ทำเอาหลายคนกรี๊ดกันสนั่นหวั่นไหวเลยทีเดียวสำหรับพระเอกหนุ่มหล่อมากฝีมืออย่าง ภณ–ณวัสน์ ภู่พันธัชสีห์ ที่ไม่ว่าจะปรากฏตัวในผลงานอะไรก็ตาม ก็ได้รับเสียงตอบรับจากแฟน ๆ ที่ดีเสมอ โดยเฉพาะฝีมือการแสดงที่หาตัวจับได้ยาก ก็ทำเอาหลายคนพากันชื่นชมตลอด ล่าสุดหนุ่มภณมาร่วมงานเสวนา “Sustain Daily Talk 2025” หัวข้อ สุขยั่งยืน : ร่วมลงมือทำ สู่แรงบันดาลใจ Sustainable Happines : An Act To Inspire เจ้าตัวก็เปิดใจถึงเรื่องราวการทำงานทั้งหมดของตนเอง

สุขที่ยั่งยืนของภณเป็นแบบไหนเล่าให้ฟังหน่อย?
“สำหรับผมสุขที่ยั่งยืนของผมก็คือ เราต้องยอมรับความจริงก่อนว่ามีสุข และมีทุกข์อยู่แล้ว เราต้องยอมรับความเป็นจริงว่าเดี๋ยวมันก็ผ่านไป เดินทางสายกลาง ต้องอยู่กับปัจจุบันให้ได้ สำหรับผมใส่ใจเรื่องการวิ่ง มันมีหลายขั้นตอนมาก ๆ สู้กับอุปสรรคที่เข้ามา สู้กับใจตัวเอง มันเหมือนอุปสรรคที่เข้ามาในชีวิตเรื่อย ๆ ก่อนถึงเส้นชัย ซึ่งเราต้องแข็งแกร่งพอสมควร ไม่อย่างนั้นจะไม่สามารถชนะได้เลย”
มีวิธีบาลานซ์การทำงานและการจัดการอารมณ์ในการทำงานอย่างไร?
“จริง ๆ ต้องบอกว่างานในวงการบันเทิงมันมีแรงกดดันค่อนข้างเยอะ แต่มันขึ้นอยู่กับเราเลยว่าจะปรับตัวยังไง คือถ้าเราทำเต็มที่เรามีความสุขแล้ว กระแสละครหรือคนชอบผลงานเราจะเป็นอย่างไร ก็ปล่อยวาง เพราะเราจะทุกข์แทน ถ้าเต็มที่กับมันแล้ว ก็ถือว่าต้องยอมรับผลของมัน ส่วนการวิ่งและออกกำลังกาย สำหรับผมมันรู้สึกอย่างหนึ่งว่า อย่างภณทำงาน เราเป็นตัวละครเยอะมาก แต่การเป็นภณและอยู่กับตัวเองมันน้อยมาก ๆ แต่การที่ภณเป็นตัวเองตอนวิ่งอยู่มันคือเราจริง ๆ เพราะภณวิ่งแล้วก็ได้ทำสมาธิไปด้วย เราได้ลบความรู้สึกที่มันทำให้เครียดออกไป เราเลยเลือกวิ่งเพราะมันได้ปล่อยพลังไม่ดีออกมาด้วย”
เป็นคนชอบวิ่งมาก ๆ เห็นว่าใช้รองเท้าจนพื้นรองเท้าสึกเลยค่อยทิ้งจริงไหม?
“จะบอกว่าการวิ่งหลายแบบ เราก็ต้องมีรองเท้าแบบนี้แบบนั้นที่ตอบโจทย์การวิ่งของเราด้วย มันเป็นสิ่งที่ใช้จริง ๆ ซึ่งอะไรที่ไม่จำเป็นหรือไม่เข้ากับเรา แบบนั้นเราก็ไม่เอาไม่ซื้อ อย่างที่คนบอกว่าผมใช้รองเท้าวิ่งจนรองเท้าขาดตรงพื้นทั้งหมด คือเราต้องสลับวิ่ง มีหลายคู่ เราใช้ให้คุ้มค่ากับสิ่งที่เราจะทำ ส่วนในมุมของตัวเองเรื่องสุขภาพ ถ้าเรามีสุขภาพที่ดี เรามีแรงทำอย่างอื่นมากมาย ทั้งเพื่อสังคม สิ่งแวดล้อม แค่นี้ก็เป็นสุขที่ยั่งยืนแล้ว”

อีกหนึ่งอย่างของภณคือชอบไปทำสิ่งดี ๆ เพื่อสังคม บริจาคของในที่ต่าง ๆ เล่าให้ฟังหน่อย?
“ล่าสุดเพิ่งไปเลี้ยงอาหารน้อง ๆ แล้วก็นำนมไปให้น้อง ๆ ด้วย คือไม่ได้ไปเนื่องในโอกาสอะไรแต่เป็นความสุขของเราอีกแบบนึงที่เราอยากจะทำ คือการนำความสุขไปส่งมอบให้กับน้อง ๆ ก็ถือว่าได้ไปทำบุญกับทีมของภณเอง ก็มีไปเลี้ยงอาหารแล้วก็นำนมไปให้น้อง ๆ ครับ เหมือนส่งต่อความสุขให้กับน้อง ๆ มันก็เป็นความสุขอย่างยั่งยืนอีกแบบหนึ่งคือมันก็รวมถึงความสุขที่ได้จากการแบ่งปันด้วย คือเรามีอยู่แล้ว แล้วน้องขาดเราก็ไปเติมในสิ่งที่น้อง ๆ ขาด ก็เป็นความสุขที่ให้ซึ่งกันและกัน เราก็เห็นรอยยิ้มของน้อง ๆ น้องก็ให้ความสุขกลับมากับเราเหมือนกัน”
โปรเจกต์วิ่งของเราต่อไปมีที่ไหนยังไง?
“มีวิ่งก็จะเป็นปีหน้า ช่วงเดือนตุลาคม ส่วนปีนี้ก็พักไว้ก่อนเพราะเพิ่งจบลอนดอนมา ก็อาจจะมีวิ่งในประเทศไทย 10 กิโล 21 กิโล แต่ยังไม่ระยะไกลแบบฟูลมาราธอนเหมือนที่ผ่านมา ก็จะเป็นปีหน้าเลยครับ”
มีระยะเวลาเตรียมตัวเกือบหนึ่งปีเต็มเลย?
“ประมาณปีครึ่งได้ครับ จริง ๆ ตั้งใจอยู่แล้วว่าหนึ่งปีจะไปหนึ่งที่ อันนี้คือปีนี้ไปแล้ว ก็เลยเอาปีหน้า แต่ปีหน้าเขาจัดปลายปี ที่ที่ผมจะไปเขาจัดปลายปีก็เลยโอเค เดี๋ยวไปปลายปีก็ได้ แล้วก็พักสมองพักร่างแต่เราก็ยังซ้อมอยู่นะ เพื่อความฟิตไว้”

สถิติของเราปีนี้เป็นยังไงบ้าง?
“ก็ค่อย ๆ พัฒนาไปเรื่อย ๆ ปีนี้มันก็ดีกว่าปีก่อน ๆ มาสองปีก็ดีขึ้น ค่อย ๆ พัฒนาไปเรื่อย ๆ เป้าหมายต่อไป แค่ 42 กิโลก็พอแล้วครับ เหนื่อย ไม่ไหว มากกว่า 42 กิโลไม่ไหวแล้ว (หัวเราะ) คือ 42 กิโลมันเป็นระยะทางที่ผมรู้สึกว่ามันใช้ร่างกายค่อนข้างเยอะแล้ว คือมันไม่ใช่แค่การวิ่ง 42 กิโล แต่มันวิ่งมากกว่านั้น เพราะว่าเราต้องซ้อมเป็นพัน ๆ กิโล”
ภณเป็นเหมือนแรงบันดาลใจที่ทำให้คนอยากออกไปวิ่ง?
“นี่แหละคือสิ่งที่ผมตั้งใจที่อยากจะส่งมอบ ก็คือแรงบันดาลใจในการดูแลสุขภาพตัวเอง ถึงแม้ต่อให้คุณไม่มีเวลา แต่ผมเชื่อว่าทุกคนมีเวลาเท่ากัน มันก็สามารถที่จะมาดูแลสุขภาพตัวเองได้ เพราะว่าสุขภาพตัวเองสำคัญมาก ๆ เพราะถ้าเราสุขภาพดีแล้วเราก็สามารถทำอะไรก็ได้”

แต่หลายคนก็วิ่งหวังผล ใส่เสื้อดำไปวิ่งกัน?
“ใส่เสื้อดำนะทุกคน แต่ได้หวานใจด้วย อันนั้นผลพลอยได้ (ยิ้ม) คือเราสร้างความสุขให้ตัวเองก่อน สร้างสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงก่อน อันนั้นมันตามมาเอง แต่มันก็อยู่ที่บุคคลด้วย ก็ไม่ได้การันตีแต่ก็อยู่ที่บุคคล ก็ใส่เสื้อดำไปแล้วกันนะครับ (หัวเราะ) แต่ว่าตอนนั้น
เทรนด์นั้นยังไม่มา ก็ใส่เสื้อปกติสีสันปกติ ผลพลอยได้อยู่ที่บุคคล ถ้าชอบในแนวทางเดียวกัน มันก็มีโอกาสมากขึ้นกว่าปกติ”
มีคนทักมาบอกไหมว่าทำตามแล้วได้ผลไหม?
“ถ้ามีก็แสดงความยินดีด้วยนะครับ (หัวเราะ) ผมไม่ทราบเลยว่ามีหรือเปล่า แต่ผมว่าไม่จำเป็นต้องวิ่งหรอก ทำอะไรก็ได้ที่ตัวเองชอบ ถ้าจะเจออยู่ไหนก็เจอเพราะถ้าสมมุติเราทำในสิ่งที่เราชอบ แสดงว่าเราเป็นแบบนั้น แล้วคนประเภทเดียวกันที่ชอบเหมือนกัน ก็จะไปอยู่ในที่เดียวกัน มันมีโอกาสที่จะเจอคนแบบเดียวกันอยู่แล้วมันไม่จำเป็นแค่เรื่องวิ่ง บางคนชอบกิน คุณไปบุฟเฟต์บ่อย ๆ ก็อาจจะเจอคนที่กินไปด้วยกันก็ได้ หรือเปล่า แต่ก็ต้องระวังสุขภาพด้วยนะครับ (หัวเราะ) ถ้าจะกินเยอะขนาดนั้น“

วิ่งสนามหน้าเขา (คุกกี้ ญดา) ไปวิ่งด้วยไหม?
“ก็ไปวิ่งด้วยครับ ก็คือจะเก็บให้ได้พร้อมกัน มาราธอนเมเจอร์ ที่เดี๋ยวนี้ต้องไปเป็นคู่เพราะว่าเราเก็บเท่ากันแล้วไงครับตอนนี้ ผ่านไปสามดาวแล้วเหลืออีกสามดาว”
แสดงว่าเจอกันทุกวันเลย?
“ไม่เชิงทุกวันครับ บางวันก็ไม่เจอ แต่คือตารางซ้อมมันค่อนข้างที่จะมีวันใกล้เคียงกันอยู่แล้ว แต่เวลาซ้อมบางคนอาจจะคิดว่าวิ่งไปหนุงหนิงมุ้งมิ้งกัน ไม่ใช่นะครับ ความเป็นจริงคือต่างคนต่างวิ่ง แล้วมาเจอกันตอนสุดท้าย เพราะว่าโปรแกรมเราไม่เหมือนกัน ความเร็วคนละแบบกัน คือหลังจากวิ่งเสร็จก็ทำคอนเทนต์น่ารัก ๆ แบบที่เห็นกัน คือต้องวิ่งให้เสร็จก่อนไม่งั้นจะรู้สึกติดค้าง คือปกติผมก็จะเข้าเส้นชัยก่อน ผมก็จะประมาณได้ว่าเขาจะเข้าเส้นชัยตอนไหน ผมก็อาจจะรอถ่ายคลิปให้เขา”

อัปเดตผลงานช่วงนี้สักหน่อย?
“เดี๋ยวช่วงปลายปีก็จะมีภาพยนตร์เรื่องพระไม้ รอติดตามได้ ส่วนปีหน้าก็จะมีละครแหละครับ ผมไม่สามารถคอนเฟิร์มได้ว่าเรื่องไหนจะออนแอร์ก่อน แต่คือถ่ายทำเสร็จหมดแล้ว ส่วนเรื่องใหม่รออีกแป๊บนึงครับ ละครถ่ายจบไปแล้วมี 3 เรื่องครับ ก็รอออนแอร์ เป็นพีเรียดหมดเลยครับ ไม่รู้ว่าจะได้ออนแอร์เมื่อไหร่ก็ต้องรอดูจังหวะ ผมก็ถ่ายมาเรื่อย ๆ ช่วงก่อนผมก็ถ่ายแบบ 7 วันอะไรแบบนี้มาเรื่อย ๆ มันออนแอร์ไม่ทันก็กลายเป็นว่าจะเก็บไว้”
ช่วงนี้ก็ถือว่าได้พักนิดนึง?
“พักนิดนึงแต่ก็จะมีพวกงานรีวิว งานอีเวนต์บ้าง ที่คนแซวว่ากลายเป็นพระเอกสายพีเรียดคือช่วงนั้นกลับบ้านไปยังติดพูดแบบพีเรียดอยู่เลย แต่ที่ลึกที่สุดก็น่าจะเป็นเรื่องคุณพี่เจ้าขาฯ ที่จบไปตอนต้นปี ที่เนื้อเรื่องลึกไปจนถึงรัชกาลที่ 3”

ยังมีบทไหนที่อยากท้าทายตัวเองไหม?
“มันก็มีนะ บางทีก็มีติดต่อเข้ามา แต่บางทีก็อาจจะเกินลิมิตตัวเองไปนิดนึง แต่ก็พยายามหาบทที่เราสามารถเล่นได้ และรู้สึกว่าอยากเล่นอยู่ตอนนี้ ที่เกินลิมิตอย่างเช่นแบบเลิฟซีนที่อาจจะหนักไปหน่อย ถามว่าคุกกี้เขาหวงไหมก็ไม่ครับอันนี้ไม่เกี่ยว ในพาร์ตการแสดงผมเต็มที่ได้อยู่แล้ว แต่แค่อาจจะเกินไปนิดนึง คือละครที่เสนอ พี่หน่อง ผู้จัดการ ก็จะสแกนก่อนอยู่แล้ว แล้วผมก็จะมาดูอีกทีว่าเราอยากเล่นจริงหรือเปล่า เพราะว่าการจะทำผลงานให้มันดีมันก็ต้องอยู่ที่ใจเราชอบด้วย”
บทบู๊หนัก ๆ เล่นหรือยัง?
“บทบู๊หนัก ๆ ผมว่าสมัยเอ๊าะ ๆ อยู่ผมก็บู๊เยอะอยู่นะ (ยิ้ม) ตอนที่จบมาใหม่ ๆ ก็คือบู๊แบบจริงจังมาก ๆ มาแล้ว มวยไทยก็มีมาแล้ว แต่บู๊แบบมีปืนก็ยังมีอยู่ยังรอออนแอร์ แค่ยังไม่เห็นเท่านั้นเอง แต่ถ้าบู๊ตอนนี้อีกก็อาจจะมีคิดนิดนึง อาจจะนั่งคิดนิดหน่อย ขอเวลาคิดทำใจนิดนึงว่าจะไหวหรือเปล่า”
จริง ๆ เรื่องเลิฟซีนแฟน ๆ อาจจะอยากเห็นก็ได้ มีโอกาสที่จะปลดล็อกตรงนี้ไหม?
“ปลดล็อกตัวเองได้ไหมหรอ แต่ว่าเป็นอีกแบบนึงที่ในพาร์ตของวาย”

มีซีรีส์วายติดต่อมาบ้างไหม?
“มีอยู่แล้ว แต่คือผมไม่ได้ติดนะที่จะเล่นซีรีส์วาย คือมันก็เป็นหนึ่งในพาร์ตการแสดง แต่พาร์ตการแสดงมันก็ต้องมีลิมิตในแบบของตัวเองด้วย ผมก็มองว่าถ้าผมทำแล้วรู้สึกผมทำได้ไม่เต็มที่อย่างที่เขาต้องการ มันก็จะเป็นความทุกข์ของผม ก็รู้สึกว่าให้คนที่มีความพร้อมจริง ๆ ในการเล่นดีกว่า เพราะว่าผมทำไปผมก็คงทำได้ไม่เต็มที่ และอาจจะมีความกังวล คงทำออกมาไม่ดี ก็คือรอไปก่อน รอบทที่ใช่ แล้วเดี๋ยวเจอกันครับ”
แหม…ยิ่งได้พูดคุยกับหนุ่มภณก็ยิ่งรู้สึกว่าเขาเป็นอีกหนึ่งคนที่หล่อ เท่ และครบเครื่องจริง ๆ ไม่ว่าจะทัศนคติหรือการทำงาน แบบนี้ฝากเป็นกำลังใจให้หนุ่มภณในทุก ๆ ผลงานด้วยนะจ๊ะ.
เรื่อง-ภาพ : สมคิด แซ่คู



