จากมาตรการดังกล่าวกลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาการจัดการบัญชีม้าที่ไม่ดีพอ ทำให้การระงับธุรกรรมบัญชีสร้างความเดือดร้อนให้กับคนที่สุจริต มีหลายคนได้รับผลกระทบจากการระงับนี้ โดยเฉพาะพ่อค้าแม่ค้าคนทำมาหากินปั่นป่วนไปทั่วเมือง ทั่วประเทศ ทั้งๆที่เจ้าตัวบอกไม่ได้ยุ่งเกี่ยว

ปรับวิธีเช็กเส้นเงิน

สาเหตุของปัญหามาจากการกวาดทุกเส้นเงิน ซึ่งจากความร่วมมือกันระหว่างธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ศูนย์ปฏิบัติการเพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ศปอท.) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) และธนาคารพาณิชย์ ที่ได้มอบหมายให้ธนาคารตรวจเช็กต่อเส้นเงินของมิจฉาชีพและบัญชีม้า หากมีความเกี่ยวโยงสามารถระงับธุรกรรมหรือยอดเงินนั้นได้ทันที

จนล่าสุดหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันหารือเป็นการด่วนและได้เห็นชอบที่จะปรับกระบวนการวิธีตรวจสอบเส้นเงินใหม่ โดยที่จะไม่ตรวจแบบกวาดทุกเส้นเงินบัญชีม้าเกินความจำเป็น ตัวอย่างเช่นอาจเป็นยอดเงินที่น้อยๆ ซื้อข้าวของเครื่องใช้ รับประทานอาหารไม่ได้จำนวนมาก เป็นต้น โดยธปท.ยอมรับการตรวจสอบต่อเส้นเงินนี้อาจมีผู้ที่บริสุทธิ์ได้รับผลกระทบไปบ้าง และสร้างความเดือดร้อน เพราะต้องมาขอปลดล็อกการระงับ แต่เหตุผลคือต้องการนำเงินมาคืนเหยื่อที่ถูกหลอกลวงไป

แจงวิธีปลดระงับ

หากใครถูกระงับยอดเงินในบัญชี ยอดเงินติดลบ หรือยอดเงินหายไปไม่ครบเหมือนเดิม ล่าสุด ธปท. ได้ให้ธนาคารพาณิชย์ ลดระยะเวลาการปลดการระงับให้เร็วขึ้น โดยไม่ต้องรอให้ถึง 3 วัน หรือ 7 วัน แต่จะใช้เวลาเพียงไม่เกิน 4 ชั่วโมง ก็สามารถปลดล็อกการระงับธุรกรรมได้

สำหรับวิธีการ คือ ธนาคารจะตรวจสอบข้อมูลของผู้ได้รับผลกระทบที่ได้รับจาก ศปอท. โดยเร็วที่สุด ไม่เกินกว่า 2 ชั่วโมง เพื่อส่งกลับให้ ศปอท. ประมวลผล ไม่เกิน 2 ชั่วโมง และนำส่งกลับมายังธนาคารเพื่อปลดระงับธุรกรรม โดยธนาคารจะแจ้งลูกค้าทันที และเร่งปรับการแจ้งผู้ถูกระงับธุรกรรมให้มีความชัดเจน ถึงลักษณะการถูกระงับ และสิ่งที่ผู้ได้รับผลกระทบนั้นต้องทำต่อและให้เป็นมาตรฐานยิ่งขึ้น เช่น อาจแจ้งข้อความผ่านเอสเอ็มเอส หรือแจ้งผ่านโมบายแบงก์กิ้ง

แต่ถ้าโดนระงับธุรกรรมสิ่งที่ต้องทำ คือ 1.เมื่อถูกระงับให้โทรศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ (เอโอซี) 1441 กด 2 2.แจ้งว่าขอปลดระงับธุรกรรมบัญชี 3.แจ้งชื่อนามสกุล ชื่อธนาคาร เลขบัญชีที่ถูกระงับ และบัตรประชาชน 4.ศูนย์เอโอซีจะส่งธนาคารตรวจสอบ วันละ 3 รอบ โดยรอบที่ 1 ช่วงเวลา 11.00 น. รอบที่ 2 ช่วงเวลา 15.00 น. รอบที่ 3 ช่วงเวลา 19.00 น. 5.ถ้าหากได้รับการตรวจสอบแล้วพบว่า ไม่กระทำความผิด ไม่ยุ่งเกี่ยวกับบัญชีม้า จะได้รับการปลดภายใน 4 ชั่วโมงในแต่ละรอบ

ย้ำบางคนถูกอายัด

หลายคนยังเกิดข้อสงสัยที่ว่า ตนเองไม่ได้แค่ถูกระงับยอดเงินแต่เป็นการระงับบัญชีหรือถูกอายัดบัญชี ซึ่งมีความแตกต่างกัน ถ้าหากธนาคารระงับธุรกรรมยอดเงิน จะระงับจำนวนเงินเฉพาะที่โอนออกไปจากบัญชีต้องสงสัยเท่านั้น ไม่ได้ระงับทั้งบัญชีแต่อย่างใด และบัญชีที่ถูกระงับยังสามารถทำธุรกรรมได้อยู่ตามปกติ แต่บัญชีที่ถูกระงับอาจขยายผลต่อไปจนถูกอายัดบัญชีได้หากมีความผิดจริง

กรณีถูกอายัดบัญชีธนาคาร จะต้องมาจากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจและพบว่ากระทำความผิดซึ่งมีหลายกรณี โดยตำรวจจะออกหมายอายัดให้ธนาคารเป็นผู้อายัดบัญชี เมื่อถูกอายัดบัญชีธนาคารแล้ว จะไม่สามารถใช้ธุรกรรมการเงินใดๆ ได้ ซึ่งความแตกต่างคือการอายัดบัญชีมาจากกระทำผิดได้หลายส่วน แต่การระงับธุรกรรมยอดเงินเป็นหนึ่งในมาตรการของ พ.ร.ก.ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือพ.ร.ก.ไซเบอร์เพื่อป้องกันและปราบปรามบัญชีม้า

ขออภัยคนเดือดร้อน

แม้จะเป็นจากความตั้งใจของทางการที่เร่งจัดการบัญชีม้า ไม่ให้หลอกลวงเหยื่อ หรือเร่งสกัดเพื่อไม่ให้ความสูญเสียไปมากกว่าที่เป็นอยู่ และเร่งนำเงินเหยื่อที่ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หรือมิจฉาชีพนำกลับมา ทำให้มีบางคนที่ไม่ได้กระทำความผิดได้รับผลกระทบ แต่ก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้น จน ดร.เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิผู้ว่าการธปท. ต้องออกมาขออภัยคนที่เดือดร้อน

ดร.เศรษฐพุฒิ ระบุว่า “ขออภัยที่สร้างความเดือดร้อนให้ผู้สุจริต เข้าใจคนทำมาค้าขาย หาเงินมาไม่ได้ง่าย ต้องใช้เงินไปหมุน พอเงินถูกระงับ ก็เดือดร้อน ซึ่งต้องขออภัยที่สร้างความลำบากให้คนที่สุจริต เข้าใจคนทำมาหากินไม่ง่าย ลำบาก และก็เข้าใจคนกว่าจะเก็บกว่าจะออม แต่มิจฉาชีพเอาเงินไปหมด เงินหายไปหมดบัญชี ซึ่งเป็นเงินที่จะเอาไว้ใช้ยามเกษียณ มิจฉาชีพเป็นอะไรที่ร้ายแรงมาก เหมือนเป็นมะเร็ง ถ้าปล่อยไปก็จะลาม การที่เราจัดการ เหมือนกับการรักษามะเร็งฉายแสง แต่ถ้าปล่อยไว้ไม่ดีแน่นอน ถ้าปล่อยไว้ คนมองมาก็จะมองว่าไทยเป็นที่สะดวกของมิจฉาชีพ เป็นที่เทาๆ ผลกระทบมหาศาล

ปัญหาการสื่อสาร

ในเรื่องนี้ปัญหาสำคัญคืออยู่ที่วิธีปฏิบัติและการสื่อสารที่อาจไม่เข้าใจ มีความสับสน และขาดการอธิบาย แม้ในส่วนของระบบของการกวาดเส้นเงินจนกระทบผู้บริสุทธิ์ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่ที่สำคัญคือทัพหน้าอย่าง “ธนาคาร” ที่ต้องรับบทจำเลย และทัพหน้านี้เองต้องมีหน้าที่ให้คำแนะนำส่วนแรก เพราะเมื่อคนเดือดร้อนเงินถูกระงับไม่สามารถใช้ได้ สิ่งแรกที่จะทำคือ เดินเข้าธนาคารเพื่อสอบถาม ถ้าหากมีการสื่อสารที่ดีให้กับผู้ที่เดือดร้อน จะทำให้ปัญหาคลี่คลายลงได้

ครั้งนี้…ไม่เหมือนกับครั้งนี้ที่ทำให้เกิดผลเสียกระทบกับความเชื่อมั่นธนาคารจนประชาชนบางส่วนอยากไปถอนเงินสดมาถือไว้ แม้แต่ร้านค้าพ่อค้าแม่ค้าที่เห็นชัดคือ ไม่รับสแกนเงิน เพราะกลัวว่าเงินที่ได้จากการทำมาหากินจะถูกระงับไป ซ้ำเติมปัญหาของธนาคารช่วงเวลาที่ผ่านมาค่อนข้างมาก หลังจากปรับโครงสร้างชำระเงินของประเทศ จากเงินสดมาเป็นดิจิทัลผ่านโมบายแบงก์กิ้ง แอปพลิเคชันการเงินธนาคารต่างๆ แม้จะได้รับความสะดวกสบายแต่ก็มีภัยค่อนข้างมากเช่นกัน

มากไปกว่านั้นอีกกลุ่มที่น่าเห็นใจ คือ ผู้ประกอบธุรกิจ ที่อาจเสียโอกาส สูญเสียทางธุรกิจได้ จากการถูกระงับเงินในบัญชี ไม่มีเงินทุนไปต่อยอด ทำให้การค้าขายอาจถูกกระทบ ซึ่งในส่วนนี้จะเป็น ใคร? ที่จะเป็นผู้ออกมาแสดงความรับผิดชอบมากกว่าแค่ “ขออภัย”

เหนือสิ่งอื่นใด! ประชาชนคนไทย ในทุกระดับชั้นต้องระมัดระวังภัยการเงินที่จะมีมากยิ่งขึ้นในอนาคต โดยต้องรู้จักตระหนักแต่ไม่ตระหนก เฝ้าระวังเรียนรู้จากข่าวสารอยู่เสมอ นอกจากป้องกันให้ไม่ตกเป็นเหยื่อได้แล้ว ยังเรียนรู้วิธีจัดการปัญหาต่างๆ หากเงินในบัญชีของหายออกไปจากบัญชี.

ทีมเศรษฐกิจ