ระบบการแพทย์ของประเทศไทย นับว่ามีความก้าวหน้าในอันดับต้น ๆ ของโลก แต่ก็ต้องยอมรับว่า แพทย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางนั้น บางสาขาก็ยังไม่เพียงพอ เช่น หมอโรคปอด คุณหมอขอบอกสัปดาห์นี้จึงพูดคุยกับ “รศ.นพ.ศิระ เลาหทัย” ศัลยแพทย์ผ่าตัดปอดหมอผู้เชี่ยวชาญด้านการผ่าตัดปอด และทรวงอก ประจำโรงพยาบาลวชิรพยาบาล ซึ่งเล่าถึงเส้นทางการเป็นหมอตั้งแต่ต้น จนถึงเชี่ยวชาญโรคปอดและทรวงอก จนถึงวันนี้ให้การรักษาด้วยการผ่าตัดแล้วกว่า 4 พันราย
ก็ต้องบอกว่าน่าสนใจ…“ช่วงเวลา 6 ปีที่กลับมาจากเมืองนอก ได้ช่วยทำการผ่าตัดคนไข้มากกว่า 4,000 ราย เราก็มีทั้งข่าวดี และข่าวไม่ดี ในบางรายก็ยังมีบางส่วนที่เราไม่สามารถช่วยเหลือคนไข้ไว้ได้ เนื่องจากว่าคนไข้มาค่อนข้างช้า แล้วก็หวังว่าอนาคตการรักษาของเรายังคงมุ่งมั่นพัฒนาต่อ เพื่อเรายังคงช่วยคนไข้ทุกชีวิตให้กลับมาสู่เขาได้ต่อไป”

รศ.นพ.ศิระ ระบุว่า สมัยเรียนแพทย์ ใฝ่ฝันว่าอยากเป็น “หมอผ่าตัดหัวใจ” ฉะนั้นตอนช่วงเวลา 6 ปี เราได้เจอคนไข้หลายรูปแบบมาก ๆ โดยเฉพาะคนไข้หัวใจที่อัตราการรอคอยในการผ่าตัดนาน บางรายรอไม่ไหวก็เสียชีวิตไปก่อน บางรายต้องเข้า ๆ ออก ๆ เสมือนเป็นบ้านหลังที่สอง ที่เป็นเช่นนี้ เพราะหมอผ่าตัดในเมืองไทยมีน้อยมาก ๆ ตัวเองจึงตัดสินใจแล้วว่าเราจะเลือกทางเดินนี้เพื่อที่จะเข้ามารักษาตัวโรคหัวใจ และทรวงอก คือรักษาทั้งหัวใจและปอด
โดยเข้าเรียนที่โรงพยาบาลรามาธิบดี ต้องยอมรับว่าการเรียนผ่าตัดปอด และหัวใจ นั้นค่อนข้างจะหนักหน่วง มาก ๆ หลายคนลาออกเพราะเรียนไม่ไหว ส่วนตัวโตขึ้นมากับความที่เป็นผู้นำ หรือการที่เรียนแล้วต้องดูแลตัวเองแล้ว ก็ดูแลน้อง ๆ ที่เรียนต่อจากเราเป็นรุ่นถัด ๆ ไป บริหารจัดการทุกอย่างคนเดียวในโรงพยาบาล
หลังจากนั้นได้มาเป็นแพทย์ทรวงอก และสร้างทีมสาขาขึ้นมาที่รพ.วชิรพยาบาล ไม่ว่าจะเป็นคุณหมอโรคมะเร็ง คุณหมอโรคปอดเข้ามาร่วมฟอร์มทีมกันเพื่อส่งเสริมการผ่าตัดปอด โดยปีแรกเราทำผ่าตัดจาก 40 รายขึ้นมาเป็น 80 ราย จนปัจจุบันผ่านมา 5 ปีปัจจุบันผ่าตัดคนไข้เกือบ 800 รายต่อปี นับว่าเป็นสถานที่ ที่รับการผ่าตัดช่วยเหลือคนไข้ผ่าตัดเฉพาะปอดมากที่สุดในประเทศไทย ติดต่อกันมา 2 ปีแล้ว และ พัฒนาจนการผ่าตัดทัดเทียมนานาชาติ ทั้ง เกาหลี กับอเมริกา ทำให้คนไทยไม่ต้องบินไปที่ใคร รักษาที่เราก็ได้ผลการรักษาที่เท่าเทียมกัน

รศ.นพ.ศิระ เล่าถึงเทคนิคการผ่าตัดมะเร็งปอด ว่า ปัจจุบันมีหลายวิธี เช่น “ผ่าตัดส่องกล้อง” ที่จะส่งผลทำให้เกิดการฟื้นตัว ใช้ชีวิตประจำวันได้เร็วกว่าเมื่อหลายปีก่อน
ส่วนคนไข้ที่มารักษานั้นมาจากหลายพื้นที่ของประเทศ อย่างคนไข้ล่าสุดมาจากภาคตะวันออก เป็นเด็กหนุ่มอายุ 17 ปี มาด้วยอาการเหนื่อยมาก เข้าไปในห้องฉุกเฉินพบว่ามีภาวะหลอดลมอุดตัน มีเนื้องอกขวางอยู่ ทำให้เขาหายใจไม่ได้ เหมือนคนกำลังจมน้ำ ทั้งนี้ “เนื้องอกในหลอดลม” เป็นโรคที่ค่อนข้างซับซ้อน ในประเทศไทย มีอยู่แค่ไม่กี่โรงพยาบาลที่รักษาได้ จึงถูกส่งตัวมารักษากับตน

“การผ่าตัดซับซ้อนมาก ต้องอาศัยคนเกือบ 30-40 คนในการผ่าตัด จากหลายทีมเข้ามาร่วมดูแล เช่น คุณหมอโรคปอด คุณหมอดมยา เครื่องเทคโนโลยีหัวใจ ซึ่งต้องทำการผ่าตัดโดยการใส่เครื่อง เพราะว่าคนไข้หายใจไม่ได้แล้ว ตอนที่เข้าไปดูผ่าตัดหลอดลมเหลือแค่ 2 mm. เท่านั้นเอง เด็กหนุ่มคนนี้กำลังจะเสียชีวิตต่อมาสภาพแย่มาก เลยต้องใส่เครื่องพยุงหัวใจเทียม เพื่อทำให้เขาหายใจได้ หลังผ่าตัดผู้ป่วยก็กลับมาหายใจได้อีกครั้งหนึ่ง ไม่ต้องใส่ท่อช่วยหายใจ ผู้ป่วยใช้ระยะเวลานอนประมาณ 5 วันกลับบ้าน จากคนไข้ที่กำลังจะเสียชีวิต เรารับตัวมาทำการผ่าตัด แล้วคนไข้สามารถกลับไป”
รศ.นพ.ศิระ ย้ำในตอนท้ายว่า ปัจจุบันก็จะมีชาวต่างชาติ โดยเฉพาะแพทย์จากต่างประเทศเข้ามาศึกษาต่อที่ รพ.วชิรพยาบาล เนื่องจากว่าค่าใช้จ่ายถูกกว่า มีเทคโนโลยีและเครื่องมือที่ทันสมัย แล้วพวกเขาเชื่อมั่นในวงการแพทย์ไทย โดยเฉพาะศัลยแพทย์ที่เป็นหมอผ่าตัดที่อยู่ตามประเทศต่าง ๆ ก็อยากมาฝึกอบรมที่ รพ.วชิรพยาบาล เพื่อมาดูเทคนิคการผ่าตัดใหม่ ๆ ว่าทำอย่างไรถึงได้ผลลัพธ์หรือผลการรักษาที่น่าพอใจ แต่ประเด็นก็คือ เขาอยากจะมาดูเทคนิคต่าง ๆ ซึ่งประเทศเราเป็นประเทศที่ค่อนข้างมาง่าย สะดวก และการแพทย์ทันสมัย.
อภิวรรณ เสาเวียง



