ยังวุ่นวายและสร้างความกังวลไม่หยุด สำหรับ พระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 ที่มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2568 ขอเรียกภาษาชาวบ้านง่ายๆ ว่า “กฎหมายเหล้าเบียร์” ฉบับใหม่
นี่อาจเป็นอีกหนึ่ง “เผือกร้อน” ของรัฐบาลนายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล ซึ่งช่วงนี้โดนสวดยับหนักๆ หลายเรื่อง หนักสุดตอนนี้คือ “น้ำท่วมหาดใหญ่” ที่เสียงก่นด่าของประชาชนผู้ประสบอุทกภัยดังไล่หลังผู้นำท้องถิ่นไปถึงผู้นำรัฐบาล สะท้อนถึงภาวะผู้นำกับการรับมือและแก้ปัญหายามเผชิญสถานการณ์วิกฤติ และอาจส่งผลต่อการเลือกตั้ง สส.ที่จะมีขึ้นในเร็ววันนี้
สาระสำคัญของกฎหมายเหล้าเบียร์ฉบับใหม่ คือห้ามผู้ใดบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสถานที่หรือบริเวณที่ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือสถานที่หรือบริเวณที่จัดบริการเพื่อให้มีการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพื่อประโยชน์ในทางการค้า ในเวลาห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ คือเวลา 00.00 น. (เที่ยงคืน) ถึง 11.00 น. และเวลา 14.00 น. ถึง 17.00 น.
พูดง่ายๆ คือห้ามขายห้ามดื่มในช่วงบ่ายสองโมง ถึงห้าโมงเย็น และหลังเที่ยงคืน ถึงสิบเอ็ดโมง ถ้าฝ่าฝืนมีบทลงโทษไม่ว่าลูกค้าหรือเจ้าของร้าน มีสิทธิโดนปรับสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท
กฎหมายนี้ถูกคัดค้านหนักจากสมาคม ชมรม และผู้ประกอบการร้านอาหารและการท่องเที่ยวทั้งรายเล็กรายใหญ่ เพราะมองว่าไม่เข้ากับ “ชีวิตจริง” ของผู้คน กระทบเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวรุนแรง โทษปรับ 10,000 บาททั้งร้านค้าและลูกค้า ไม่สมเหตุสมผล เปิดช่องให้เจ้าหน้าที่เรียกเงินใต้โต๊ะ นักท่องเที่ยวต่างชาติสับสน
“ผู้ออกกฎ” ไม่เข้าใจธรรมชาติของธุรกิจบริการ ไม่เข้าใจวัฒนธรรมการดื่มกินของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาเที่ยวบ้านเรา กดทับการใช้จ่าย ทำลายภาพลักษณ์โดยสถานทูตออสเตรเลียออกคำเตือนพลเมืองแล้ว เดี๋ยวประเทศอื่นๆ อย่างสหรัฐ อังกฤษคงเตือนตามมา และหากจับปรับนักท่องเที่ยวจริงจะยิ่งซ้ำเติมวิกฤติความเชื่อมั่นของประเทศเข้าไปอีก
พอโดนรุมคัดค้านหนักรัฐบาลก็ถอยหนึ่งก้าว ผ่อนผันให้ในช่วง 6 เดือน โดยเฉพาะในประเด็นห้ามขายห้ามดื่มในช่วงเวลา 14.00-17.00 น. แต่กฎหมายเหล้าเบียร์ฉบับใหม่ไม่ได้หายไปไหน ตอนนี้รัฐบาลอยู่ในช่วงรับฟังความคิดเห็นจากสาธารณชน 15 วัน เพื่อพิจารณาให้รอบด้าน สร้างความสมดุลระหว่างการส่งเสริมเศรษฐกิจ การรักษาสุขภาพ และมิติทางสังคม คาดว่าประกาศลงราชกิจจานุเบกษาและเริ่มใช้ได้ในช่วงต้นเดือนธันวาคมนี้
รัฐบาลพูดได้ แต่ผู้ประกอบการและประชาชนคงเชื่อยาก เพราะถ้าไม่คิดประกาศใช้แล้วทำคลอดออกมาทำไม!? มีธงอะไรหรือไม่? การผ่อนผันก็แค่ถอยเพื่อลดกระแสคัดค้านหรือเปล่า? ดังนั้นคงต้องจับตาดูกันต่อไปว่าผลจะออกมาอย่างไร
อยากจะบอกว่าทุกวันนี้สังคมพัฒนาไปไกล ใครดื่มเดี๋ยวนี้มีบริการเรียกคนมาขับรถกลับบ้านให้แล้วและอีกหลายวิธีที่จะพาคุณกลับบ้าน และมีคนที่ดื่มอย่างรับผิดชอบเยอะแยะ เพราะทุกคนก็ห่วงตัวเอง ทั้งในแง่สุขภาพและอีกสารพัดเหตุผล รวมถึงห่วงสังคมและคนรอบข้างด้วย
รัฐบาลและผู้มีอำนาจต้องอย่ามองแบบเหมารวมว่าคนดื่มเป็นพวกแย่ ไม่รับผิดชอบต่อตัวเองและสังคม แต่ต้องตั้งต้นมองมุมบวกว่า มนุษย์ทุกคนมีสำนึกรับผิดชอบชั่วดีในตัวเอง ต้องตั้งต้นโจทย์แบบนี้ ไม่ใช่ตั้งต้นมองมุมลบ ไม่งั้นการแก้ปัญหาก็จะไม่ตรงจุดและจะส่งผลกระทบเป็นวงกว้างในสังคม
ส่วนถ้าอยากกำราบพวกเมาแล้วขับ หรือพวกขายเหล้าเบียร์ให้เยาวชน ก็ไปเพิ่มบทลงโทษหนักๆ เพื่อให้เข็ดหลาบ เอาจริงเอาจังกับเรื่องแบบนี้จะดีกว่า และที่เห็นรณรงค์กันว่าดื่มแอลกอฮอล์ไม่ดีมีผลเสียอะไรบ้างก็เข้าท่าดีครับ ใช้วิธีรณรงค์อย่าดื่ม หรือดื่มอย่างมีสติ มีความรับผิดชอบก็ได้
รัฐบาลและผู้มีอำนาจ ต้องไม่ทำตัวเป็นผู้กำหนดชะตาชีวิตผู้คนจนมากเกินพอดี ต้องเคารพสิทธิและเสรีภาพในการทำมาหากิน เคารพสิทธิและเสรีภาพการใช้ชีวิตของประชาชนให้มากที่สุด
นี่อาจเป็นกฎหมายที่ตั้งใจดี แต่ผลลัพธ์กลับตรงข้าม อย่าให้ต้องมีใครครหาเลยว่าออกมาไม่ใช่เพื่อสุขภาพ แต่เพื่อโชว์อำนาจ และประชาชนต้องจ่ายทั้งเงิน ทั้งเสรีภาพ และทั้งอนาคตทางเศรษฐกิจให้กับความคิดที่ไม่สมเหตุสมผล …ถ้าไม่ใช่แบบนั้น ก็หวังว่าท้ายที่สุดผลลัพธ์ที่จะออกมาคงทำให้ทุกฝ่ายมีความสุขกันได้บ้างในยุคเศรษฐกิจฝืดเคืองเช่นนี้
—————
คนเถรตรง


