ภายหลังคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบให้ “แมวไทย” เป็นเอกลักษณ์ประจำชาติประเภทสัตว์เลี้ยง พร้อมสนับ สนุนการอนุรักษ์แมวไทยสายพันธุ์แท้ 5 ชนิด เพื่อป้องกันต่างชาตินำไปขึ้นทะเบียน

เสียงตอบรับจากผู้ทำงานอนุรักษ์ท้องถิ่นปรากฏขึ้นทันที โดย นางนันธญา พุคคะบุตร อายุ 54 ปี ผู้ดูแล “ศูนย์อนุรักษ์แมวไทยโบราณ” จ.สมุทรสงคราม ซึ่งดูแลแมวไทยพันธุ์แท้กว่า 130 ตัว เปิดเผยด้วยความดีใจว่าการประกาศของ ครม. ถือเป็นสัญญาณสำคัญที่ทำให้การทุ่มเทตลอดกว่า 50 ปี ของ คุณพ่อปรีชา พุคคะบุตร ผู้ก่อตั้งศูนย์อนุรักษ์แมวไทยฯ ไม่สูญเปล่า เพราะเป้าหมายสูงสุดของครอบครัว คือ “อยากให้ลูกหลานคนไทยรู้ว่า แมวไทยโบราณมีหน้าตาอย่างไร และมีคุณค่าเพียงใด”

โดยในศูนย์แห่งนี้มีแมวไทยพันธุ์แท้ 5 สายพันธุ์ ได้แก่ แมวสีสวาด แมววิเชียรมาศ แมวโกญจา แมวศุภลักษณ์ และแมวขาวมณี แต่ละตัวได้รับการดูแลด้วยความรัก แม้ค่าใช้จ่ายจะสูง ทั้งค่าดูแลประจำวัน ค่าอาหาร ค่ายารักษาโรค และวัคซีนต่าง ๆ นางนันธญา กล่าวว่า “ตั้งแต่สภาวะเศรษฐกิจซบเซาจากการระบาดของโรคโควิด-19 นักท่องเที่ยวลดลงอย่างมาก ทำให้เราต้องดูแลทุกอย่างตามลำพัง จึงอยากให้สังคมไม่ลืมว่าเบื้องหลังความงดงามของแมวไทยยังมีคนจำนวนหนึ่งที่ทำงานหนักเพื่อรักษาสายพันธุ์แมวเหล่านี้ไว้”

ย้อนกลับไปที่ คุณลุงปรีชา พุคคะบุตร ผู้ก่อตั้งศูนย์อนุรักษ์แมวไทยโบราณภายในบริเวณบ้านเลขที่ 2/1 หมู่ 7 ต.แควอ้อม อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม และถ่ายทอดองค์ความรู้ไว้มากมาย พร้อมระบุว่าในประวัติศาสตร์ไทยมีแมวถึง 23 ชนิด แยกเป็นแมวมงคล 17 ชนิด และแมวให้โทษ 6 ชนิด แต่ปัจจุบันเหลือเพียง 5 สายพันธุ์มงคล ที่ยังพบเห็นได้จริง คือแมววิเชียรมาศ ลักษณะเด่นคือนัยน์ตาสีฟ้าสดใส มีสีแต้มเป็นสีน้ำตาลไหม้ตอนปลายของอวัยวะรวม 9 แห่ง คือ ปลายหูทั้งสองข้าง ปลายเท้าทั้งสี่ ปลายหางหนึ่ง ปลายจมูกหนึ่ง และที่อวัยวะเพศอีกหนึ่ง ปัจจุบันเป็นแมวที่มีผู้นิยมเลี้ยงกันมากและมีราคาสูง

แมวสีสวาด หรือแมวโคราช ขนสั้นสีน้ำตาล นัยน์ตาใหญ่สีเขียวสดใส คนสมัยโบราณมีความเชื่อว่าแมวสีสวาดเป็นแมวแห่งโชคลาภ จะนำมาซึ่งความอุดมสมบูรณ์ให้แก่ผู้เลี้ยง และมักจะมีผู้นิยมนำแมวสีสวาดไปใช้ในพิธีแห่นางแมวขอฝนอยู่บ่อย ๆ, แมวศุภลักษณ์ หรือแมวทองแดง หน้า หู ปลายขา และหางจะมีสีน้ำตาลเข้มกว่าลำตัวหนวดสีเหมือนลวดทองแดง ชาวต่างประเทศเชื่อว่าเป็นแมวพม่า แต่สันนิษฐานว่าเป็นแมวไทยที่ติดตามเชลยคนไทยไปอยู่พม่า เมื่อครั้งเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 ปัจจุบันยังพอมีให้เห็นบ้างแต่ไม่มากนัก, แมวโกญจา หรือแมวดำปลอด เป็นแมวที่มีสีดำขนละเอียด มีดวงตาเหมือนสีดอกบวบ ลักษณะสง่างามเหมือนสิงโต ตามหลักฐานโบราณกล่าวว่า “แมวโกญจานี้ถ้าเลี้ยงดีมีคุณหนักหนา จงเร่งหามาอย่าแคลงสงสัย” และแมวขาวมณี หรือแมวขาวปลอด สันนิษฐานว่าเป็นแมวสมัยรัตน โกสินทร์ จึงไม่ได้ถูกบันทึกไว้ในสมุดข่อยโบราณ เป็นแมวที่สวยงามมาก รูปร่างขนาดกลาง ขนสีขาวสั้นอ่อนนุ่ม ศีรษะคล้ายรูปหัวใจ หน้าผากใหญ่แบน ดวงตาจะมีสองสายพันธุ์ คือสายพันธุ์ดวงตาสีฟ้ากับสายพันธุ์ดวงตาสีเหลืองอำพัน และเมื่อนำทั้งสองสายพันธุ์มาผสมกันก็จะได้แมวขาวปลอดตาสองสีคือข้างหนึ่งเป็นสีฟ้าและอีกข้างหนึ่งเป็นสีเหลืองอำพัน แมวชนิดนี้อุปนิสัยไม่ปราดเปรียว การเดินเชื่องช้า ชอบอยู่ใกล้ชิดกับผู้เลี้ยง

นางนันธญาย้ำว่า แมวไทยควรเป็นสมบัติของคนไทยทุกคน ไม่ใช่มีเฉพาะในศูนย์อนุรักษ์ พร้อมเชิญชวนให้ประชาชนสนับสนุนการอนุรักษ์ในทุกมิติ เพราะแมวไทยเป็นเสมือนมรดกทางวัฒนธรรมที่สืบทอดจากรุ่นปู่ย่าตายาย “เราคือบ้านแมวไทย ที่ยินดีต้อนรับทุกคน และหวังว่าวันหนึ่งแมวไทยจะได้รับความรักและการยอมรับในฐานะสมบัติชาติอย่างแท้จริง”.