หนักหนาสาหัสจริง ๆ กับเรื่องร้าย ๆ ที่เกิดขึ้นกับ พรรคเพื่อไทย นอกจากจะล้มเหลวจากสถานะการเป็นพรรคแกนนำรัฐบาล จนหลายคนคาดหมายว่า การเลือกตั้ง ที่กำลังจะเกิดขึ้น ไม่น่าจะได้ สส.เกินร้อย จากเคยรับบทช่วงชิงการเป็น พรรคอันดับหนึ่ง ต้องกลายเป็นพรรคตัวประกอบ
ขณะที่ผู้นำทางจิตวิญญาณ “นายทักษิณ ชินวัตร” ก็เผชิญวิบากกรรม แบบที่ไม่รู้จะมีจุดจบเมื่อไหร่ นอกจากจะต้อง ถูกจำคุก 1 ปี จากคดีป่วยทิพย์ชั้น 14 รพ.ตำรวจ ล่าสุด อัยการสูงสุด ยื่นอุทธรณ์ ในคดีมาตรา 112 ซึ่งอาจจะกระทบกับการขอพักโทษ ในช่วง หาเสียงเลือกตั้ง เพราะยังมีมุมมองทางกฎหมาย ที่หลายคนยังเห็น แตกต่างกันอยู่
หนักมากกว่านั้น เมื่อ “ศาลฎีกา” พิพากษากลับในคดีเกี่ยวกับการเรียกเก็บภาษี จากการขาย “บริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)” หลังก่อนหน้านี้ศาลภาษีอากรกลาง (ชั้นต้น) และศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ ให้เพิกถอนการประเมินภาษี ของกรมสรรพากร โดยชี้ว่าการดำเนินการไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่กลับมา แพ้ในโค้งสุดท้าย ต้องจ่ายเงินให้รัฐเป็นจำนวนถึงกว่า 1.76 หมื่นล้านบาท
จึงไม่แปลกที่จะมีแต่ สส.ไหลออก ไม่ค่อยมีใครอยากร่วมงานกับ “เพื่อไทย” ยังไม่นึกถึงประเด็นคลิปเสียงอดีตนายกฯ
แพทองธาร ชินวัตร สนทนากับ “สมเด็จฮุน เซน” ประธานวุฒิสภากัมพูชา จะส่งผลต่อคะแนนเสียงมากน้อยแค่ไหน โดยเฉพาะชาวบ้านที่อาศัยอยู่บริเวณ ชายแดนไทย–กัมพูชา
มิหนำซ้ำพอ “บ้านใหญ่อัศวเหม” ที่มีความใกล้ชิดกับ “นายวัฒนา อัศวเหม” นักการเมืองคนดัง ที่เคยเป็นผู้ต้องหาหลบหนีคดีการทุจริต โครงการจัดซื้อที่ดิน และ โครงการก่อสร้างบ่อบำบัดน้ำเสีย 2 ระบบ ที่ ต.คลองด่าน อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ สมัครเข้าเป็น สมาชิกพรรคเพื่อไทย ก็ถูกนักวิชาการตั้งคำถาม ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการผลักดันกาสิโนถูกกฎหมาย
“รศ.ดร.โอฬาร ถิ่นบางแก้ว” อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ให้ความเห็นกรณีที่พรรคเพื่อไทยดึง “บ้านใหญ่อัศวเหม” เข้าร่วมพรรคเพื่อเตรียมสู้ศึกเลือกตั้ง โดยประเด็นสำคัญ ที่ควรจับตาย้ายพรรคครั้งนี้ได้รับความสนใจมากเป็นพิเศษ คือบริบทที่เกี่ยวข้องกับ แนวคิดเรื่องกาสิโน ซึ่งถูกหยิบยกขึ้นมาในเวทีการเมืองหลายครั้ง โดยพรรคเพื่อไทยเคยมีการแสดง ท่าทีสนับสนุน การตั้งกาสิโนถูกกฎหมายในบางช่วงเวลา
ขณะเดียวกันชื่อ “นายวัฒนา” แกนนำสำคัญของตระกูล ก็เคยปรากฏ ในข่าวเชิงธุรกิจ ที่เกี่ยวข้องกับ กิจการกาสิโน ฝั่งกัมพูชา ความสอดคล้องบางด้านระหว่าง พรรคเพื่อไทย กับตระกูลอัศวเหม ทำให้เกิดข้อถกเถียงว่า ทั้งสองฝ่ายอาจมองเห็นผลประโยชน์ ทางนโยบายร่วมกัน โดยเฉพาะในประเด็นกาสิโน ซึ่งอาจถูกหยิบมาเป็นส่วนหนึ่ง ของข้อเสนอใหม่ ในศึกเลือกตั้งครั้งหน้า
“คำถามไม่ใช่ว่าตระกูลอัศวเหม เลือกอยู่กับใคร แต่คือเมื่อพวกเขาเข้าร่วมพรรคที่เคยพูดถึงนโยบายกาสิโนอย่างเปิดเผยในอดีต ผลลัพธ์เชิงนโยบาย จะมุ่งหน้าไปในทิศทางใด และจะ ถูกเสนอเป็นแนวทาง ในการหาเสียงหรือไม่” รศ.ดร.โอฬารกล่าว และ ผลลัพธ์เชิงนโยบาย ที่อาจตามมา โดยเฉพาะ นโยบายที่อ่อนไหว ในทางสังคม เช่น นโยบายกาสิโน ซึ่งเคยเป็นประเด็น ถกเถียงในสภา และสังคมไทยมาอย่างยาวนาน
ถ้ายังจำได้สมัย “พรรคเพื่อไทย” เป็นรัฐบาล พยายามผลักดัน เอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ที่มี “กาสิโน” ร่วมอยู่ด้วย ท่ามกลางกระแสคัดค้านอย่างกว้างขวาง พรรคร่วมรัฐบาลในขณะนั้นอย่าง “ภูมิใจไทย” ก็ไม่เห็นด้วย เพราะมองว่าเป็นการมอมเมาประชาชน ในที่สุดนโยบายดังกล่าวก็ ต้องล้มพับไป แต่ไม่แน่ใจว่า หาก “เพื่อไทย” มาเป็นรัฐบาลหลังการเลือกตั้ง ยังจะเดินหน้าผลักดันเรื่องนี้ต่อหรือไม่
อย่าลืมว่า บ่อนการพนันเป็น บ่อเกิดของอาชญากรรม ทำให้หลายครอบครัวต้องอนาคตสิ้นเนื้อประดาตัว เชื่อช่วงหาเสียงเลือกตั้ง คงต้องมีคนถาม “พรรคเพื่อไทย” จะยังเดินหน้า ผลักดันกาสิโนถูกกฎหมายอีกหรือไม่ และ คนไทยจะยอมให้สิ่งนี้ เกิดขึ้นในบ้านเราหรือไม่.
“เขื่อนขันธ์”



