นางวราภัสร์ ไพพรรณรัตน์ ประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคม และกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ ผู้ด้อยโอกาส และความหลากหลายทางสังคม วุฒิสภา เผยว่า ในวันที่ 9 ธันวาคม 2568 จะมีพิธีมอบรางวัล “พ่อดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2568” ซึ่งเป็นกิจกรรมที่คณะกรรมการจัดงานฯ มุ่งหวังเผยแพร่หลักการเป็นพ่อที่ดี ที่สร้างพลเมืองคุณภาพและเป็นแบบอย่างแก่สังคม ทั้งนี้ ในโอกาสดังกล่าวนี้ ณ ที่นี้มีแนวคิดที่น่าสนใจของ 3 จาก 45 พ่อดีเด่นแห่งชาติปี 2568 มานำเสนอ…

พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข

พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี ในฐานะพ่อดีเด่นแห่งชาติปี 2568 ภาคข้าราชการกลาโหมกล่าวว่า หัวใจสำคัญในการเลี้ยงดูบุตรคือการสร้างคนดีที่พัฒนาตัวเองได้เสมอ การเป็นพ่อจะเน้นวางรากฐานคุณธรรมให้มั่นคง “สำหรับผมบทบาทของความเป็นพ่อคือการวางรากฐานชีวิตให้บุตรหลานเติบโตเป็นคนดี ที่มีทั้งความรู้ ความสามารถ และความรับผิดชอบต่อสังคม ผมเชื่อว่าความดีเป็นคุณสมบัติสำคัญที่สุดที่เด็กควรมี ผมจึงพยายามปลูกฝังคุณธรรมตั้งแต่เรื่องเล็ก ๆ เช่น การรู้จักขอบคุณ การแบ่งปัน ไปจนถึงเรื่องใหญ่ เช่น ความซื่อสัตย์ การรักษาวินัย และการยืนหยัดในสิ่งที่ถูกต้อง”ทั้งนี้ พล.อ.อ.ชลิต ได้เน้นย้ำถึงเป้าหมายในการเลี้ยงดูลูกว่าต้องการความดีและความยั่งยืน “ผมสอนเขาว่า ไม่ได้ต้องการให้เขาเป็นคนเก่งที่สุด แต่ต้องการให้เขาเป็นคนดีที่พัฒนาตัวเองได้เสมอ เพราะคนที่รู้จักพัฒนาและปรับปรุงตัวเองคือคนที่สามารถสร้างอนาคตที่มั่นคงได้ ผมเชื่อว่าสิ่งนี้สำคัญกว่าความสำเร็จชั่วคราวใด ๆ”

 นอกจากนี้ พล.อ.อ.ชลิต ยังกล่าวด้วยว่า “ในเรื่องการเป็นแบบอย่าง ผมพยายามดำเนินชีวิตอย่างตรงไปตรงมา ไม่โกง ไม่เอาเปรียบใคร เพื่อให้ลูกเห็นว่าการเป็นคนดีเริ่มต้นจากพฤติกรรมเล็ก ๆ ที่ทำให้เป็นนิสัยในชีวิตประจำวัน นอกจากนี้ ผมให้ความสำคัญกับความรัก ความอบอุ่น และความมั่นคง เราพูดคุยกันเสมอ ไม่ว่าจะเรื่องปัญหา ความรู้สึก หรือเรื่องราวในแต่ละวัน ผมเปิดพื้นที่ให้ลูกได้คิด ได้ลอง และได้เรียนรู้จากความผิดพลาด”

นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล

นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล ผู้ก่อตั้งบริษัทซิโน-ไทย บิดาของนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 พ่อดีเด่นแห่งชาติปี 2568 ภาคประชาสังคมและนักการเมือง กล่าวว่า สิ่งสำคัญที่สุดในการเลี้ยงดูบุตรคือใช้คุณธรรมนำชีวิต เพราะเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้ลูกเติบโตเป็นคนดีและมีคุณภาพต่อสังคม “สำหรับผมบทบาทความเป็นพ่อคือเป็นทั้งผู้ให้ ผู้ปกป้อง ผู้ชี้นำทางชีวิตแก่บุตรหลาน และเป็นแบบอย่างที่ดี ผมเชื่อว่าคุณธรรมเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้เด็กเติบโตเป็นคนดีและมีคุณภาพ ผมจึงพยายามปลูกฝังความซื่อสัตย์ ขยัน อดทน รับผิดชอบ ให้กับลูก ผ่านการปฏิบัติจริง มากกว่าสอนด้วยคำพูดเพียงอย่างเดียว”

ทั้งนี้ นายชวรัตน์ ยังกล่าวต่ออีกว่า “ผมมักบอกลูกเสมอว่า คนที่เก่งกว่าเราในวันนี้ก็คือเราในวันพรุ่งนี้ เพื่อให้เขารู้ว่าการเปลี่ยนแปลงที่ดีที่สุดเริ่มต้นจากตัวเอง และเห็นว่าความสำเร็จเกิดจากความเพียรและความตั้งใจ ไม่ใช่เพียงพรสวรรค์หรือโชคชะตา” ขณะที่ในด้านการเป็นแบบอย่างที่ดี นายชวรัตน์ ระบุว่า “ในชีวิตประจำวันผมพยายามทำหน้าที่เป็นแบบอย่างที่ดีให้ลูกเห็น ทั้งการพูดจา การทำงาน และความรับผิดชอบต่อหน้าที่ของตนเอง ผมจึงตั้งใจทำทุกอย่างด้วยความจริงใจและโปร่งใส เพื่อให้เขาเห็นว่า การทำดีไม่ต้องให้ใครเห็น แต่ผลของความดีจะปรากฏเสมอ”

 นายพชร ยุติธรรมดำรง

นายพชร ยุติธรรมดำรง อดีตอัยการสูงสุด พ่อดีเด่นแห่งชาติปี 2568 ภาคข้าราชการพลเรือน กล่าวถึงหลักการในการดูแลบุตรว่า “ผมให้ความสำคัญกับการมอบความรัก ความอบอุ่น และการอบรมเลี้ยงดูอย่างเหมาะสม เพื่อให้บุตรเติบโตเป็นคนดี สามารถยืนหยัดด้วยตนเอง และเป็นกำลังสำคัญของครอบครัวในอนาคต” ทั้งนี้ นายพชร ยังกล่าวเน้นถึงบทบาทสำคัญของการศึกษาว่า “ผมและภรรยาให้ความสำคัญกับการศึกษาของบุตรเป็นอย่างยิ่ง ผมเชื่อมั่นว่าการศึกษาเป็นมรดกที่ล้ำค่าที่สุด ที่จะติดตัวบุตรไปตลอดชีวิต และเป็นพื้นฐานในการดำรงตนอย่างมั่นคงในภายภาคหน้า”

พร้อมกันนี้ นายพชร ยังกล่าวด้วยว่า “สถาบันครอบครัวมีความสำคัญอย่างยิ่ง ครอบครัวถือเป็นจุดเริ่มต้นของสังคม หากเราเป็นแบบอย่างที่ดีของบุตรหลาน ทุกคนสร้างครอบครัวได้ดี สังคมก็จะเรียบร้อยน่าอยู่ หากทุกคนคิดเช่นเดียวกันนี้ความแตกแยกในครอบครัวและความวุ่นวายในสังคมหรือบ้านเมืองของเราก็จะไม่มี หรือมีน้อยที่สุด”.

ทีมสกู๊ปเดลินิวส์