ทั้งนี้ เรื่องจริงกรณี “ฐานใหญ่โจรไซเบอร์อยู่ในเขมร” โดยที่ “สร้างความเดือดร้อนต่อชาวโลกไม่น้อย” ซึ่งมีหลายประเทศรุมชี้รุมแฉนั้นถึงวันนี้ “รัฐบาลไทยชุดปัจจุบันคิดอ่านใช้เรื่องนี้เสริมความชอบธรรมของไทยในการปกป้องอธิปไตยไทยได้แค่ไหน??” ก็ดังที่เห็น ๆ… อย่างไรก็ตาม สำหรับประชาชนคนไทยเรา ๆ ท่าน ๆ กับเรื่อง “โจรไซเบอร์แก๊งสแกมเมอร์แก๊งคอลเซ็นเตอร์”นี่…วันนี้ ณ ที่นี้จะ“ชวนดูในมุมคำศัพท์”

มาดู “คำต่าง ๆ ที่ยึดโยงเรื่องร้ายนี้”

คำที่ “ยิ่งคุ้นหูคุ้นตากันมากก็ยิ่งไม่ดี!!”

เกี่ยวกับ “คำศัพท์” ต่าง ๆ ที่ยึดโยงกรณี “โจรไซเบอร์”นั้น จากที่ทาง “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” ได้ลองประมวลสรุปจากข้อมูลที่มีสอดแทรกอยู่ในรายงานข่าวเรื่องนี้-ในข่าวที่มีปรากฏออกมาต่อเนื่อง ก็พอจะแบ่งเป็น “กลุ่มคำ” ได้ดังต่อไปนี้…

เริ่มจาก “กลุ่มคำศัพท์หลัก” โดยกลุ่มนี้ที่มักจะปรากฏออกมาให้ได้เห็น-ให้ได้ยินกันนั้น ประกอบไปด้วย… แก๊งคอลเซ็นเตอร์ (Call Center Gang) ที่เป็นคำที่นำมาใช้เรียก กลุ่มมิจฉาชีพที่ใช้โทรศัพท์เป็นเครื่องมือหลักในการหลอกลวงเหยื่อ และมักทำงานในรูปแบบการเป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ, วิชชิ่ง (Vishing)คำนี้มาจากการรวมกันของ 2 คำ นั่นคือคำว่า Voice กับ Phishing ซึ่งเป็นคำที่นำมาใช้เรียก การหลอกลวงเพื่อให้ได้ข้อมูลส่วนตัวหรือข้อมูลทางการเงินผ่าน “เสียง” หรือ “การพูดคุยทางโทรศัพท์” โดยคำ ๆ นี้เป็นศัพท์เทคนิคที่นำมาใช้เรียกการกระทำของแก๊งคอลเซ็นเตอร์โดยตรง

สแกมเมอร์ (Scammer)นี่เป็นคำรวม ๆ ที่ใช้เรียก “ตัวมิจฉาชีพ” หรือ “นักต้มตุ๋น” ที่ก่อเหตุหลอกลวงทางโลกออนไลน์ โดยไม่ได้จำกัดแค่เฉพาะแก๊งคอลเซ็นเตอร์, บัญชีม้านี่เป็นคำไทยที่ใช้เรียก บัญชีเงินฝากธนาคารที่เจ้าของบัญชีตัวจริงเปิดให้มิจฉาชีพใช้เป็นทางผ่านในการรับและถ่ายโอนเงินที่ได้จากการหลอกลวง เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่, ซิมม้านี่เป็นคำที่ใช้เรียก ซิมการ์ดโทรศัพท์มือถือที่ถูกเปิดใช้งานในชื่อของบุคคลอื่น หรือ “ม้า” แล้วนำไปให้มิจฉาชีพใช้โทรฯ หรือส่ง SMS หลอกลวงเหยื่อ เพื่อปกปิดตัวตนที่แท้จริง …เหล่านี้เป็นศัพท์เกี่ยวข้องกับกรณี “โจรไซเบอร์”

เป็น “ศัพท์หลัก” ที่มักปรากฏในข่าว

ต่อด้วย “กลุ่มคำศัพท์เทคนิคและวิธีการ” ที่เกี่ยวโยงกับ “โจรไซเบอร์” ซึ่งมีอาทิ… วิศวกรรมทางสังคม (Social Engineering) ที่เป็นหลักการทางจิตวิทยา โดยมิจฉาชีพมักใช้เพื่อ ปั่นหัวโน้มน้าวเหยื่อ ซึ่งวิธีการหรือเทคนิคที่ใช้มีตั้งแต่สร้างความกลัว เช่น ขู่ว่าพัวพันคดี หรือสร้างความโลภ เช่น หลอกว่าได้รับรางวัล หรือทำให้เหยื่อเห็นใจ เพื่อให้หลงเชื่อและทำตามคำสั่ง, การปลอมแปลงเบอร์โทรศัพท์ (Caller ID Spoofing)คือการใช้เทคโนโลยี VoIP หรือเทคนิคอื่น ๆ เพื่อ ปลอมแปลงหมายเลขโทรศัพท์ ที่แสดงบนหน้าจอของเหยื่อ ให้เป็นเบอร์หน่วยงานราชการจริง ๆ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้เหยื่อหลงเชื่อ

การปลอมแปลงเสียงด้วยเอไอ (Deepfake Audio หรือ Voice Cloning)คือการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ (AI) ที่สามารถ เลียนแบบหรือโคลนเสียง ของบุคคลใดบุคคลหนึ่งได้อย่างแนบเนียน ซึ่งมิจฉาชีพจะนำมาใช้ปลอมเป็นเสียงคนรู้จักของเหยื่อ เช่น คนในครอบครัว หัวหน้างาน เพื่อโทรฯ หลอกเอาเงิน, แอปพลิเคชันควบคุมระยะไกล (Remote Access Application)โดยมิจฉาชีพจะหลอกให้ติดตั้งบนสมาร์ทโฟน อ้างว่าช่วยตรวจสอบข้อมูล หรือแก้ไขปัญหาให้ แต่แท้จริงแล้วแอปฯ นี้จะทำให้มิจฉาชีพ ยึดและควบคุมโทรศัพท์ของเหยื่อได้จากระยะไกล เพื่อจะเข้าไปโอนเงินออกจากบัญชี

นี่เป็น “ศัพท์เทคนิค” ที่มักพบในข่าว

กลุ่มต่อมาคือ “กลุ่มคำศัพท์เกี่ยวกับตัวละครและบทบาท” อาทิ… ลำดับสาย เช่น สายที่ 1 สายที่ 2 สายที่ 3ซึ่งเป็นคำที่นำมาใช้เพื่อการ อธิบายถึงขั้นตอนการทำงานของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่มีการแบ่งหน้าที่กันทำอย่างเป็นระบบ ยกตัวอย่างเช่น สายที่ 1 จะทำหน้าที่เปิดเรื่อง โดยมักจะอ้างว่าเป็นพนักงานหรือเจ้าหน้าที่หน่วยงานต่าง ๆ เพื่อสร้างเรื่องราวเริ่มต้น จากนั้นภารกิจของสายที่ 2 ก็จะเริ่ม ซึ่ง สายที่ 2 จะรับเรื่องต่อข่มขู่ โดยมักจะอ้างตัวเป็นตำรวจระดับสูง หรือเจ้าหน้าที่รัฐ เพื่อกดดันให้เหยื่อรู้สึกกลัว จนไปถึงสายที่ 3 โดย สายที่ 3 จะทำหน้าที่ปิดจ๊อบ ซึ่งมักอ้างเป็นผู้มีอำนาจสูงสุด…

ลวงให้โอนเงิน อ้างว่าเพื่อตรวจสอบ

ทั้งนี้ นอกจากคำศัพท์ 3 กลุ่มข้างต้นแล้ว ก็ยังมี “คำศัพท์อื่น ๆ ที่ก็มักปรากฏในข่าวเกี่ยวกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์” อาทิ… เสา หรือเครื่องแปลงสัญญาณ (Gateway หรือ SIM Box)ที่เป็นคำใช้เรียกอุปกรณ์สำหรับใช้ลักลอบนำสัญญาณโทรศัพท์จากต่างประเทศเข้ามาในไทย เพื่อทำให้การโทรฯ ของมิจฉาชีพไม่ผ่านเครือข่ายระหว่างประเทศ และมีต้นทุนถูกลง ซึ่งมักติดตั้งตามแนวชายแดน, กลโกงแบบผสมผสาน หรือไฮบริดสแกม (Hybrid Scam)นี่เป็นรูปแบบที่ขบวนการเหล่านี้มักจะใช้ เช่น เริ่มจาก หลอกให้รัก (Romance Scam) แล้วพัฒนาไปสู่การหลอกให้ลงทุน (Investment Scam) เป็นต้น

เหล่านี้คือ “ศัพท์โจรออนไลน์ไซเบอร์”

ศัพท์ที่ “ต้องลุ้นไม่ให้ยิ่งเป็นศัพท์คุ้น”

เพราะ “ยิ่งคุ้นก็คือโจรชั่วมันยิ่งร้าย!!”.

ทีมสกู๊ปเดลินวส์