ได้เวลาทางคู่สายใหม่ล่าสุดของประเทศไทย รถไฟทางคู่ช่วงชุมทางหาดใหญ่-สุไหงโก-ลก ระยะทาง 215 กม. วันที่ 7 พ.ย. 2568 การรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) จะลงนามสัญญาว่าจ้างกลุ่มที่ปรึกษา เทสโก้ จำกัด วงเงิน 69.98 ล้านบาท ศึกษาความเหมาะสม (Feasibility Study) ทางด้านเศรษฐกิจ วิศวกรรม และสิ่งแวดล้อม ใช้เวลาศึกษา 360 วัน หรือประมาณ 1 ปี

เพื่อเชื่อมโครงข่ายรถไฟทางคู่ ระยะ(เฟส)ที่ 2 ช่วงสุราษฎร์ธานี-ชุมทางหาดใหญ่ และช่วงชุมทางหาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ รวมถึงโครงข่ายทางรถไฟกับประเทศมาเลเซีย

กลุ่มที่ปรึกษาจะต้องศึกษาความเหมาะสมทั้งด้านเศรษฐกิจ วิศวกรรม และสิ่งแวดล้อมตามแนวเส้นทางเดิม และแนวเส้นทางใหม่ที่มีความเหมาะสมที่สุด พร้อมออกแบบ และจัดทำรูปแบบเบื้องต้น (Preliminary Design) ตลอดจนประมาณราคาค่าก่อสร้าง และจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น (IEE) รวมทั้งการมีส่วนร่วมของประชาชนด้วย
คาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณเดือน พ.ย.2569 จากนั้นจะจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม(EIA) ช่วงเดือน มิ.ย.2569-พ.ค.2570 เสนอกระทรวงคมนาคมพิจารณาประมาณเดือน มิ.ย.-ส.ค.2570 ก่อนเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.) ประมาณเดือน ก.ย.-ธ.ค.2570

หากที่ประชุม ครม. มีมติอนุมัติโครงการฯ รฟท. จะเสนอร่างพระราชกฤษฎีกาเวนคืน ใช้เวลาประมาณ 10 เดือน (ม.ค.-ต.ค.2571) สำรวจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการเวนคืนเดือนพ.ย.2571-ม.ค.2572 ประเมินราคาอสังหาริมทรัพย์ และจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินเดือน ก.พ.2572-ก.ค.2573 พร้อมจัดทำเอกสารร่างขอบเขตงาน(TOR) และราคากลางคู่ขนานกันไปช่วงเดือน ม.ค.-เม.ย.2571 เปิดประกวดราคาก่อสร้างโครงการฯ เดือน พ.ค.-ส.ค.2571 และจัดจ้างที่ปรึกษาควบคุมงานก่อสร้างเดือน ก.ย.2571-ม.ค.2572 เริ่มก่อสร้างปี2572 เปิดบริการประมาณปี 2577
โครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ช่วงชุมทางหาดใหญ่-สุไหงโก-ลก วงเงินประมาณ 3.4 หมื่นล้าน จุดเริ่มต้นกม.928+580 บริเวณชุมทางหาดใหญ่ สิ้นสุดที่ กม.1142+990 ผ่านพื้นที่ 4 จังหวัด สงขลา, ปัตตานี, ยะลา และนราธิวาส รวม 13 อำเภอ 53 ตำบล เบื้องต้นมี 27 สถานี 7 ที่หยุดรถ แต่ละสถานีออกแบบเน้นอัตลักษณ์ของท้องถิ่นนั้นๆ


ปัจจุบันเส้นทางรถไฟช่วงชุมทางหาดใหญ่ – สุไหงโก-ลก เป็นทางเดี่ยว สิ้นสุดที่สะพานรถไฟข้ามแม่น้ำโก-ลก บริเวณพรมแดนไทย-มาเลเซีย ในการประชุมหารือทวิภาคีด้านคมนาคมขนส่งระหว่างไทยและมาเลเซีย เมื่อเดือน พ.ค.2568 ในรัฐบาลชุดที่แล้ว
ไทย-มาเลเซีย มีมติเห็นชอบร่วมกันให้ผลักดันรื้อฟื้นเส้นทางรถไฟสายสุไหงโก-ลก – รันเตาปันยัง รัฐกลันตัน ซึ่งเคยเป็นเส้นทางขนส่งผู้โดยสารและสินค้า แต่ได้หยุดให้บริการมานานกว่า 20 ปี โดยทางรถไฟฝั่งมาเลเซียช่วงรันเตาปันยัง – ปาเสมัส ระยะทาง 18.7กม.หยุดเดินรถมานานเนื่องจากน้ำท่วม

ขณะที่กรมการขนส่งทางราง (ขร.) นำโดย นายอธิภู จิตรานุเคราะห์ รองอธิบดีฯ นำคณะลงพื้นที่ ณ ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. 2568 เพื่อหารือและสำรวจแนวทางการฟื้นฟูเส้นทางรถไฟสายสุไหงโก-ลก – รันเตาปันยัง ซึ่งในอดีตเป็นเส้นทางเชื่อมโยงสำคัญระหว่างสองประเทศ ตามผลการประชุมหารือทวิภาคีฯ
ทั้งสองฝ่ายเห็นว่าการฟื้นฟูเส้นทางรถไฟสายนี้จะเป็นโอกาสสำคัญในการเชื่อมโยงกับโครงการ Eastern Corridor Rail Link (ECRL) ซึ่งเป็นทางรถไฟขนาดทางมาตรฐาน (Standard gauge) 1.435 เมตร ระยะทาง 665 กม. วางเป้าหมายเปิดบริการเฟส 1 ช่วงโกตาบารู – กอมบัค ในไตรมาสที่ 1 ของปี 2570 และระยะที่ 2 ช่วงกอมบัค – ท่าเรือกลัง (Port Klang) ในไตรมาสที่ 4 ของปี 2570

กระทรวงคมนาคมมาเลเซียให้ข้อมูลว่า อยู่ระหว่างการพิจารณาพัฒนาโครงการ ECRL จากสถานีโกตาบารู ระยะทาง 30.5กม. เพื่อเชื่อมต่อ ECRL กับโครงข่ายรถไฟเดิมของมาเลเซียและไทยในอนาคต
สำหรับเส้นทางรถไฟช่วงชุมทางหาดใหญ่ – สุไหงโก-ลก ที่เป็นทางรถไฟทางเดี่ยว ใช้ราง 100 ปอนด์/หลา พร้อมหมอนคอนกรีตมีความมั่นคงแข็งแรง


การฟื้นฟูเส้นทางรถไฟสายสุไหงโก-ลก – รันเตาปันยัง จะช่วยทำให้การเดินทางเชื่อมต่อระหว่างไทยและมาเลเซีย สะดวกรวดเร็วมากขึ้น ส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคมในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพิ่มโอกาสทางการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวรวมถึงยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ให้ดียิ่งขึ้น.
……………………………………………….
นายสปีด
***ห้ามคัดลอกเนื้อหาและภาพในบทความนำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต



