ทั้งนี้ ในคู่มือเกี่ยวกับ “แนวทางในการกำจัดขยะมูลฝอยในภาวะอุทกภัย” โดย กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ภายใต้การสนับสนุนจากโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP) และสำนักงานความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งเกาหลี (KOICA) ได้มีการจำแนก “ขยะมูลฝอยในอุทกภัย” โดยได้แบ่งขยะเหล่านี้ออกเป็นประเภทต่าง ๆ ดังนี้
ขยะอินทรีย์ที่ย่อยสลายได้ง่าย เช่น ผัก ผลไม้ เศษอาหาร รวมทั้งอาหารที่เก็บสะสมไว้เน่าเสีย กรณีที่ตู้เย็นไม่ทำงาน
เฟอร์นิเจอร์–เครื่องใช้ภายในบ้าน ที่ชำรุดใช้งานไม่ได้ เช่น เตียง ตู้ โต๊ะ เก้าอี้ ที่นอน หมอน มุ้ง ซึ่งทำจากวัสดุประเภท ไม้ โลหะ แก้ว ยาง พลาสติก ฟองน้ำ ผ้า
อุปกรณ์ไฟฟ้า–เครื่องใช้อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ เช่น โทรทัศน์ วิทยุ ตู้เย็น เครื่องซักผ้า คอมพิวเตอร์ หลอดไฟ ซึ่งมักมีส่วนประกอบโลหะหนัก อาทิ ปรอท ตะกั่ว ปะปนอยู่
พลาสติก แก้ว กระดาษ ที่บางชนิดสามารถนไปรีไซเคิลได้ แต่บางชนิดไม่ได้, กล่องใส่อาหารที่ทำจากโฟม ซึ่งมักใช้เป็นภาชนะบรรจุอาหารสำหรับแจกจ่ายให้ประชาชนช่วงเกิดอุทกภัย
ของเสียอันตรายจากชุมชน เช่น แบตเตอรี่ น้ำมันเครื่องเก่า น้ำมันหล่อลื่น สี น้ำยาทำความสะอาด สารเคมี ยาฆ่าแมลง
เศษซากวัสดุสิ่งปลูกสร้าง เช่น เศษอิฐ เศษซากคอนกรีต โลหะ (ประตู รั้ว มุ้งลวด เหล็กดัด) ที่ชำรุดเสียหายหรือก่อสร้างเพิ่มเติมเพื่อป้องกันอุทกภัย
เศษซากต้นไม้ ทั้งที่ล้มตายจากน้ำท่วมขัง และเศษซากต้นไม้ที่ถูกพัดพามากับน้ำ โดยหากเป็นเศษซากต้นไม้ขนาดใหญ่ อาจโค่นล้มลงและทำความเสียหายให้ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน รวมทั้งกีดขวางเส้นทางจราจร
ตะกอนดิน ที่เมื่อน้ำท่วมขังลดลงจนแห้งแล้วมักจะก่อให้เกิดปัญหาฝุ่นตามมา
ถุงหรือกระสอบทราย ซึ่งประชาชนจัดหามาใช้ป้องกันน้ำท่วมช่วงก่อน หรือระหว่างเกิดอุทกภัย
ส่วน การจัดการขยะน้ำท่วม นั้นในคู่มือได้แบ่งเป็นขั้นตอนต่าง ๆ คือ 1.รวบรวม–เก็บขน ขยะที่ตกค้างออกไปให้หมดอย่างรวดเร็ว เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าไปฟื้นฟูบ้านเรือน เพื่อกลับมาใช้ชีวิตปกติได้โดยเร็วที่สุด 2.คัดแยกขยะ แบ่งเป็นขยะที่นำกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ได้ เช่น ซากต้นไม้ กิ่งไม้ ที่สามารถนำไปทำเชื้อเพลิง หรือนำไปใช้ในก่อสร้างซ่อมแซมบ้านเรือน กับขยะที่ไม่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ จึงจะนำไปกำจัด 3.กำจัด กรณีสถานที่กำจัดเดิมในพื้นที่เสียหาย ให้ประสานหน่วยงานท้องถิ่นใกล้เคียงเพื่อขอใช้สถานที่กำจัดขยะชั่วคราว จนกว่าสถานที่เดิมจะซ่อมแซมเสร็จ ส่วนกรณีไม่เสียหาย ให้รีบคัดแยกวัสดุรีไซเคิลออกจากขยะที่เก็บรวมรวม เพื่อลดปริมาณขยะที่นำไปกำจัด 4.ฟื้นฟูพื้นที่รองรับขยะชั่วคราว ด้วยการกำหนดระยะเวลาขนย้ายชัดเจน การทำความสะอาดพื้นที่รองรับขยะยชั่วคราว ตลอดจนตรวจสอบว่าไม่ส่งผลต่อสภาพแวดล้อมพื้นที่นั้น.
(ข้อมูล : กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม)



