ทั้งนี้ ปรากฏการณ์ “มหากาพย์ไลฟ์ขายของที่สร้างความตื่นตะลึง” ดังกล่าวนี้ ก็ได้มีนักวิชาการ “ถอดรหัส–ไขรหัส” นำมาเป็นกรณีศึกษา และสะท้อน “หลักทำการค้าออนไลน์”ในไทย ในปัจจุบันนี้…
มีการชี้ “โอกาสของธุรกิจในยุคนี้”
แม้จะธุรกิจเล็กก็ “มีสิทธิ์แจ้งเกิด”
โดย “สำคัญคือจับจุด–จับทางได้??”

ผศ.ดร.ภูษิต วงศ์หล่อสายชล
เกี่ยวกับเรื่องนี้กรณีนี้… ทาง ผศ.ดร.ภูษิต วงศ์หล่อสายชล รองคณบดีบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญด้านกลยุทธ์สื่อสารการตลาด ก็ได้มีการวิเคราะห์ปรากฏการณ์ไลฟ์ขายของที่เป็นกระแสอื้ออึง เพื่อ “ถอดรหัส-ไขรหัส…เป็นกรณีศึกษา” และได้สะท้อนผ่าน “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” มาว่า… คงไม่มีใครปฏิเสธว่า การไลฟ์ขายของคือทางรอดและโอกาสของธุรกิจรายย่อยในยุคนี้ เพียงแต่ คำถามสำคัญคือ “จะทำอย่างไรให้ปัง?” เหมือนที่เกิดขึ้นหลายกรณี รวมถึงกรณีเจนนี่ ที่สร้างปรากฏการณ์จากการไลฟ์ขายสินค้า …ทางนักวิชาการท่านนี้สะท้อนเกริ่นไว้ในชั้นต้น
พร้อมระบุถึงการนำ “ปรากฏการณ์เจนนี่” มาวิเคราะห์ถอดรหัส โดยบอกว่า… สิ่งที่พบจากกรณีนี้คือ ในโลกแห่งการไลฟ์ขายสินค้า “หัวใจสำคัญ” อาจไม่ได้อยู่ที่สินค้า แต่กลับเป็น “คนขาย–เจ้าของไลฟ์” ที่เป็น “จุดแข็ง–จุดเด่น” ที่ทำให้เกิดอิทธิพลได้มากกว่าตัวของแบรนด์หรือตัวสินค้า เนื่องจาก “เจ้าของไลฟ์–คนขาย” นั้น สามารถที่จะสื่อถึงประเด็น“ความจริงใจ (Authenticity)”กับ “เรื่องราว (Story)” ได้มากกว่า ทำให้คนที่ติดตามหรือผู้ชมไลฟ์อยากอยู่ในไลฟ์นาน ๆ
นอกจากนั้น ทางกูรูผู้เชี่ยวชาญท่านเดิมก็ยังได้สะท้อนการวิเคราะห์ “ปรากฏการณ์เจนนี่” มาอีกว่า… ปรากฏการณ์นี้สามารถถอดรหัสเป็นบทเรียนที่เป็นประโยชน์สำหรับผู้ประกอบการ เพื่อนำไปปรับใช้ให้เป็นประโยชน์กับธุรกิจหรือแบรนด์
บทเรียนกรณีนี้มี “L-I-V-E”ดังนี้…

เริ่มจาก… “L” ที่ย่อมาจาก Learn the Rules ที่หมายถึง “การเรียนรู้กติกา” โดยทางอาจารย์ภูษิตขยายความว่า… ก่อนจะเริ่มต้นใช้งานการไลฟ์ ทางผู้ประกอบการ หรือพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ จะต้องศึกษากฎของแพลตฟอร์มให้ชัดเจนก่อน เช่น คำต้องห้าม, เพลงที่อาจละเมิดลิขสิทธิ์, การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงข้อห้ามอื่น ๆ ของแพลตฟอร์มนั้น ๆ เพราะถ้าไม่ศึกษาให้ดี ๆ และพลาดทำผิดกฎ จนถูกแพลตฟอร์มนั้น ๆ แบน ก็จะสูญเสียโอกาส หรือสูญเสียช่องทางทำกินหลักได้
ถัดมาคือ… “I” ย่อมาจาก Inspire with Story ที่หมายถึง “การสร้างแรงบันดาลใจด้วยเรื่องราว” ที่ถือเป็นหัวใจสำคัญของการขายผ่านการไลฟ์รูปแบบนี้ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ประกอบการที่เป็นธุรกิจชุมชน หรือสินค้าโอทอป โดยคำแนะนำก็คือ อย่าเริ่มต้นด้วยการขายของเลย แต่เริ่มด้วยเรื่องราว เช่น ทำไมสินค้านี้ถึงสำคัญ สินค้าชิ้นนี้มีที่มาอย่างไร เป็นต้น
“ทุกวันนี้ คนดูไลฟ์ในแบบ Shoppertainmentกันเป็นหลัก ซึ่งศัพท์คำนี้เกิดจากการนำคำว่า Shopping กับEntertainmentมารวมกัน เพื่อที่จะใช้อธิบายถึงพฤติกรรมความต้องการความบันเทิงที่ผสมผสานเข้ากับการช็อปปิ้งของผู้บริโภคยุคใหม่ ซึ่งผู้ประกอบการหรือเจ้าของแบรนด์ที่ต้องการใช้งานจากพลังเรื่องนี้ ต้องจับจุดให้ได้ว่าเรื่องที่เล่าในไลฟ์นั้นต้องสามารถสร้างสีสันและดึงคนดูให้อยู่ในไลฟ์นานที่สุดได้” …เป็นคำแนะนำจากทาง ผศ.ดร.ภูษิต
ต่อมาคือ… “V” ย่อมาจาก Verify the System ที่หมายถึง “การตรวจสอบระบบหลังบ้าน” โดยยอดขายมหาศาลจะไร้ค่าทันทีถ้าระบบล่ม เรื่องนี้ก็ ต้องเตรียมความพร้อมให้ดีที่สุด เพื่อป้องกันปัญหา รวมถึงดราม่าด้วย และสุดท้าย… “E” ย่อมาจาก Engage Authentically ที่หมายถึง “การสื่อสารอย่างจริงใจ” ซึ่งผู้ชมไลฟ์อยากเห็นการ มีความเป็นธรรมชาติ ดังนั้นขณะทำการไลฟ์ผู้ไลฟ์ไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบตลอดเวลา แต่ควร เน้นสร้างความเชื่อมั่นดีกว่า …นี่ก็เป็นเทคนิคสำคัญ
และหากโฟกัสเฉพาะ “ปรากฏการณ์เจนนี่” กับ “ปัจจัยความสำเร็จ” ทางนักวิชาการมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยท่านเดิมได้วิเคราะห์ และชี้ว่า… ยังมีปัจจัยมาจาก “3R”ได้แก่… “Real” หรือ ความจริงหมายถึงความจริงใจและไม่สร้างภาพ เช่น กล้าพูดถึงปัญหา กล้านำเสนอตัวตนของแบรนด์ตรงไปตรงมา, “Rhythm” หรือ จังหวะ โดยการไลฟ์แต่ละครั้งทางนักร้องชื่อดังเน้นใช้การพูดจังหวะเร็ว ๆ ซึ่งดึงอารมณ์ผู้ชม และก็ดูจะมีเทคนิคที่เรียกว่า FOMO (Fear of Missing Out) ที่กระตุ้นให้คนรีบตัดสินใจซื้อไว ๆ โดยยึดโยงพฤติกรรมผู้ชมไลฟ์ที่ไม่อยากตกกระแส และอีก R คือ “Relationship” หรือ ความสัมพันธ์ซึ่งเรื่องนี้ทำให้แฟนคลับเกิดความรู้สึกที่อยากจะซับพอร์ต หรือทำให้ผู้ชมไลฟ์รู้สึกเหมือนได้เป็นส่วนหนึ่งของชุมชนนั้น ๆ
ทั้งนี้ ผศ.ดร.ภูษิต วงศ์หล่อสายชล สะท้อนทิ้งท้ายกับ “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” ถึงคนเป็นผู้ประกอบการด้วยว่า… ก่อนตัดสินใจเรื่องใด ๆ ทางธุรกิจ ต้องยึดหลัก “คุ้ม และรอบคอบ” ซึ่งกับการไลฟ์แม้จะคุ้มในแง่การสร้างแบรนด์ให้คนรู้จักมากขึ้น แต่ก็ต้องคำนวณต้นทุนดี ๆ ทั้งค่าคอมมิชชั่นแพลตฟอร์ม ค่าขนส่ง ค่าของตีกลับ และภาษี เพื่อป้องกันปัญหาย้อนหลังนั่นเอง
เหล่านี้เป็น “แง่มุมวิชาการที่น่าสนใจ”
น่าคิด “ในยุคที่ไลฟ์ขายของกันมาก”
เป็นอีก “หลักทำธุรกิจให้ปัง–ไม่พัง!!”.
ทีมสกู๊ปเดลินิวส์



