เวลาพูดถึง โรคกระเพาะปัสสาวะไวเกิน หรือที่เรียกกันสั้น ๆ ว่า ภาวะ โอเอบี (OAB : Overactive Bladder) หลายคนอาจนึกถึงแค่การปัสสาวะบ่อย กลั้นไม่อยู่ หรือต้องวิ่งเข้าห้องน้ำกลางดึก แต่ความจริงแล้วโรคนี้ยังมีผลลึกซึ้งกว่านั้น โดยเฉพาะต่อ “สมรรถภาพทางเพศ” ของทั้งชายและหญิง ซึ่งเป็นเรื่องที่ผู้ป่วยหลายคนไม่กล้าเอ่ยถึง
ผู้ป่วยชายคนหนึ่ง เคยเล่าให้ผมฟังอย่างอาย ๆ ว่า “หมอครับ ผมอยากจะเริ่มมีเพศสัมพันธ์กับภรรยา แต่พอจะเริ่มทีไร ก็รู้สึกอยากฉี่ขึ้นมาทันที จนหมดอารมณ์ไปหมด” คำถามนี้อาจฟังดูแปลก แต่จริง ๆ แล้วพบได้ไม่น้อยในผู้ที่มีปัญหาโอเอบี เพราะสมองของเรานั้นใช้ศูนย์ประสาทที่อยู่ใกล้เคียงกันในการควบคุมทั้ง การปัสสาวะ และ การตอบสนองทางเพศ พูดง่าย ๆ คือ สมองส่วนเดียวกันที่สั่งให้เราปัสสาวะ ก็เป็นส่วนเดียวกับที่กระตุ้นความต้องการทางเพศด้วย
ดังนั้นในคนที่มีโรคกระเพาะปัสสาวะไวเกิน สมองจึงอาจสับสนได้ว่า ตอนนี้เราควรอยากปัสสาวะ หรืออยากรักกันแน่!นอกจากนี้ ความกังวลว่าจะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ ยิ่งเพิ่มความเครียด ทำให้กล้ามเนื้อรอบอุ้งเชิงกรานเกร็งตลอดเวลา ส่งผลให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงอวัยวะเพศลดลง ทำให้การแข็งตัวหรือการถึงจุดสุดยอดลดลงไปด้วย ผู้หญิงเองก็อาจมีอาการคล้าย ๆ กัน คือปวดปัสสาวะบ่อย รู้สึกไม่สบายตัวระหว่างมีเพศสัมพันธ์ และเกิดความกลัวว่าจะเล็ดออกมาได้ทุกเมื่อ
อย่างไรก็ตาม ปัญหาเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องทน ไม่ต้องกังวล เพราะปัจจุบันมีวิธีรักษาได้หลายทาง เช่น การฝึกกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน (หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อ “การออกกำลังกายแบบเคเกล” Kegel exercise) ปรับพฤติกรรมการดื่มน้ำและการเข้าห้องน้ำ ใช้ยาในกลุ่มที่ช่วยลดการบีบตัวของกระเพาะปัสสาวะ และในบางรายอาจใช้เครื่องกระตุ้นไฟฟ้า หรือแม้แต่เทคโนโลยีใหม่อย่าง คลื่นกระแทกความเข้มต่ำ (LiESWT) ช่วยฟื้นฟูการไหลเวียนเลือดและปรับสมดุลระบบประสาทได้ดี เพราะนี่เป็นภาวะที่รักษาได้ ทั้งด้วยการฝึกกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน (หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อ การออกกำลังกายแบบเคเกล) การหลีกเลี่ยงชา กาแฟ แอลกอฮอล์ ก่อนกิจกรรม และในบางรายอาจใช้ยาควบคุมการหดตัวของกระเพาะปัสสาวะร่วมด้วย.
ศ.เกียรติคุณ น.ท.ดร.นพ.สมพล เพิ่มพงศ์โกศล
รพ.รามาธิบดี คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล



