ไม่รู้พรรคไหน เป็นพรรคเด็กกันแน่ หลัง “นายสรวงศ์ เทียนทอง” เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ประกาศต่อหน้าสื่อ พรรคมีมติจะไม่ตั้งใคร เข้าไปเป็นวิปฝ่ายค้าน โดยให้เหตุผลว่า ไม่เห็นด้วยกับจุดยืนพรรคประชาชนที่ไปสนับสนุน พรรคภูมิใจไทย ให้เป็นแกนนำรัฐบาล
ก่อนหน้านั้น “นายภูมิธรรม เวชยชัย” แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงโฉมหน้า ครม.ในรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล หลังได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งว่า น่าจะต้องไป ถามพรรคเด็กเป็นหลัก พรรคที่เขาสนับสนุนส่งเสริมขึ้นมาว่าคิดอย่างไร จนไม่รู้ว่าตัวเองเป็นพรรคอะไร ถามว่า วันนี้เขาพอใจไหม เห็นมีคนที่ ป.ป.ช.ติดขัดอยู่ก็ยังมี ที่มีความเกี่ยวข้องกับหุ้น หรือบริษัทอะไรก็ไปดูเอา ดังนั้นต้อง ไปถามพรรคน้อง ๆ
เข้าใจได้ ถึงความผิดหวัง ของอดีตพรรคแกนนำรัฐบาล แม้จะเคยเสนอโปรไฟไหม้เลือก “นายชัยเกษม นิติสิริ” แคนดิเดต นายกฯ ได้เป็นนายกฯ จากนั้น จะยุบสภาทันที แต่ก่อนหน้านั้นข้อเสนอที่พูดคุยกับแกนนำพรรคประชาชน ก็ไม่มีความชัดเจน ตกเป็นรองพรรคสีน้ำเงิน แต่เมื่อเรื่องมันจบไปแล้ว “นายอนุทิน” เป็นนายกฯเพียงแค่ 4 เดือน บวกกับรักษาการอีกประมาณ 4 เดือน ถามตรง ๆ ทำใจไม่ได้เลยหรือ ทำไมต้องยึดติดกับอำนาจ
กลายเป็นว่า แกนนำพรรคเพื่อไทย เก็บอาการไว้ไม่อยู่ ออกมากล่าวหาโจมตีแกนนำพรรคฝ่ายค้าน ด้วยถ้อยคำต่าง ๆ นานา แม้กระทั่งด้อยค่า เปรียบ เป็นพรรคเด็ก ทั้งที่หลายคนวิจารณ์ ท่าทีอดีตแกนนำพรรคร่วมรัฐบาล หลังพรรคสีส้มไม่ยอมรับข้อเสนอโปรไฟไหม้ ก็เก็บอาการไม่อยู่ โดยเฉพาะ “นายภูมิธรรม” เป็นนักการเมืองอาวุโสแท้ ๆ แต่ทำพลาด ทำหลุดอย่างต่อเนื่อง
อย่างการนำเรื่องทูลเกล้าฯ ขอให้ยุบสภา แต่ก็ไม่มีสัญญาณตอบรับ ทั้ง ๆ ที่เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา เคยเตือนแล้วว่า ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกฯ ทำไม่ได้ก็ยังฝืนทำ รวมทั้งการออกมาบอกให้สังคม ช่วยกันจับตา เรื่องเขากระโดง กับ “ฮั้ว สว.” ก็ถูก “นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล” สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ย้อนถาม ทำไมช่วงมีอำนาจ หรือเป็นรัฐบาล
รักษาการ ทำไมไม่ทำให้จบ ไม่เร่งเพิกถอนเขากระโดง หรือรู้ว่าตามกฎหมายยังทำไม่ได้
เมื่อวันที่ 17 ก.ย. กรมที่ดินออกมาชี้แจง ตอนหนึ่งว่า ศาลปกครองกลางได้มีคำพิพากษาคดีหมายเลขแดงที่ 582/2566 ลงวันที่ 30 มีนาคม 2566 ให้ตั้ง คณะกรรมการสอบสวนตามมาตรา 61 วรรคสอง แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน เพื่อดำเนินการกับที่ดินแปลงอื่น จำนวน 995 แปลง ที่อยู่ใน บริเวณที่การรถไฟฯ อ้างสิทธิ ซึ่งอธิบดีกรมที่ดินได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนฯ ตามคำพิพากษา ดังกล่าวแล้ว คณะกรรมการสอบสวนฯ ได้รวบรวมพยานหลักฐานแล้ว ข้อเท็จจริง ยังไม่ชัดเจนเป็นที่ยุติ ว่าที่ดินเป็นของการรถไฟฯ และการออกโฉนดที่ดินในพื้นที่เขากระโดง เป็นไป โดยชอบด้วยกฎหมาย จึงมีความเห็นไม่สมควร เพิกถอนโฉนดที่ดิน อธิบดีกรมที่ดินได้พิจารณาความเห็นของคณะกรรมการสอบสวนฯ แล้วเห็นชอบด้วย จึงมีคำสั่งให้ยุติเรื่อง
นอกจากนี้ “นายภูมิธรรม” ยังออกมาเปิดประเด็น เรื่องจะทาบทาม “นายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์” สามี น.ส.พินทองทา ชินวัตร มาเป็นแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคเพื่อไทย กลายเป็นว่าทำให้พรรคต้นสังกัด ถูกมองเป็นสมบัติของตระกูล “ชินวัตร” คำถามคือทำไมไม่เปิดโอกาส ให้สมาชิกพรรคได้สรรหาบุคลากรที่ มีความเหมาะสม มาเป็น “แม่ทัพ” เพื่อสู้กับคู่แข่งทางการเมือง ไม่ใช่ทำให้สมาชิกพรรค กลายเป็นเพียงหุ่นยนต์
อย่าลืม การเข้ามาทำหน้าที่นายกฯของ “น.ส.แพทองธาร ชินวัตร” จนต้องพ้นจากตำแหน่ง เพราะ คำวินิจฉัยของศาล รธน. หลังปรากฏคลิปเสียงอดีตนายกฯ สนทนากับ “สมเด็จฮุน เซน” ประธานวุฒิสภากัมพูชา สร้างความเสียหายให้พรรคเพื่อไทยเป็นอย่างมาก นอกจากจะมีปัญหา เรื่องจริยธรรม ติดตัวอยู่ ยังทำให้พรรคแบกรับปัญหาความขัดแย้ง ระหว่างไทย-กัมพูชา ลงไปสู้ศึกเลือกตั้ง
จากนี้คงต้องรอลุ้น พรรคเพื่อไทยจะส่ง ข้อตกลงเอ็มโอเอ ให้ศาล รธน.วินิจฉัยหรือไม่ เพื่อตรวจสอบแกนนำพรรคประชาชนและภูมิใจไทย กระทำการ ขัด รธน.หรือไม่ ทั้งที่แกนนำพรรคสีแดงก็ยอมรับเงื่อนไขในเอ็มโอเอเดียวกัน ดูพฤติกรรมและการกระทำ สังคมไทยคงมองออก ใครเป็นเด็ก ใครมีอาวุโสแล้ว แต่ยังทำเรื่องไร้สาระ และไม่มีวุฒิภาวะ.
“เขื่อนขันธ์”



