ทั้งนี้ “กลยุทธ์ดึงดูด” ที่ถูกใช้เพื่อเรียกความสนใจ กรณีนำ “การตลาดเชิงร้าย” มาใช้ เป็นกรณีที่เกิดการวิพากษ์วิจารณ์มากขึ้นเรื่อย ๆ รวมถึงมีปุจฉาว่า… การตลาดรูปแบบนี้เหมาะสมแล้วหรือ??”

กรณีนี้ “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” จะสะท้อน

สะท้อน “วิสัชนาเชิงสื่อสารการตลาด”

ผศ.ดร.ภูษิต วงศ์หล่อสายชล

เกี่ยวกับ “กลยุทธ์เชิงร้าย-การตลาดเชิงร้าย” นี่ก็มี “ศัพท์ทางการตลาด” ที่ในภาษาอังกฤษใช้คำว่า “แบดมาร์เก็ตติ้ง (Bad Marketing)”ซึ่งเรื่องนี้กรณีนี้ ผศ.ดร.ภูษิต วงศ์หล่อสายชล รองคณบดีบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้ช่วยอธิบาย โดยยึดโยงอ้างอิงกระแสดราม่ากรณีแบบนี้ที่เกิดก่อนหน้านี้ โดยสะท้อนผ่าน “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” มาว่า… ทุกวันนี้โลกออนไลน์ โซเชียลมีเดีย เป็นช่องทางสื่อสารการตลาดที่สำคัญที่สุดของแบรนด์และธุรกิจต่าง ๆ เพราะสามารถช่วยให้ “ได้ผลเชิงบวกมหาศาล” แต่…ในทางตรงข้าม ถ้าใช้ไม่ถูกทาง ใช้ไม่ถูกวิธี ช่องทางนี้จากที่มีประโยชน์ต่อธุรกิจและแบรนด์ก็อาจทำให้ “ติดลบมหาศาล” ได้เช่นกัน และ ดีไม่ดีอาจพาให้เกิดกระแสแอนตี้ธุรกิจ!! เพราะ ถูกชาวโซเชียลขุด-ทัวร์ลง

ผศ.ดร.ภูษิต ระบุว่า… การใช้กลยุทธ์โดย หวังเรียกยอดวิวยอดเอนเกจ จากผู้ชมผู้ติดตาม โดยไม่คำนึงถึงความถูกต้องเหมาะสม ไม่เพียงจะทำให้เกิดกระแสแอนตี้แบรนด์หรือพรีเซนเตอร์ ยังอาจลุกลามเป็นประเด็นสังคม จนถึงขั้น “ถูกขุดอดีตแขวนประจานบนโลกโซเชียล” ได้เลย!! ซึ่งก็ต้องไม่ลืมว่าทุกสิ่งในโซเชียล-ออนไลน์ มี “ร่องรอยดิจิทัล (Digital Footprint)” อีกทั้งยุคนี้ไม่ว่าใครก็เข้าถึงข้อมูลได้ รวมถึงผู้บริโภคยุคใหม่มีพฤติกรรมชอบตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนที่จะตัดสินใจซื้ออีกด้วย ดังนั้น แบรนด์สินค้าหรือธุรกิจต้องระวัง รวมถึงกรณีที่อาจกลายเป็น “น้ำผึ้งหยดเดียว”ได้…

จากธุรกิจลามกระทบชีวิตส่วนตัว!!”

ขณะที่คำอธิบายเชิงวิชาการ “ศัพท์การตลาด” คำว่า แบดมาร์เก็ตติ้ง”นั้นเรื่องนี้ทาง ผศ.ดร.ภูษิต บอกว่า… กลยุทธ์นี้ หรือศัพท์นี้ ไม่ใช่เรื่องใหม่ หรือคำใหม่ มีมานานมากกว่า 20-30 ปีแล้วในต่างประเทศ โดยตนเองได้รู้จักศัพท์หรือกลยุทธ์นี้ตั้งแต่สมัยที่ยังเรียนอยู่ต่างประเทศ ซึ่งเคยมีแบรนด์หรือธุรกิจใช้กลยุทธ์แบบนี้จริง ๆ เพียงแต่สมัยก่อนนั้นยังไม่มีโซเชียล จึงทำให้รู้จักกันแค่ในวงแคบ ๆ ในวงจำกัด ดังนั้นพอเกิดผลกระทบก็เลยไม่เป็นที่รับรู้กันในวงกว้างแบบในยุคปัจจุบันนี้

ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญคนเดิมยังได้อธิบายเพิ่มเติมคำว่า “แบดมาร์เก็ตติ้ง”โดยระบุว่า… ส่วนตัวจะชอบเรียกกลยุทธ์นี้ว่า “การตลาดสีเทา” ซึ่งสีเทาในที่นี้ไม่ได้หมายถึงธุรกิจผิดกฎหมาย แต่เป็น “การตลาดเนกาทีฟ (Negative Marketing)” หรือ “การตลาดเชิงลบ” ที่เป็น การตลาดโดยนำความเดือดร้อนหรือทุกข์ของกลุ่มเป้าหมายมาสร้างกำไรให้ตัวเอง และนอกจากนั้นการใช้ภาษาไม่เหมาะสม เช่น ใช้ภาษาหยาบคาย คุกคามสิทธิส่วนตัวลูกค้าผ่านทางโทรศัพท์ นี่ก็เข้าข่าย…

นี่ก็จัดว่าอยู่ในกลุ่ม “การตลาดเชิงลบ”

และอีกรูปแบบหนึ่งซึ่งระยะหลัง ๆ นิยมนำมาใช้เช่นกัน คือ การให้ข้อมูลบิดเบือน และ การทำให้เข้าใจผิด เช่น การใส่เสื้อกาวน์ของแพทย์มาขายของ เพื่อทำให้ดูน่าเชื่อถือ ซึ่งทำให้เกิดการเข้าใจผิดกันไปว่าเป็นบุคลากรแพทย์ และอีกรูปแบบที่ก็เจอเยอะเช่นกัน คือ “การตลาดแบบซีดดิ้ง (Seedding Marketing)” หรือ “การตลาดแบบหน้าม้า” ซึ่งเป็นการนำหลักจิตวิทยามาใช้กับการสื่อสารการตลาด เพื่อโน้มน้าวทำให้เชื่อหรือคล้อยตามว่าสินค้าดีจริง คล้าย ๆ กับการทำให้เกิดอุปทานหมู่ …เหล่านี้เป็นรูปแบบของ “แบดมาร์เก็ตติ้ง” ที่ผู้เชี่ยวชาญได้มีการอธิบายผ่านทาง “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” ไว้

พร้อมกันนี้ก็มีการระบุต่อไปว่า… ปัจจุบันเริ่มมีการนำ “แบดมาร์เก็ตติ้ง” มาใช้กันเยอะขึ้น ซึ่งจริง ๆ เป็นการตลาดที่ ผิดทั้งศีลธรรมและจรรยาบรรณ โดยเฉพาะลักษณะที่ “เอาดีใส่ตัว เอาชั่วให้คนอื่น”ซึ่งถ้าลูกค้าหรือผู้บริโภคตรวจสอบพบว่าข้อมูลที่ได้รับมีการบิดเบือน ผู้ให้ข้อมูลก็สุ่มเสี่ยงที่จะผิดกฎหมายได้ เพราะอาจจะถูกมองว่า…เข้าข่ายหลอกลวง!!

นักการตลาดที่ดี นอกจากมองเรื่องผลกำไรแล้ว ควรคำนึงถึงผลกระทบของคนที่มีส่วนได้ส่วนเสียด้วย โดยนักการตลาดยุคนี้นอกจากจะต้องวางแผนกลยุทธ์ให้ไม่ช้าเกินไปและไม่เร็วเกินไปแล้ว ก็ยังต้องระวังเรื่องความถูกต้องของข้อมูลด้วย ซึ่งแม้บางเคสไม่ผิดกฎหมายตรง ๆ แต่ก็ผิดจริยธรรม ผิดจรรยาบรรณนักการตลาดที่ดี”

ทั้งนี้ ผศ.ดร.ภูษิต วงศ์หล่อสายชล ระบุไว้ พร้อมทั้งฝากถึงประชาชนทั่วไปด้วยว่า… ในส่วนของผู้บริโภคเองก็ “ต้องไม่เชื่ออะไรง่าย ๆ” และ “ควรต้องแยกแยะดี ๆ” ว่าข้อมูลที่ได้รับมีความน่าเชื่อถือหรือไม่ ควรตรวจสอบว่าผู้พูดหรือผู้สื่อสารข้อความการตลาดนั้น ๆ มีความรู้ความชำนาญจริง ๆ หรือไม่ และข้อมูลที่ได้รับมีแหล่งอ้างอิงที่น่าเชื่อถือหรือไม่ เป็นต้น

ที่สำคัญคือ อย่าติดกับดัก FOMO หรือ Fear of Missing Out เพียงเพราะกลัวตกขบวนรถ กลัวตกกระแส จนหลงเชื่อ ตัดสินใจโดยขาดการวิเคราะห์” …เป็น “คู่มือระวังง่าย ๆ” ที่ทางนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญได้แนะนำไว้…

ยุคนี้ “ระวังเป็นเหยื่อการตลาดร้าย ๆ”

แบดมาร์เก็ตติ้ง” ยุคโซเชียล “ยิ่งแรง”

รีบเชื่อรีบซื้อ” อาจ “เสียเงิน+เสียใจ”.

ทีมสกู๊ปเดลินิวส์