วงการแพทย์ไทยก้าวไกล-ทันสมัยไม่แพ้ใคร
พบ “อุ่นใจ…ใกล้หมอ” ใน “เดลินิวส์” กลางเดือนนี้แล้วรับรองว่าได้ประโยชน์จากเนื้อหาสาระที่นำมาเสนอแน่นอน โดยเฉพาะ “ท่านชาย” ที่มีวัยล่วงเลยมาถึง 45-50 ปีแล้ว ด้วยเหตุที่มีข้อมูลน่าเป็นห่วงเกี่ยวกับกรณีที่มีรายงานระบุชัดว่ามีผู้ป่วยจำนวนมากได้เจอฤทธิ์พิษภัยจาก “โรคมะเร็งต่อมลูกหมาก” ถึงขนาดว่าติดอันดับ 4 จากมะเร็งทุกชนิดที่ตรวจพบเลยทีเดียว ดังจะเห็นได้จาก สถิติผู้ป่วยรายใหม่พุ่งทะลุ 7,800 รายต่อปี!!… แถมยังน่าตกใจขึ้นไปกว่านั้นอีกคือ ในจำนวนที่ว่านี้ต้องเสียชีวิตไปกว่า 3,800 คน!!!
จึงเป็นประเด็นที่ท่านชายชาวไทยที่มีวัยเกินกว่า 45-50 ปีไม่ควรประมาท หรือปล่อยให้ท่านเองมีโอกาสเสี่ยงภัย “มะเร็งต่อมลูกหมาก” โดยไม่หาทางสกัดกั้นไว้แต่เนิ่น ๆ แม้ว่าจริง ๆ แล้วท่านที่พึงให้ความสำคัญเรื่องนี้จะอยู่ในกลุ่มที่ “มีประวัติครอบครัว” เจอฤทธิ์ของมันมาก่อน รวมถึงในแง่ “พันธุกรรม” ด้วยอีก ที่ก็ควรต้องยิ่งให้น้ำหนักความสำคัญในการสกัดกั้นป้องกันมิให้มันมาสร้างปัญหาใหญ่ในชีวิตที่เหลืออยู่จะดีที่สุด โดยปัจจุบันนี้วงการแพทย์ในบ้านเราได้ก้าวหน้าไปไกล-ทันสมัยไม่น้อยหน้าใครในโลกใบนี้…ซึ่ง “หมอหน้าเดิม”มีตัวอย่างมาอ้างอิงทั้งในแง่ของ การตรวจคัดกรอง…การมี–การใช้อุปกรณ์การแพทย์ที่ก้าวหน้าด้วยเทคโนโลยีตรวจหาเซลล์มะเร็ง รวมทั้งเทคโนโลยีที่ช่วยให้การตัดตัวอย่างชิ้นเนื้อที่ต่อมลูกหมากไปตรวจทำได้อย่างแม่นยำและครอบคลุมถึง แพทย์ผู้ชำนาญการ–บุคลากรการแพทย์ซึ่งเปี่ยมด้วยประสบการณ์โดยทุกถ้อยคำที่ยกมาเอ่ยถึงนี้…มีจัดเตรียมไว้พร้อมให้บริการที่ “โรงพยาบาลธนบุรี”โดยถือเป็นมาตรฐานในการให้บริการทางการแพทย์ที่นอกจากจะครบครันในด้าน “การตรวจ–วินิจฉัย–รักษา” แล้ว…ยังมุ่งหวังที่จะ “สกัดกั้น” ฤทธิ์พิษภัยจากโรคภัยไข้เจ็บที่เป็นตัวการทำลายสุขภาพและคุณภาพชีวิตของผู้คนอย่างไร้ความปรานีโดยไม่มีการแจ้งเตือน หากไม่ได้รับการดูแลแก้ไขภาวะอาการอย่างทันท่วงทีหรือถูกที่ถูกทาง ก็มีโอกาสได้เจอเคราะห์กรรมซ้ำเติมเพิ่มจากการลุกลามอย่างไม่หยุดยั้งอีกต่างหาก!!!

ตัวอย่างที่มักเกิดขึ้นกับท่านชายผู้มีวัยเกิน 50 ปีแบบไม่รู้ตัวจนกระทั่งมี “สิ่งบอกเหตุ” มาปรากฏ จะมีตั้งแต่… “ความผิดปกติในระบบขับถ่ายปัสสาวะ” และส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันที่สร้างปัญหาทั้งในยามหลับและตื่น!!…เมื่ออดรนทนไม่ไหวจึงไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัย และในที่สุดก็พบปัญหา “ต่อมลูกหมากโต” นำร่องมาก่อนเพียงอย่างเดียว ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการดูแลรักษาจากคุณหมอผู้ชำนาญเฉพาะทางอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นโอกาสในการคลี่คลายปัญหาให้ทุเลาลงไปพร้อมกับเป็นการป้องกันมิให้มันลุกลามบานปลายไปมากกว่านั้น… แต่ก็ไม่แน่เสมอไปว่าจะไม่เจอความวุ่นวายต่อเนื่อง เพราะเหตุที่ไม่มีใครสามารถรู้สึกได้ว่าเซลล์มะเร็งมีการพัฒนาเติบโตในตัวเราตั้งแต่เมื่อใดและอาจกลายเป็น “เรื่องใหญ่” ที่จะสร้างความวิตกกังวลให้ทั้งกับตัวผู้ป่วยและสมาชิกในครัวเรือนอีกด้วย แต่ก็ต้องนับว่าเป็นโชคดีของใครที่เจอปัญหาอย่างที่ว่านี้ เพราะมีความก้าวหน้าทางการแพทย์มาช่วยให้มีกรรมวิธีการตรวจค้นหาด้วยวิธี เจาะเลือด…ตรวจค่า PSA ซึ่งหากตรวจแล้วพบว่าค่า PSA สูงเกินกว่า 4 ก็อาจมีความเป็นไปได้ว่ามี “ไอ้ตัวร้าย” แฝงอยู่ที่ต่อมลูกหมาก และความกังวลจะยิ่งเพิ่มสูงขึ้นเมื่อปรากฏผลตรวจที่ระบุค่า PSA สูงมากขึ้นอีกในการไปตรวจเลือดครั้งต่อ ๆ ไป เพราะนั่นอาจแปลว่า… บุคคลผู้นั้นมีความเสี่ยงสูงยิ่งขึ้นกับการมีเซลล์มะเร็งที่ต่อมลูกหมาก!!!…
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น แพทย์ผู้ชำนาญการก็อาจยังไม่ขอ “ฟันธง” ซึ่งจะด้วยเหตุผลอย่างไรหรือ??…ขอเชิญติดตามจากกรณีตัวอย่างที่มารับการตรวจที่ “โรงพยาบาลธนบุรี” เมื่อไม่นานมานี้ ก็จะทราบความชัดเจนครับ…

‘อย่าเพิ่งกังวล’ แม้ ‘ค่า PSA สูงเกินเกณฑ์’
มีคุณผู้ชายวัย 60 ปีท่านหนึ่งมีนามสมมุติว่า “คุณเอ” ได้เผชิญปัญหา “ต่อมลูกหมากโต” มา 3-4 ปีแล้ว เพียงแต่มันมิได้ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน แต่ด้วยความที่ได้ค้นคว้าหาข้อมูลเพื่อการดูแลระวังมิให้ต่อมเจ้าปัญหานี้เติบโตไปเรื่อย ๆ จึงไปให้คุณหมอคอยตรวจติดตามอาการเป็นระยะ ๆ และมีการเจาะเลือดตรวจค่า PSA เรื่อยมา ซึ่งบางครั้งบางปีก็พบว่ามีค่าสูงเกินเกณฑ์มาตรฐานคือ 4 แต่บางทีก็ตรวแล้วพบค่า PSA สูงถึง 8 ซึ่งคุณหมอได้แนะนำให้เข้ารับการ ตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า หรือ MRI และผลที่ปรากฏหลังจากตรวจแล้วได้รับการเปิดเผยจาก “คุณเอ” ดังนี้…
“…ผล MRI บ่งชี้ว่า…มีชิ้นเนื้อ คือมีจุด ๆ ที่ต่อมลูกหมาก ซึ่งอาจมีความเสี่ยงที่จะไม่ปกติครับ คุณหมอก็เลยแนะนำว่าถ้าอย่างงั้นก็ควรเอาชิ้นเนื้อที่ต่อมลูกหมากไปตรวจดีกว่า จะได้ชัดเจนว่าเป็นอะไรกันแน่… ตอนที่คุณหมอบอกมีความเสี่ยงว่าอาจเป็นเซลล์มะเร็ง…ทำให้ผมรู้สึกตกใจเหมือนกันนะครับ ก็เลยมาตรวจที่ โรงพยาบาลธนบุรี เพราะผมทราบอยู่แล้วว่ามีการตรวจตัดชิ้นเนื้อแบบที่เรียกว่า Fusion Biopsyเพื่อให้ได้ความชัดเจน ตัดชิ้นเนื้อไปตรวจแล้วจะได้รู้ว่ามันเป็นชิ้นเนื้อไม่ดีหรือเป็นชิ้นเนื้อปกติ หรือมีปัญหาที่ต้องดูแลแก้ไขต่อไปอย่างไร… แต่ผลตรวจไม่สามารถระบุให้ชัดเจน ทางห้องแล็บขอนำไปย้อมสี–ตรวจเพิ่มเติม หลังจากนั้นอีก 3-4 วันก็ได้ทราบจากคุณหมอว่าเป็นชิ้นเนื้อที่ปกติ ไม่มีอะไร เพียงแต่มันมีการอักเสบอันอาจเกิดจากสาเหตุได้หลายอย่างซึ่งไม่สามารถบ่งชี้รายละเอียดที่ชัดเจนได้ว่าเกิดจากสาเหตุใด ซึ่งเมื่อผลออกมาว่าไม่ได้เป็นอะไรก็โล่งใจนะครับ…”

การตรวจ-วินิจฉัย เทคโนโลยีเพื่อความกระจ่าง
คุณหมอผู้ชำนาญการด้านโรคทางเดินปัสสาวะ ท่านหนึ่ง คือ“รศ.นพ.สิทธิพร ศรีนวลนัด” ที่ปรึกษา “โรงพยาบาลธนบุรี” ให้ข้อคิดเห็นเกี่ยวกับกรณีนี้ว่า…
“…เมื่อผลออกมาชัดเจนว่าไม่ใช่เซลล์มะเร็ง ก็จะฟันธงไปเลยว่าไม่ใช่ คือการย้อมสีมีทั้งแบบทั่วไปและวิธีย้อมสีพิเศษเพิ่มเติมเพื่อให้ได้ความชัดเจนในเมื่อต้องสงสัยว่าเป็นมะเร็ง และให้คุณหมอพยาธิแพทย์เป็นคนอ่านผลและแปลผลครับ คือปกติเวลาที่เราตรวจหาความผิดปกติของต่อมลูกหมากในกรณีที่อาจจะเป็นมะเร็ง ส่วนใหญ่แพทย์จะทำการซักประวัติ ตรวจร่างกายก่อนว่ามีความผิดปกติอะไรไหมที่ต่อมลูกหมาก แล้วก็จะทำการเจาะเลือดดูค่าเลือดตัวหนึ่งซึ่งเป็นโปรตีนชนิดที่เรียกว่า PSA และมันก็จะบอกได้ระดับหนึ่ง แต่ความแม่นยำมันไม่ได้สูงมากหรอก อาจจะประมาณสัก 10-20-30% อะไรประมาณนี้ครับ…ถ้าจะให้ชัดเจนมากขึ้นแพทย์ก็จะส่งทำ MRI ของต่อมลูกหมาก ซึ่งจะเป็นการใช้ภาพรังสีจากคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ซึ่งเมื่อแปลผลออกมาเป็นภาพลักษณะของต่อมลูกหมากจะชัดเจนมากขึ้น มากกว่าแค่ตรวจร่างกายแล้วก็เจาะเลือดธรรมดาครับ แต่ทั้งนี้หากยังไม่สามารถฟันธงได้ 100% แน่ ๆ ยังไงก็ต้องมาตรวจตัดชิ้นเนื้ออีกทีหนึ่งซึ่งใช้ MRI ควบคู่กับอัลตราซาวด์ ซึ่งการตรวจนี้เป็นเทคโนโลยีที่เรียกว่า Fusion Biopsyนี่จึงจะเป็น การตรวจที่ชัดเจน–แม่นยำ ที่สุดครับ…”

…เห็นหรือยังครับว่าการที่ “โรงพยาบาลธนบุรี” จัดเตรียมศักยภาพและความพร้อมในด้าน เทคโนโลยีก้าวหน้าทันสมัยทางการแพทย์เพื่อให้ได้รับความกระจ่างที่ชัดเจน เหมือนดังเช่นการตรวจ-ตัดชิ้นเนื้อที่ต่อมลูกหมากดังเช่นกรณีของ “คุณเอ” นี้… มิใช่ว่าจะได้ผลแค่ขจัดข้อสงสัยในชิ้นเนื้อตัวอย่างเท่านั้น…หากแต่ยังขจัดความวิตกกังวลให้กับผู้เจอความกังขาและความวิตกกังวลไปพร้อมกัน เหมือนใช้กระสุนนัดเดียวยิงนกได้ทั้งฝูง…ยังไงก็ยังงั้น…
ติดตาม “อุ่นใจ…ใกล้หมอ” ความรู้ที่น่าสนใจโดย “โรงพยาบาลธนบุรี” ครั้งต่อไปในเดือนหน้านะครับ
หมอหน้าเดิม



