุทธิเป็นหลัก, ห้ามตุนสินค้า เพราะจะทำให้เงินจมไปไม่เกิดประโยชน์, งดขายเงินเชื่อ เพื่อรักษาการหมุนเวียนของกระแสเงินสดเอาไว้ให้นานที่สุด

ลดขนาดดีกว่าปรับขึ้นราคา เป็นกลยุทธ์ที่ใช้ในยุคที่ลูกค้าอ่อนไหวเรื่องราคาเป็นพิเศษแบบเช่นตอนนี้ เพราะการขึ้นราคาปุ๊บปั๊บนั้น อาจจะทำให้ลูกค้าอาจหายไปทันที จึงควรใช้วิธีลดปริมาณเล็กน้อย หรือ “จัดทำชุดประหยัด” เพื่อรักษากระแสการซื้อไว้กับตัวเองให้นานที่สุด, แชร์ต้นทุนลดภาระ อะไรที่ประหยัดได้ก็ต้องทำ เช่น แชร์ค่าเดินทาง หรือแชร์ที่อยู่อาศัยร่วมกับผู้อื่น เพื่อให้มีส่วนต่างของเงินเหลือ-เงินเก็บเพิ่มขึ้น และสุดท้าย ต้องระวังหลุมพรางหนี้ โดยห้ามแก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการกู้หนี้ยืมสิน หรือไปกู้ยืมหนี้นอกระบบ เพราะจะซ้ำเติมทำให้สถานการณ์ชีวิตยิ่งเลวร้ายลงไปกว่าเดิมได้…

ไม่เพียงไม่ช่วยปลดล็อก แต่ยิ่งทำให้แย่

ทั้งนี้ กับแนวทางสุดท้ายที่ ผศ.ดร.ภูษิต แนะนำให้ “กลุ่มรายได้รายวันพ่อค้าแม่ค้ารายย่อย” ต้องทำก็คือการ “รักษาสุขภาพให้ดี” ที่เป็นหนึ่งในทางรอดวิกฤติด้วย โดยเฉพาะคนที่ต้อง ใช้แรงงานเวลาแลกเงิน ที่ต้องมอง สุขภาพคือทรัพย์สินสำคัญ ดังนั้น ถ้าเจ็บป่วยก็หมายถึงรายได้ที่มีก็จะหายไปทันที แถมรายจ่ายก็จะเพิ่มขึ้นอย่างรุนแรงอีกด้วย

ไม่มีใครรู้ภาวะแบบนี้จะสิ้นสุดเมื่อใด ดังนั้นสิ่งที่ต้องทำ คือไม่ใช้ชีวิตประมาท และมีวินัยการเงินเข้มงวดซึ่งจะเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้ผ่านช่วงยากลำบากนี้ไปได้ เพราะเป้าหมายสูงสุดวินาทีนี้ คือ การประคองตัวให้รอด เพื่อรอโอกาสกลับมาเติบโตใหม่ในอนาคต หรือเมื่อวิกฤติจบลงแล้ว” …เป็นคำแนะนำของทาง ผศ.ดร.ภูษิต ที่ให้ไว้

สำหรับกลุ่ม…รายได้รายวันหาเช้ากินค่ำ”

เพื่อใช้ “ผ่าทางตันชีวิต” ให้รอดจากวิกฤตินี้.

ทีมสกู๊ปเดลินิวส์