หากเอ่ยถึงร้านก๋วยเตี๋ยวรสเด็ดแห่ง อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ชื่อของ “ก๋วยเตี๋ยวดงมูลเหล็ก สารวัตรพงศ์” ที่ตั้งอยู่บริเวณห้าแยกปากเกร็ด ถนนแจ้งวัฒนะ จ.นนทบุรี คือหนึ่งในตำนานที่ลูกค้าจำนวนมากต่างให้การยอมรับ แต่เบื้องหลังความอร่อยและรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์นี้ คือเรื่องราวการสู้ชีวิตของข้าราชการตำรวจผู้ทุ่มเท และภรรยาคู่ชีวิตผู้เป็นกำลังสำคัญที่ช่วยกันสร้างความมั่นคงให้ครอบครัวมานานกว่า 30 ปี

เจ้าของร้านคือ พ.ต.ต.พงศ์ศักดิ์ จูมแพง หรือ “สารวัตรพงศ์” สารวัตรปราบปราม สถานีตำรวจภูธรบางใหญ่ จ.นนทบุรี ผู้ที่เคยได้รับรางวัลดีเด่นในฐานะสารวัตรปราบปรามยาเสพติดมาแล้วมากมาย ในเวลาราชการเขาคือผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ที่ทำงานบริการช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ แต่หลังออกเวร เขาจะเข้าครัวช่วยภรรยาขายก๋วยเตี๋ยว หั่นเนื้อ หั่นหมู และเสิร์ฟอาหารให้ลูกค้าในร้านได้อิ่มอร่อยและมีรอยยิ้ม

“สารวัตรพงศ์” เล่าถึงจุดเริ่มต้นกว่าจะมาถึงวันนี้ว่า ตลอดระยะเวลา 28 ปี ในชีวิตราชการตำรวจ ลำพังเงินเดือนเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายในครอบครัว โดยเฉพาะเมื่อมีลูก 2 คนที่ต้องดูแล ภรรยาเคยทำงานเป็นเลขาฯ บริษัทส่งออก จึงตัดสินใจลาออกมาเป็นแม่บ้านเลี้ยงลูก พร้อมกับมองหาช่องทางหารายได้เสริมเพื่อแบ่งเบาภาระของสามี

การสู้ชีวิตของภรรยา เริ่มต้นจากการขายน้ำต้มสมุนไพรหลากหลายชนิด เช่น น้ำเก๊กฮวย น้ำสำรอง ที่สามารถสร้างรายได้สูงถึงเดือนละ 5-6 หมื่นบาท ก่อนจะเปลี่ยนมาขายลูกชิ้นปิ้งริมทางกลางแจ้งข้างกรมการกงสุล และศูนย์ราชการ ถนนแจ้งวัฒนะ ในช่วงนั้นตนยังมียศเป็น “ผู้กอง” ทุกวันที่ไม่ได้เข้าเวร ตนจะขับรถไปช่วยภรรยาตั้งร้านตั้งแต่เช้ามืด และเมื่อออกเวรตอน 08.00 น. ก็จะมาช่วยขายต่อจนถึงเที่ยง ก่อนจะกลับไปพักผ่อน

หลังจากการเก็บหอมรอมริบมาได้ประมาณหนึ่ง ตนกับภรรยาตัดสินใจลงทุนครั้งสำคัญ โดยเปิดร้าน “ก๋วยเตี๋ยวดงมูลเหล็ก” เป็นครั้งแรกเมื่อ 8 ปีก่อน บนถนนเลี่ยงเมืองนนทบุรี-ปากเกร็ด ที่ผ่านมา ส่งลูกสาวคนโตเรียนจบวิศวกรรมศาสตร์ จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และปัจจุบันแต่งงานมีครอบครัวย้ายไปอยู่ประเทศเนเธอร์แลนด์ ส่วนลูกชายคนเล็กได้เข้าศึกษาจนจบหลักสูตรนักเรียนเตรียมทหารรุ่น 57 และนักเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้ารุ่น 68 ปัจจุบันติดยศ ร้อยเอก เคยปฏิบัติหน้าที่ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ก่อนจะย้ายกลับมาเป็นนายทหารปกครอง ณ โรงเรียนนายร้อย จปร. จังหวัดนครนายก

กระทั่งเมื่อสัญญาเช่าร้านที่เดิมหมดลงวันที่ 31 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ตนและครอบครัวต้องเผชิญกับการลงทุนครั้งใหม่ โดยตนได้กู้เงินจากสหกรณ์มา 360,000 บาท และลูกชายกู้เงินจากธนาคารมาสมทบอีก 200,000 บาท เพื่อบูรณะปรับปรุงร้านใหม่ ณ ที่ตั้งปัจจุบัน และได้เปิดให้บริการอีกครั้งเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา เดิมทีทางร้านจะชื่อ “ก๋วยเตี๋ยวดงมูลเหล็ก ผู้กองพงศ์” พอตนได้เป็นสารวัตรมา 2 ปี ก็มีผู้ใหญ่แนะนำให้เปลี่ยนชื่อร้านเลื่อนยศใหม่เป็น “ก๋วยเตี๋ยวดงมูลเหล็ก สารวัตรพงศ์”

สารวัตรพงศ์ กล่าวอีกว่า ร้าน “ก๋วยเตี๋ยวดงมูลเหล็ก สารวัตรพงศ์” เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 07.00-17.00 น. ส่วนตนเองทำหน้าที่ช่วยภรรยาไปจ่ายตลาดตอนเช้ามืดและกลับมาเตรียมของขายตั้งแต่ 04.00 น. จนถึงเวลา 07.00 น. หลังจากนั้นจะไปเข้าเวรที่ สภ.บางใหญ่ หากวันไหนไม่มีภารกิจต่อเนื่อง ตอนเย็นจะกลับมาช่วยเก็บร้าน ส่วนวันหยุดเสาร์และอาทิตย์ ตนและลูกชายจะมาช่วยงานที่ร้าน ทำหน้าที่หั่นเนื้อ หั่นหมู หั่นผัก เสิร์ฟอาหาร สำหรับอาชีพขายก๋วยเตี๋ยว ถือเป็นงานบริการประชาชนอีกช่องทางหนึ่ง ได้พบปะและพูดคุยกับชาวบ้าน

“ที่ผ่านมา ตนจะไม่เอาเวลาราชการมาทำเรื่องส่วนตัวอย่างเด็ดขาด อาชีพขายก๋วยเตี๋ยวถือเป็นงานบริการประชาชนอีกช่องทางหนึ่ง ได้พบปะและพูดคุยกับชาวบ้าน โดยส่วนตัวมองว่า การหารายได้เสริมมาจุนเจือครอบครัวเป็นอาชีพที่สุจริต ซึ่งตนและครอบครัวยึดหลักใช้ชีวิตแบบพอเพียง ตนคิดว่าคนเราไม่ว่าจะเป็นข้าราชการหรือประชาชนทั่วไป ทุกคนมีโอกาสสู้ คือการสู้ชีวิต.. ถ้ารู้จักทำมาหากิน ขยัน อดทน ก็จะสามารถเลี้ยงตัวเองและเลี้ยงครอบครัวได้” สารวัตรพงศ์ กล่าวทิ้งท้าย
นิยายชีวิต โดย : อสงไขย
เรื่องและภาพโดย : สาโรจน์ สว่างศรี จ.นนทบุรี
[[คลิก]] อ่านเรื่องราว “นิยายชีวิต” ได้ที่นี่..



